AIS 5G-ADVANCED รายแรกอาเซียน ยกระดับเครือข่ายด้วย AI และ Carrier Aggregation

GogolicoPRNews6 พฤษภาคม 256945 Views

AIS ยกระดับโครงข่าย 5G สู่มาตรฐาน AIS 5G-ADVANCED อย่างเป็นทางการ กลายเป็นผู้ให้บริการรายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บรรลุมาตรฐานนี้ โดยนำเทคโนโลยี Carrier Aggregation แบบ 3CC และ 2CC มาผนวกกับ AI บริหารเครือข่ายอัตโนมัติ เพื่อดันความเร็วและเสถียรภาพการใช้งานให้สูงขึ้นอีกระดับ

การยกระดับครั้งนี้เกิดจากการผสาน 3 พลังหลักได้แก่ Partnership การร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก, AI ที่เข้ามาเสริมศักยภาพการบริหารโครงข่าย และ Innovation การต่อยอดนวัตกรรมเครือข่ายอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่ง AIS ระบุว่านี่คือก้าวสำคัญในการเตรียมรากฐานสู่เทคโนโลยี 6G ในอนาคต

หัวใจของ 5G-ADVANCED คือ Carrier Aggregation

AIS 5G-ADVANCED

เทคโนโลยีสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง AIS 5G-ADVANCED คือ Carrier Aggregation หรือการรวมคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกันในเวลาเดียว เปรียบได้กับการเปิดเลนจราจรหลายเลนพร้อมกันแทนที่จะใช้แค่เลนเดียว ทำให้ข้อมูลไหลเข้า-ออกได้เร็วและมีปริมาณมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในฝั่งการดาวน์โหลด AIS ใช้เทคโนโลยี 5G SA Downlink 3CC ที่รวมคลื่น 700 MHz, 2100 MHz และ 2600 MHz เข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดถึง 1.5 เท่าจากเดิม ขณะที่ฝั่งการอัปโหลด 5G SA Uplink 2CC รวมคลื่น 700 MHz และ 2600 MHz เพิ่มความเร็วอัปโหลดได้สูงสุด 2 เท่า ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากสำหรับการไลฟ์สตรีม อัปโหลดวิดีโอความละเอียดสูง และการทำงานผ่านคลาวด์

ครอบคลุมพื้นที่ไหนแล้วบ้าง

ปัจจุบัน 5G SA Downlink 3CC เปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านสาทรและบางรัก พร้อมแผนขยายครอบคลุมทั่วปริมณฑลภายในปี 2569 ส่วน 5G SA Downlink 2CC เปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ และตัวเมืองทั่วประเทศ

ด้าน 5G SA Uplink 2CC ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และตัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว โดย AIS คาดว่าจะขยายการให้บริการไปยังตัวเมืองทั่วประเทศได้ภายในปี 2569

AIS 5G-ADVANCED

AI เข้ามาบริหารเครือข่ายแทนมนุษย์

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของ AIS 5G-ADVANCED คือการนำ AI เข้ามาเสริมการบริหารโครงข่ายในรูปแบบ Autonomous Network หรือระบบเครือข่ายอัตโนมัติ โดย AI จะทำหน้าที่วิเคราะห์สภาพการใช้งานแบบ real-time ปรับตั้งค่าโครงข่ายให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ และรองรับการใช้งานดิจิทัลทุกรูปแบบได้อย่างราบรื่น

นอกจากนี้ AIS ยังนำ AI มาเสริมด้านความปลอดภัยดิจิทัลผ่านบริการ AIS SAFE CONNECT ที่สามารถแจ้งเตือนเบอร์ต้องสงสัย ตัดสายโจร พร้อมทั้งส่ง SMS เพื่อบล็อกเบอร์น่าสงสัยโดยอัตโนมัติ โดยทำงานร่วมกับสายด่วน 1185 และเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรับแจ้งเหตุ ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจและอุ่นใจยิ่งขึ้น

วิธีสังเกตว่าได้ใช้ 5G-ADVANCED หรือยัง

ผู้ใช้งาน AIS 5G-ADVANCED สามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์ 5G+ บนหน้าจอสมาร์ตโฟน ซึ่งบ่งชี้ว่ากำลังเชื่อมต่อกับโครงข่าย 5G ที่ได้รับการยกระดับแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติมหรือดำเนินการใดๆ

ทั้งนี้ ระดับประสบการณ์ที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ พื้นที่ให้บริการ, คลื่นความถี่ที่อุปกรณ์รองรับ และแพ็กเกจที่ใช้งานอยู่ ซึ่ง AIS กำลังเร่งขยายพื้นที่ให้บริการอย่างต่อเนื่อง

รากฐานดิจิทัลของประเทศในระยะยาว

คุณยวิสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่าพันธกิจสำคัญของ AIS คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศให้แข็งแกร่งและทันสมัย เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เชื่อมโยงผู้คน ภาคธุรกิจ และบริการดิจิทัลต่างๆ เข้าหากัน

AIS ยังคงเดินหน้าขยายขีดความสามารถของเครือข่ายในทุกมิติ ทั้งความเร็ว ความเสถียร ความปลอดภัย และความอัจฉริยะของโครงข่าย เพื่อรองรับบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ทั้งสำหรับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งหวังเป็น National Digital Infrastructure หรือรากฐานดิจิทัลระดับประเทศที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ AIS 5G-ADVANCED ได้ที่ https://www.ais.th/about-us/network-technology/5g-for-consumer/superior-trusted-network

Loading Next Post...
Search Trending
Popular
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...