
AIS รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 มีรายได้รวม 58,197 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 13,496 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนทั้งในและต่างประเทศ โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจมือถือและเน็ตบ้านที่ยังคงเติบโตได้อย่างมั่นคง
ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางกลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นฐานลูกค้าคุณภาพสูง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่ครอบคลุมหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเป็นเสาหลักของรายได้ โดยมีผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 46.9 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 170,200 เลขหมาย จากไตรมาส 4/2568 บนโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมมากกว่า 95% ของประชากรทั่วประเทศ
ผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 18.5 ล้านเลขหมาย คิดเป็นการเติบโต 643,100 เลขหมายจากไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้ธุรกิจมือถือโดยรวมเติบโต 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารจัดการฐานลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ ทั้งจากการขยายกลุ่มซิมโซลูชัน และการควบคุมอัตราการยกเลิกใช้บริการ
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทได้เปิดตัว AIS 5G-ADVANCED มาตรฐานการเชื่อมต่อใหม่ที่อ้างว่าเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งยกระดับเครือข่ายให้รองรับการใช้งานในยุค AI ทั้งด้านความเร็วและความฉลาดของระบบ
ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 63,400 ราย จากไตรมาส 4/2568 ทำให้ฐานผู้ใช้รวมแตะ 5.3 ล้านราย ส่งผลให้รายได้ธุรกิจนี้เติบโต 8.7% เมื่อเทียบปีต่อปี
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในกลุ่มนี้นอกจากคุณภาพโครงข่ายแล้ว ยังมาจากแพ็กเกจ Super FAST และ Home FibreLAN รวมถึงความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์กีฬาที่ครอบคลุม EPL, Thai League, Bundesliga, NBA และ NFL ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดบรอดแบนด์
รายได้จากกลุ่มลูกค้าองค์กรเติบโต 1.7% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากบริการโครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล โซลูชัน 5G สำหรับภาคธุรกิจ และดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI ในประเทศ
แม้ตัวเลขการเติบโตจะต่ำกว่าธุรกิจอื่น แต่บริษัทระบุว่าเป็นผลจากความระมัดระวังในการลงทุนของภาคเอกชนท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และยืนยันแนวโน้มระยะยาวของกลุ่มนี้ยังคงเป็นบวก

AIS เดินหน้าขยายธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่องผ่าน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจรีเทลที่นำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ดิจิทัล เช่น อุปกรณ์เสริม LINK UP และ Pet Tracker, แพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่ล่าสุดจับมือกับพันธมิตร “Verticaltainment” สำหรับซีรีส์แนวตั้งที่ตอบพฤติกรรมผู้ชมยุคดิจิทัล และธุรกิจการเงินดิจิทัล
นอกจากนี้บริษัทยังเปิดตัว AISpace แพลตฟอร์มบริการ AI สำหรับคนไทย พร้อมพัฒนาหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy” เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลของประชาชนในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทผู้นำโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะของบริษัท
สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้ AIS วางกรอบงบลงทุนไว้ที่ 30,000–35,000 ล้านบาท ครอบคลุมการพัฒนาโครงข่าย 5G การขยายบริการอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง และโซลูชันการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้าองค์กร โดยบริษัทเน้นย้ำเป้าหมายการวางรากฐาน AI Ecosystem และระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับประเทศไทยในระยะยาว
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok