
งาน MWC 2026 คือเวทีที่ Xiaomi เลือกตอกย้ำทิศทางใหม่ของบริษัทอย่างชัดเจน ด้วยการนำระบบนิเวศ “Human x Car x Home” มาจัดแสดงในรูปแบบที่จับต้องได้มากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนกล้องเทียบชั้นกล้องมืออาชีพ ต้นแบบยานยนต์ไฟฟ้า หรือระบบ AI ที่สามารถเข้าใจและควบคุมบ้านทั้งหลังโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ทำให้เสียวหมี่ในงาน MWC 2026 แตกต่างจากปีก่อนๆ คือเสียวหมี่ไม่ได้นำเสนอแค่ผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่นำเสนอวิสัยทัศน์ว่า AI ควรทำงานอย่างไรในชีวิตจริง ผ่านการสาธิตที่ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต ตั้งแต่ตื่นนอนในบ้านอัจฉริยะ ขับรถที่เชื่อมต่อกับทุกอุปกรณ์ ไปจนถึงถ่ายรูปด้วยสมาร์ตโฟนที่ใกล้เคียงกล้องระดับมืออาชีพ
จุดสำคัญที่สุดของการนำเสนอด้าน AI คือ Xiaomi Miloco ระบบอัจฉริยะสำหรับสมาร์ทโฮมที่ขับเคลื่อนด้วย Xiaomi MiMo โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เสียวหมี่พัฒนาขึ้นเอง Miloco ไม่ได้ทำงานแบบ “ถ้า A แล้ว B” แบบระบบอัตโนมัติดั้งเดิม แต่อ่านบริบทและตัดสินใจแบบเดียวกับที่มนุษย์จะทำ
ตัวอย่างที่เสียวหมี่สาธิตได้แก่ การที่ระบบตรวจจับว่าผู้ใช้กำลังอ่านหนังสือแล้วปรับแสงให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ การสั่งหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานเมื่อตรวจพบฝุ่น หรือการปรับโทนแสงในห้องให้สอดคล้องกับสีดอกไม้ที่วางอยู่ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถสั่งงานด้วยภาษาพูดธรรมชาติ โดยไม่ต้องเขียนคำสั่งหรือตั้งค่าล่วงหน้า
ข้อมูลทั้งหมดประมวลผลในอุปกรณ์ผ่านสถาปัตยกรรม Edge-Cloud ทำให้ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนไม่ถูกส่งออกนอกบ้าน ซึ่งเสียวหมี่ชูเป็นจุดแข็งด้านความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มคลาวด์ทั่วไป

ความร่วมมือกับ Leica ที่เริ่มต้นในปี 2022 ก้าวสู่ระดับใหม่ในงาน MWC 2026 เมื่อเสียวหมี่เปิดตัว Xiaomi 17 Ultra ในฐานะสมาร์ตโฟนตัวแรกที่พัฒนาร่วมกันภายใต้ Strategic Co-Creation Model ซึ่งหมายถึงการออกแบบและวิศวกรรมร่วมกันตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่การรับรองมาตรฐานภายหลัง
กล้องของ Xiaomi 17 Ultra ถือว่าก้าวกระโดดจากรุ่นก่อนหน้า ด้วยเซนเซอร์หลักขนาด 1 นิ้วแบบ LOFIC ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด และเลนส์เทเลโฟโตที่ได้รับการรับรอง Leica APO เป็นครั้งแรกในโลกสำหรับสมาร์ตโฟน ซึ่งการรับรองนี้หมายถึงการแก้ไขความคลาดเคลื่อนของสีและความคมชัดในระดับที่กล้องมืออาชีพเท่านั้นที่เคยทำได้
ส่วน Leica Leitzphone powered by Xiaomi คืออีกขั้วหนึ่งที่เน้นประสบการณ์ผู้ใช้มากกว่าสเปค ด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้องซีรีส์ Leica M ทั้งรูปแบบทูโทนด้านหลัง ผิวสัมผัสลวดลายหนัง และเส้นสายที่สะท้อนความเป็นกล้องฟิล์มระดับตำนานอย่างชัดเจน

เสียวหมี่ใช้งาน MWC 2026 เปิดตัว Xiaomi Vision Gran Turismo ต่อสายตาโลกเป็นครั้งแรก รถไฟฟ้าไฮเปอร์คาร์ต้นแบบที่สร้างขึ้นจากคำเชิญของ Kazunori Yamauchi ผู้สร้างเกม Gran Turismo ตัวรถออกแบบตามปรัชญา “Sculpted by the Wind” ที่เน้นอากาศพลศาสตร์ตั้งแต่ห้องโดยสารรูปทรงหยดน้ำไปจนถึงระบบควบคุมกระแสลมแบบแอคทีฟ
ควบคู่กันนั้น เสียวหมี่ยังขยายระบบ HyperAI ที่ร่วมพัฒนากับ Google Gemini ให้ทำงานข้ามอุปกรณ์ทั้งสมาร์ตโฟน รถยนต์ และสมาร์ทโฮมอย่างไร้รอยต่อ แทนที่จะเป็น AI ที่ทำงานแยกส่วนในแต่ละแอปพลิเคชัน นับเป็นโครงสร้างที่สนับสนุนแนวคิด Human x Car x Home ให้เกิดขึ้นจริงในเชิงเทคนิค
เสียวหมี่ใช้งานนี้ประกาศความคืบหน้าของการขยายเครื่องใช้ไฟฟ้า Mijia สู่ตลาดโลก โดยปัจจุบันครอบคลุม 14 ประเทศใน 4 ภูมิภาคแล้ว กลยุทธ์ไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการยกระดับเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ AI ที่เชื่อมต่อกันทั้งบ้าน
การรองรับการเติบโตนี้มาพร้อมกับโรงงานอัจฉริยะแห่งใหม่ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นฐานการผลิตแห่งที่สามต่อจากโรงงานสมาร์ตโฟนและโรงงานยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อทั้งสามทำงานร่วมกัน เสียวหมี่มีระบบการผลิตที่ครอบคลุมทุกหมวดผลิตภัณฑ์หลักอย่างครบถ้วน ขับเคลื่อนด้วย AI เต็มรูปแบบ และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ทำให้เสียวหมี่ได้รับ MSCI ESG Rating ระดับ “A” ในปีล่าสุด
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok