
คำถามขององค์กรวันนี้ไม่ใช่เพียงว่าจะใช้ AI ตัวไหน แต่ต้องตอบให้ได้ว่า AI จะสร้างผลลัพธ์อะไร ใช้ข้อมูลอย่างไร และมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมแค่ไหน AIS Business จึงนำ Roadshow 2026 ลงพื้นที่จังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อแลกเปลี่ยนโจทย์กับผู้ประกอบการในแต่ละภูมิภาค
กิจกรรมมีผู้ร่วมสัมมนากว่า 600 คนจาก 400 องค์กร โดย AIS Business ระบุว่าความต้องการใช้ AI ของแต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน การเริ่มจากบริบทและเป้าหมายจึงสำคัญกว่าการเลือกเทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด
กรอบคิดของ AIS Business แบ่งโจทย์ก่อนลงทุน AI เป็น 4 มิติ เพื่อให้ทีมธุรกิจและเทคโนโลยีพูดถึงผลลัพธ์ ความเสี่ยง และต้นทุนบนฐานเดียวกัน

หลังตอบโจทย์ทั้ง 4 มิติ องค์กรจึงเดินหน้าตามแนวทาง Focus – Embed – Control – Measure ตั้งแต่เลือกกรณีใช้งานที่ชัดเจน ฝัง AI เข้าในงาน วางระบบกำกับดูแล ไปจนถึงวัดคุณภาพ ความเสี่ยง และต้นทุน
AI ต้องพึ่งข้อมูลที่พร้อมใช้ ระบบที่เชื่อมโยงกัน และโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายได้ หากข้อมูลกระจัดกระจายหรือระบบเดิมไม่รองรับ การทดลองที่ดูดีอาจไม่สามารถย้ายไปใช้ในงานจริงได้เต็มศักยภาพ องค์กรจึงต้องทบทวน Network, Cloud, Cybersecurity และ Business Platform ควบคู่กัน

นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS อธิบายว่า AI ควรถูกบริหารเป็นขีดความสามารถที่พัฒนาต่อเนื่อง โดยต้องมี Digital Core ที่แข็งแรง ข้อมูลพร้อมใช้ ระบบความปลอดภัยเหมาะสม และ AI Governance ที่ชัดเจน
AIS นำกรณีใช้งานของตนมาอธิบายบนเวทีด้วย ทั้งการบริหารโครงข่าย 5G ที่มีสถานีฐานกว่า 40,000 แห่ง รองรับผู้ใช้มากกว่า 47 ล้านราย และ AI Contact Center ที่รองรับสายบริการกว่า 7 ล้านสายในแต่ละเดือน ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ AIS ใช้แสดงให้เห็นความสำคัญของข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และการกำกับดูแลเมื่อนำ AI ไปใช้ในระบบขนาดใหญ่
AIS Business Roadshow 2026 จึงไม่ได้วาง AI เป็นสูตรเดียวสำหรับทุกองค์กร แต่ใช้การลงพื้นที่เพื่อรับฟังความต้องการของธุรกิจแต่ละภูมิภาค แล้วเชื่อมโจทย์เหล่านั้นเข้ากับข้อมูล เครือข่าย คลาวด์ ความปลอดภัย และแพลตฟอร์มที่จำเป็น
องค์กรที่ต้องการประเมินความพร้อมหรือดูโซลูชันสำหรับลูกค้าธุรกิจ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ AIS Business AIS Business
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok