AIS ผนึก CIB ปฏิบัติการตัดสายลวง จับมิจฉาชีพแอบอ้างพนักงาน หลอกโอนเงินตรวจสอบบัญชี

GogolicoNews24 กุมภาพันธ์ 2569191 Views

มิจฉาชีพ

AIS ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แถลงความสำเร็จในการติดตามจับกุม มิจฉาชีพ ผู้ต้องหาที่ใช้กลโกงแอบอ้างเป็นพนักงานบริษัทโทรคมนาคม หลอกลวงประชาชนให้โอนเงินด้วยข้ออ้างเรื่องคดีฟอกเงิน สร้างความเสียหายต่อผู้เสียหายหลายราย

เปิดกลโกง: จากสายโทรศัพท์สู่การโอนเงิน

คนร้ายเริ่มต้นด้วยการโทรหาเหยื่อโดยอ้างตัวเป็น “เจ้าหน้าที่ AIS” แจ้งว่ามีผู้นำบัตรประชาชนของเหยื่อไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ในจังหวัดเลย และถูกใช้เพื่อกระทำผิดกฎหมาย จากนั้นสร้างความหวาดกลัวและโอนสายต่อให้บุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

ขั้นตอนถัดมา คนร้ายชักชวนให้เหยื่อแอดไลน์และดำเนินการผ่านวิดีโอคอล โดยแสดงภาพบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ พร้อมอ้างว่าบัญชีธนาคารของเหยื่อเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และจำเป็นต้องโอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบเส้นทางการเงิน” เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เหยื่อหลายรายถูกกดดันจนหลงเชื่อและโอนเงินออกไปก่อนจะรู้ว่าเป็นขบวนการมิจฉาชีพ

AIS ประสานข้อมูล CIB จนจับผู้ต้องหาได้สำเร็จ

หลังได้รับเรื่องร้องเรียน AIS เร่งรวบรวมและส่งมอบข้อมูลเชิงเทคนิครวมถึงเส้นทางการติดต่อของคนร้ายให้ CIB นำไปประกอบการสืบสวน กระบวนการดังกล่าวนำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นและหมายจับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้อง

ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา “ฉ้อโกงประชาชนโดยแอบอ้างบุคคลอื่น” รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมีโทษทางอาญาที่ชัดเจน

AIS ยืนยัน 4 สิ่งที่บริษัทไม่มีนโยบายทำ

เพื่อป้องกันความสับสนและปกป้องลูกค้า AIS ขอย้ำอย่างชัดเจนว่าบริษัทไม่มีนโยบายในการดำเนินการดังต่อไปนี้ในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการโทรแจ้งข้อกล่าวหาทางคดีหรือขอให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี รวมถึงการขอข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน หรือรหัส OTP และการติดต่อลูกค้าผ่านไลน์หรือวิดีโอคอลเพื่อดำเนินการในลักษณะดังกล่าว

หากได้รับการติดต่อในรูปแบบข้างต้น ให้ตัดสายทันทีและแจ้งเหตุสงสัยได้ที่ *1185# โทรออก หรือโทร 1185 AIS Spam Report Center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วิธีรับมือเมื่อได้รับสายต้องสงสัย

ประชาชนควรจดจำหลักการง่ายๆ ไว้ว่า อย่าโอนเงินให้บุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไม่ว่ากรณีใด และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงินกับผู้ที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้จริง หากถูกกดดันให้ดำเนินการโดยเร่งด่วน นั่นเป็นสัญญาณอันตรายชัดเจนที่ควรตัดสายและตั้งสติทันที

AIS ยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนข้อมูลเชิงเทคนิคแก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัลและปกป้องประชาชนจากภัยหลอกลวงออนไลน์ในทุกรูปแบบ

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...