
ASUS เปิดตัว Zenbook 14 และ Vivobook S series รุ่นใหม่ที่งาน Computex 2026 ในกรุงไทเป เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดยทั้งสองซีรีส์มาพร้อมชิปประมวลผลตระกูล Snapdragon X รองรับมาตรฐาน Copilot+ PC และประสิทธิภาพ NPU สูงสุด 50 TOPS ชูจุดเด่นด้านแบตเตอรีอายุการใช้งานยาวนานและการออกแบบบางเบา
Zenbook 14 รุ่นปี 2026 ยืนหยัดในโจทย์เดิมที่ ASUS ทำมาต่อเนื่อง นั่นคือโน้ตบุ๊กพกพาที่ไม่ต้องประนีประนอมระหว่างน้ำหนักกับความสามารถ ตัวเครื่องทำจากวัสดุ Ceraluminum ที่ให้ความรู้สึกแน่นหนาพร้อมน้ำหนักเพียง 1.1 กิโลกรัม มาพร้อมสีใหม่ 2 เฉดที่ ASUS ตั้งชื่อว่า Arctic Blue และ Komodo Coral เพื่อรองรับผู้ใช้ที่ต้องการสไตล์มากกว่าสีเทา-ดำ-เงิน
รองรับชิปประมวลผลได้ถึง 3 แพลตฟอร์ม ทั้ง Intel, AMD และ Snapdragon ทำให้ผู้ใช้เลือกได้ตามความต้องการ โดยในส่วนของ Snapdragon รองรับ NPU สูงสุด 50 TOPS และเข้าข่ายคุณสมบัติ Copilot+ PC เต็มรูปแบบ แบตเตอรีอยู่ได้นานกว่า 21 ชั่วโมงตามการทดสอบเล่นวิดีโอ 1080p ของ ASUS และรองรับการชาร์จเร็วผ่าน USB-C พร้อมอะแดปเตอร์ all-in-one
ด้านการใช้งาน คีย์บอร์ดมี key travel 1.7 มม. พร้อม easy-lift hinge ที่ยกหน้าจอขึ้นเพื่อปรับมุมการพิมพ์ให้สะดวกขึ้น จอ OLED ให้สีสันคมชัด ความปลอดภัยรองรับ Windows Hello, passkey และ Microsoft Pluton security เหมาะกับผู้ใช้ที่พกพาบ่อยและต้องการความปลอดภัยระดับองค์กรในเครื่องระดับ consumer

ขณะที่ Zenbook ยังเปิดให้เลือกหลายชิป Vivobook S ซีรีส์รุ่นนี้ตัดสินใจชัดเจนด้วยการใช้ Snapdragon X เพียงแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งสะท้อนว่า ASUS มองว่า ARM บน Windows ไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่คือทิศทางหลักของตลาดนักศึกษาและผู้ใช้ทั่วไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า NPU 45 TOPS รองรับ Copilot+ PC ครบเซ็ต พร้อม performance mode ที่ดึง TDP ได้ถึง 30W เมื่อต้องการประสิทธิภาพสูง
Vivobook S14 และ S16 มาพร้อมจอ OLED 16:10 อัตราส่วน screen-to-body 89% (S16) และ 87% (S14) ครอบคลุม DCI-P3 100% ผ่านมาตรฐาน TÜV Rheinland low blue light สำหรับการใช้งานยาวนาน แบตเตอรีอยู่ได้นานกว่า 25 ชั่วโมง และชาร์จถึง 60% ในเวลาเพียง 49 นาที น้ำหนักเริ่มต้น 1.28 กก. สำหรับรุ่น 14 นิ้ว และผ่านมาตรฐานความทนทาน MIL-STD 810H

ส่วน Vivobook S14 Flip และ S16 Flip เพิ่มโหมดพับได้ 360 องศา รองรับ ASUS Pen 3.0 บนจอสัมผัส 2K OLED พร้อม Dolby Audio และ Snapdragon Sound แบตเตอรีอยู่ได้นานกว่า 20 ชั่วโมง และชาร์จผ่าน USB-C ขนาดเพียง 68W น้ำหนักเริ่มต้น 1.41 กก. สำหรับรุ่น 14 นิ้ว มีสีใหม่ Light Blue
การที่ ASUS เลือก Snapdragon X เป็นชิปเดียวสำหรับ Vivobook S ทั้งซีรีส์ไม่ใช่การตัดสินใจเล็กน้อย ในช่วงเวลาที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ยังทยอยปรับ application ให้รองรับ ARM อย่างเต็มรูปแบบ การวางเดิมพันนี้หมายความว่า ASUS มั่นใจว่าปัญหาความเข้ากันได้ใน Windows on ARM ได้รับการแก้ไขจนถึงจุดที่ผู้ใช้ทั่วไปแทบไม่รู้สึกถึงข้อจำกัด
ขณะเดียวกัน ประสิทธิภาพแบตเตอรีที่ยาวนานกว่า 25 ชั่วโมงของ Vivobook S เป็นตัวเลขที่ Intel และ AMD แข่งได้ยากในระดับราคาเดียวกัน
Zenbook 14 และ Vivobook S ทั้งสองซีรีส์คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2026 โดยรายละเอียดราคาและวันวางขายในไทยยังไม่มีการเปิดเผย
ข้อมูลจาก: ASUS Pressroom
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






