
ตลอดครึ่งแรกของปี 2569 การแข่งขันสมาร์ตโฟนยังเดินหน้าด้วยตัวเลขสเปกที่สูงขึ้น แต่สิ่งที่กำหนดประสบการณ์จริงมักเกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายส่วนมากกว่า vivo จึงวางทิศทาง เทคโนโลยี ตั้งแต่กล้อง ชิป แบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงโครงสร้างตัวเครื่อง เพื่อให้แต่ละชิ้นต่อกันเป็นระบบเดียว
ภาพรวมนี้ครอบคลุมตั้งแต่สมาร์ตโฟนเรือธงสำหรับครีเอเตอร์ไปจนถึงรุ่นที่เน้นการใช้งานประจำวัน โดยเป้าหมายคือส่งต่อเทคโนโลยีระดับพรีเมียมให้เข้าถึงผู้ใช้ในวงกว้างขึ้น
สิ่งที่ vivo เรียกว่า Imaging System ไม่ได้หยุดที่จำนวนพิกเซล แต่รวมเลนส์ ระบบกันสั่น เซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ และ AI เข้าด้วยกัน ความร่วมมือกับ ZEISS จึงเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบประสบการณ์ถ่ายภาพและวิดีโอ ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปไปจนถึงคอนเทนต์ครีเอเตอร์

ในงาน MWC 2026 ที่สเปน vivo นำเสนอทิศทางระบบภาพเจเนอเรชันใหม่ผ่าน vivo X300 Ultra และ vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra เลนส์เสริมเทเลโฟโต้ที่ช่วยเพิ่มระยะซูมเทียบเท่า 400 มม. พร้อมมาตรฐาน ZEISS APO สำหรับความคมชัดและความแม่นยำของสี.
เทคโนโลยีหลายส่วนถูกนำมาสู่ประเทศไทยผ่าน vivo X300 Ultra ซึ่งเป็น Ultra รุ่นแรกของ vivo ในไทย รวมถึง vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra และ Gen 2 สำหรับ vivo X300 FE
แนวคิดเดียวกันต่อยอดไปถึง Pro-grade Camera Cage และอุปกรณ์เสริมสำหรับการถ่ายทำ แม้อุปกรณ์บางส่วนยังไม่ได้วางจำหน่ายในไทย แต่ช่วยให้เห็นทิศทางที่ vivo มองสมาร์ตโฟนเป็นเครื่องมือสร้างงานมากกว่ากล้องติดตัว

ฝั่งวิดีโอ vivo ระบุว่าระบบรองรับการบันทึก Cinematic 4K 120fps 10-bit Log ครบทุกระยะเลนส์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเก็บรายละเอียดและการปรับแต่งงานวิดีโอภายหลัง

งานภาพ วิดีโอ และ AI ใช้การประมวลผลต่อเนื่อง vivo จึงวางชิป MediaTek Dimensity ที่ปรับจูนร่วมกับผู้ผลิต ควบคู่กับชิปภาพที่พัฒนาเองอย่าง vivo VS1+ และเทคโนโลยี BlueVolt Battery

ในครึ่งปีแรก BlueVolt Battery เจเนอเรชันใหม่ถูกใช้ในหลายกลุ่มรุ่น ตั้งแต่ 6,500mAh ใน V70 และ X300 FE, 6,600mAh ใน X300 Ultra ไปจนถึง 7,000mAh และ 7,200mAh ใน V70 FE และ Y31d โดยทำงานร่วมกับ FlashCharge และระบบจัดการสุขภาพแบตเตอรี่ตามข้อมูลของ vivo
สิ่งที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขความจุจึงไม่ใช่แค่เวลาการใช้งานที่ยาวขึ้น แต่เป็นโจทย์ของการรักษาสมดุลระหว่างพลังงาน ประสิทธิภาพ ความบาง และการพกพา
ฮาร์ดแวร์ที่เร็วขึ้นจะมีความหมายก็ต่อเมื่อผู้ใช้เข้าถึงมันได้อย่างลื่นไหล OriginOS 6 จึงพัฒนาประสบการณ์ใช้งานประจำวัน โดยรวมความสามารถ AI สำหรับการจัดการข้อมูล การทำงาน การสร้างคอนเทนต์ และความบันเทิง

แกนสำคัญอยู่ที่การทำให้ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI ทำงานร่วมกันได้เป็นธรรมชาติ เพื่อให้ฟีเจอร์เข้ากับจังหวะการใช้งานมากกว่ากลายเป็นรายการความสามารถที่แยกขาดจากกัน
vivo ยังให้ความสำคัญกับความทนทานในหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่มาตรฐานทนน้ำและฝุ่น IP68 และ IP69 โครงสร้างที่ออกแบบเพื่อรองรับแรงกระแทก ไปจนถึงการรับรองจาก SGS และการทดสอบการตกกระแทกตามมาตรฐาน Military Standard ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับครึ่งปีหลัง 2569 vivo ระบุทิศทางการพัฒนา เทคโนโลยี ต่อไปไว้ที่เซนเซอร์กล้อง เทคโนโลยี BlueVolt Battery ระดับ 8,000–10,000mAh และ OriginOS 7 ที่จะเพิ่มฟีเจอร์ AI โดยทั้งหมดเป็นทิศทางในอนาคตที่แบรนด์เปิดเผยในครั้งนี้
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok