
วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ผนึกกำลังฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (HPE) เปิดตัวบริการ “VST ECS Co-Location As-a-Service” โครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบครบวงจรในรูปแบบเช่าใช้ มุ่งช่วยพาร์ตเนอร์และลูกค้าองค์กรลดต้นทุนการลงทุนก้อนใหญ่ เปลี่ยนสู่โมเดลจ่ายตามการใช้งานจริง พร้อมรองรับเป้าหมาย ESG สำหรับองค์กรยุคใหม่
บริการดังกล่าวรวมเทคโนโลยีจาก HPE ทั้งในส่วนเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และระบบคอมพิวต์ เข้ากับโซลูชันปกป้องข้อมูลและความปลอดภัยไซเบอร์จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งวีเอสที อีซีเอส เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ทำให้พาร์ตเนอร์สามารถนำโซลูชันระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ไปให้บริการลูกค้าองค์กรได้ทันที โดยไม่ต้องแบกรับภาระการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเอง

คุณสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ภาคธุรกิจและพาร์ตเนอร์ดีลเลอร์กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นในทุกมิติ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ไปจนถึงบุคลากรไอทีที่มีทักษะเฉพาะทาง ซึ่งล้วนเป็นภาระที่กดดันความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
โมเดล VST ECS Co-Location As-a-Service จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้โดยตรง ด้วยการรวมโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนจาก CapEx (การลงทุนก้อนใหญ่ครั้งเดียว) มาสู่ OpEx (ค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง) ซึ่งช่วยให้พาร์ตเนอร์บริหารต้นทุนได้แม่นยำและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น

คุณพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม HPE เปิดเผยว่า แกนกลางของแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี HPE หลายส่วนที่ทำงานร่วมกัน โดย HPE Morpheus ทำหน้าที่บริหารจัดการแบบ Multi-Cloud รองรับ Multi-Tenancy Governance ควบคู่กับ HPE Private Cloud Business Edition บนสถาปัตยกรรม Disaggregated HCI ที่ให้ความยืดหยุ่นในการขยายเซิร์ฟเวอร์หรือสตอเรจแยกอิสระตามการเติบโตของธุรกิจ
ในส่วนของการปกป้องข้อมูลและความต่อเนื่องทางธุรกิจ แพลตฟอร์มผสาน HPE Alletra MP B10000 และ HPE StoreOnce ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี Immutability ที่ป้องกันการแก้ไขข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Operational Resilience ขององค์กรอย่างครบถ้วน
นอกเหนือจากเทคโนโลยี HPE แพลตฟอร์มยังได้รับการเสริมแกร่งด้านความปลอดภัยจาก 3 แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ Veeam สำหรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลอย่างรวดเร็ว, Fortinet โซลูชันความปลอดภัยไซเบอร์ประสิทธิภาพสูง และ Kaspersky ระบบป้องกันภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ครอบคลุมทั้งมัลแวร์ ไวรัส และแรนซัมแวร์
การผสานโซลูชันเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกันในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้พาร์ตเนอร์ไม่จำเป็นต้องจัดการกับผู้ให้บริการหลายรายแยกกัน ลดความซับซ้อนในการดูแลระบบ และช่วยให้สามารถนำเสนอโซลูชันที่ครบวงจรให้ลูกค้าองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แพลตฟอร์มยังรองรับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ด้วย HPE GreenLake ที่ช่วยให้องค์กรติดตามการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานและตัวชี้วัดด้านพลังงานได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีบริการ HPE Asset Recovery & Recycling Services สนับสนุนการบริหารจัดการวงจรชีวิตสินทรัพย์ไอทีอย่างรับผิดชอบ พร้อมลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก
ในมุมของพาร์ตเนอร์ การที่แพลตฟอร์มรองรับ ESG อย่างเป็นรูปธรรมยังเปิดโอกาสให้นำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์นโยบายขององค์กรลูกค้าได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับการรายงาน ESG อย่างจริงจัง
คุณสมศักดิ์ยังเปิดเผยว่า ในปีแรก VST ECS จัดโปรโมชันพิเศษสำหรับพาร์ตเนอร์ดีลเลอร์โดยไม่คิดค่าบริการ และในปีที่ 2 คิดค่าบริการเพียง 50% สำหรับส่วนบริการหลักประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และโซลูชันการประมวลผล HPE พร้อมเปิดให้ add-on บริการเพิ่มเติม ได้แก่ ระบบ Firewall, Endpoint และ Security ตามความต้องการของแต่ละองค์กร
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของวีเอสที อีซีเอส ในฐานะ Value-added Distributor ที่มุ่งเสริมศักยภาพพาร์ตเนอร์ให้เติบโตไปพร้อมกับระบบนิเวศเทคโนโลยี โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือ System Integrator (SI) และพาร์ตเนอร์ดีลเลอร์ทั่วประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโซลูชันสำหรับลูกค้าองค์กรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok