ASUS ยืนยัน หยุดพัฒนา Zenfone และ ROG Phone พลิกโฟกัสสู่ Physical AI และหุ่นยนต์

GogolicoNews21 มกราคม 256963 Views

ASUS ประกาศเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ หลังประธานบริษัทยืนยันจะไม่เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่อีกต่อไป พร้อมย้ายทรัพยากรทั้งหมดไปพัฒนาอุปกรณ์ Physical AI แว่นตาอัจฉริยะ และหุ่นยนต์ เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

ข้อมูลจากงาน 2025 歲末聯歡晚會 (งานสังสรรค์ปลายปี 2025) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 ที่ศูนย์แสดงสินค้านันกัง ไทเป ประธาน Jerry Shen (施崇棠) ได้ยืนยันทิศทางใหม่ของบริษัทที่จะไม่เพิ่มสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ แต่จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในรูปแบบอุปกรณ์ต่างๆ

Zenfone และ ROG Phone อาจหยุดพัฒนาในปี 2026

Jerry Shen กล่าวชัดเจนว่า “ASUS จะไม่เพิ่มสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่” แม้จะยังคงดูแลผู้ใช้งานที่มีอยู่ แต่บริษัทยังคงพิจารณาแนวทางในการดำเนินการต่อ ซึ่งหมายความว่าสายผลิตภัณฑ์ Zenfone และสมาร์ตโฟนเกมมิ่ง ROG Phone ที่เคยได้รับความนิยมอาจจะหยุดพัฒนาในปี 2026

การตัดสินใจนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับ ASUS ที่เคยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสมาร์ตโฟนชั้นนำจากไต้หวัน โดย Zenfone เคยโดดเด่นด้วยขนาดที่กะทัดรัดและฟีเจอร์ครบครัน ขณะที่ ROG Phone กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักเล่นเกมตัวยง

เปลี่ยนโฟกัสไปที่ Physical AI และหุ่นยนต์

ASUS ตัดสินใจย้ายทรัพยากรจากการพัฒนาสมาร์ตโฟนไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงกว่า ได้แก่ คอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์ และอุปกรณ์ Physical AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI ที่สามารถโต้ตอบกับโลกจริงได้ ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์

Jerry Shen เน้นย้ำว่าบริษัทกำลังเร่งพัฒนาในสองด้านหลัก คือ AI Robot & Robotics (หุ่นยนต์) และ AI Glasses (แว่นตาอัจฉริยะ) โดยทีมพัฒนาสมาร์ตโฟนที่มีประสบการณ์ทำงานกับแพลตฟอร์ม Qualcomm จะถูกย้ายไปพัฒนาคอมพิวเตอร์พาณิชย์ที่ใช้ชิป Snapdragon X และอุปกรณ์ Physical AI บนแพลตฟอร์ม Dragonwing

การเคลื่อนย้ายนี้ถือว่ามีความต่อเนื่องทางเทคโนโลยี เนื่องจากทีมพัฒนาสามารถนำความเชี่ยวชาญจากการทำงานกับชิป Qualcomm มาประยุกต์ใช้กับแพลตฟอร์มใหม่ได้ทันที

รายได้เติบโต 26% จากธุรกิจ AI Server

แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และภาษีศุลกากร ASUS ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยธุรกิจ AI โดยรายได้รวมของกลุ่มบริษัทในปีนี้อยู่ที่ 738,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% จากปีก่อน

ธุรกิจ AI Server เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยเติบโต 100% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สะท้อนให้เห็นว่า ASUS กำลังอยู่ในจังหวะที่เหมาะสมในการพลิกโฟกัสไปยังธุรกิจ AI

Jerry Shen ใช้หัวข้องาน “AI 領航耀未來” (AI นำทางสู่อนาคต) เพื่อส่งข้อความถึงพนักงานว่านี่คือโอกาสที่ “พบได้ยากในชีวิต” และเน้นย้ำกลยุทธ์ “Ubiquitous AI. Incredible Possibility” (AI ที่อยู่ทุกหนทุกแห่ง สร้างความเป็นไปได้อันน่าทึ่ง)

ต้นทุนหน่วยความจำพุ่ง อาจปรับราคาสินค้า Non-AI

นอกจากการเปลี่ยนกลยุทธ์ Jerry Shen ยังกล่าวถึงความท้าทายด้านต้นทุน โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนและราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่ม AI

เขายอมรับว่า “การปรับราคาขึ้นเป็นหนึ่งในตัวเลือก” แต่ ASUS จะพยายามใช้การออกแบบและการทำงานร่วมกับห่วงโซ่อุปทานเพื่อหาจุดสมดุลด้านราคาที่ดีที่สุด

สำหรับประเด็นภาษีศุลกากรระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ ที่ตกลงอัตรา 15% และไม่มีการซ้อนทับ Jerry Shen มองว่าเป็น “ข่าวดี” แต่เน้นว่าสิ่งสำคัญคือการรักษาความยืดหยุ่นและความสามารถในการแข่งขันของห่วงโซ่อุปทาน

วิเคราะห์: เดิมพันครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนอนาคต

การยุติธุรกิจสมาร์ตโฟนของ ASUS แม้จะทำให้แฟนๆ เสียดาย แต่จากมุมมองธุรกิจถือเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผล ตลาดสมาร์ตโฟนกลายเป็นสนามแข่งขันที่รุนแรง Zenfone ประสบปัญหาในการแข่งขันด้านกล้องและระบบนิเวศกับค่ายใหญ่อย่าง Apple และ Samsung ส่วน ROG Phone แม้จะโดดเด่นในกลุ่มนักเล่นเกมตัวยง แต่ก็ไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนการผลิตที่สูงได้

การลงทุนในธุรกิจ Physical AI โดยเฉพาะหุ่นยนต์และแว่นตาอัจฉริยะอาจเป็นการเดิมพันที่เสี่ยง แต่ก็อาจเป็นก้าวสำคัญที่นำ ASUS ไปสู่ความสำเร็จในยุคใหม่ เพราะในโลกที่โมเดล AI มีความสามารถสูงขึ้นทุกวัน ผู้ที่สร้าง “ตัวพาหนะ AI” ที่ดีที่สุดจะมีโอกาสกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในทศวรรษหน้า

หาก ASUS สามารถนำความเชี่ยวชาญในการสร้าง ROG Phone ที่เน้นความสมบูรณ์แบบมาพัฒนา “แว่นตา AI ที่ดีที่สุด” หรือ “หุ่นยนต์ที่ฉลาดที่สุด” การ “เสียสละ” Zenfone อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาอย่างแข็งแกร่งในยุค AI ก็เป็นได้


ข้อมูลจาก: INSIDE

Loading Next Post...
Search Trending
Popular
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...