
vivo เตรียมเปิดตัว V80 มือถือรุ่นกลางในซีรีส์ V ช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ตามข้อมูลจากนักปล่อยข่าวหลุด Sanju Choudhary ที่เผยสเปคเด่นของรุ่นนี้ผ่านแพลตฟอร์ม X จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ แบตเตอรี ความจุเพิ่มขึ้นเป็น 7,200mAh จากเดิม 6,500mAh บน V70 ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดที่ชัดเจนที่สุดของรุ่นนี้
แบตเตอรี ขนาด 7,200mAh ของ V80 มากกว่า V70 ถึง 700mAh คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกว่า 10% ตัวเลขนี้เมื่อรวมกับชาร์จเร็ว 90W แบบมีสาย ทำให้ผู้ใช้งานหนักอย่างเล่นเกมหรือดูวิดีโอต่อเนื่องทั้งวันมีโอกาสไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ติดตัว
อีกฟีเจอร์ที่คาดว่าจะมาด้วยคือ bypass charging ระบบที่ให้ไฟจากปลั๊กจ่ายตรงไปเลี้ยงเครื่องขณะชาร์จ แทนที่จะผ่านแบตเตอรีก่อน ช่วยลดความร้อนสะสมเวลาเล่นเกมหนักพร้อมเสียบสายชาร์จไปด้วย ฟีเจอร์นี้เริ่มเป็นมาตรฐานของมือถือเรือธงหลายรุ่น การที่ V80 ได้มาด้วยจึงถือเป็นการยกระดับกลุ่มรุ่นกลางให้ใกล้เคียงเรือธงมากขึ้น
V80 ยังคงใช้จอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้วเท่ากับ V70 แต่รีเฟรชเรตขยับจาก 120Hz เป็น 144Hz ทำให้เกมที่รองรับเฟรมเรตสูงแสดงผลได้ลื่นขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะเกมยิงหรือเกมแข่งขันที่ต้องการความไวในการตอบสนอง
การคงขนาดจอเดิมแต่อัปเกรดเฉพาะรีเฟรชเรตเป็นแนวทางที่หลายแบรนด์ระดับกลางใช้ เพราะช่วยควบคุมต้นทุนการผลิตได้ ขณะเดียวกันก็ยังตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่เล่นเกมมือถือเป็นประจำ
ด้านประสิทธิภาพ V80 ยังใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 ตัวเดียวกับ V70 ต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 3 ติดต่อกัน โดย V70 เคยทำคะแนน Geekbench เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าราว 14% ในการทดสอบมัลติคอร์ ขณะที่คะแนนซิงเกิลคอร์แทบไม่ต่างกัน
ชุดกล้องของ V80 ตามข่าวหลุดยังคงตัวเลขความละเอียดเดิมทั้งหมด ได้แก่ กล้องหลัก 50MP กล้องเทเลโฟโต้ 3x 50MP กล้องอัลตราไวด์ 8MP และกล้องหน้า 50MP ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องขนาดเซนเซอร์หรือค่ารูรับแสงออกมา ทำให้ต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเปิดตัวจริง
นอกจากกล้อง V80 ยังคาดว่าจะมาพร้อมกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68/IP69 และเซนเซอร์ลายนิ้วมืออัลตราโซนิกแบบ 3 มิติ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ V70 มีอยู่แล้ว การคงมาตรฐานเหล่านี้ไว้ช่วยให้ V80 ยังเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานกลางแจ้งได้เหมือนรุ่นก่อน
ผู้ที่สนใจ vivo V80 จะได้เห็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งน่าจะมาพร้อมข้อมูลราคาและตลาดที่วางจำหน่ายชัดเจนขึ้น
ข้อมูลจาก: Gizmochina
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






