
TSMC ประสบปัญหา 2nm ขาดแคลนอย่างหนัก หลังกำลังการผลิตถูกจองเต็มจนถึงปี 2026 ทั้งจากฝั่ง AI และมือถือ ส่งผลให้ Qualcomm, Apple และ MediaTek ต้องใช้กลยุทธ์ Dual-chip แยกชิปพรีเมียมไว้เฉพาะรุ่นท็อป ขณะที่วิกฤต DRAM ซ้ำเติมให้ราคาสมาร์ตโฟนมีแนวโน้มสูงขึ้นในปีนี้
ข้อมูลจากนักปล่อยข่าวหลุดชาวจีน Digital Chat Station ระบุว่าหลายแบรนด์จะจัดสรรชิปเซ็ตรุ่นท็อปไว้สำหรับรุ่น “Ultra” หรือ “Pro Max” เท่านั้น เนื่องจากทั้งต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูงและซัพพลายชิปที่ตึงตัว แม้ว่าเขาไม่ได้ระบุชื่อ TSMC โดยตรง แต่บริบทชี้ชัดว่าวิกฤตครั้งนี้มีต้นตอจากโรงงานผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก
ปัญหาหลักไม่ใช่แค่เรื่อง Yield หรืออัตราการผลิตชิปที่ได้มาตรฐาน แต่คือการที่ AI และมือถือต้องแข่งกันจองพื้นที่ผลิตบน Node เดียวกัน รายงานจากวงการอุตสาหกรรมชี้ว่ากำลังการผลิต N2 ของ TSMC เกือบทั้งหมดจนถึงสิ้นปี 2026 ถูกจองล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว โดยมี Apple, Qualcomm, Nvidia และ AMD เป็นลูกค้าหลัก
Apple เพียงรายเดียวถือครองมากกว่าครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิต N2 ในช่วงเริ่มต้น ทำให้แบรนด์อื่นๆ มีพื้นที่เหลือน้อยมากสำหรับการวางแผนผลิตในระดับมวลชน ยิ่งความต้องการชิป AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่องว่างระหว่างซัพพลายและดีมานด์ก็ยิ่งถ่างกว้างออกไปทุกไตรมาส
Samsung คือคู่แข่งหลักของ TSMC ในตลาดผลิตชิปขั้นสูง แต่ในขณะนี้บริษัทยังเผชิญปัญหา Yield ต่ำในกระบวนการผลิต 2nm แบบ GAA (Gate-All-Around) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมทรานซิสเตอร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน แต่ยังมีความซับซ้อนในการผลิตสูง
ปัญหาดังกล่าวทำให้แบรนด์สมาร์ตโฟนไม่สามารถพึ่งพา Samsung Foundry เป็นทางเลือกสำรองได้อย่างเต็มที่ สถานการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำว่าซัพพลายชิประดับ 2nm ในตลาดโลกขณะนี้แทบผูกอยู่กับ TSMC เพียงรายเดียว
กลยุทธ์ Dual-chip กลายเป็นทางออกที่แบรนด์ชิปท็อปต่างหันมาใช้พร้อมกัน Qualcomm มีแผนเปิดตัว Snapdragon 8 Elite Gen 6 และ Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro คู่กัน โดยรุ่น Pro จะสงวนไว้สำหรับสมาร์ตโฟนระดับท็อปเท่านั้น
Apple ก็เดินแผนในทิศทางเดียวกัน ด้วยการแยก A20 และ A20 Pro ออกจากกัน เพื่อให้ชิปพรีเมียมกว่าตกถึงมือผู้ใช้ iPhone รุ่นสูงสุด ขณะที่ MediaTek เตรียมออก Dimensity 9600 และ Dimensity 9600 Pro โดยรุ่นธรรมดาจะถูกจัดสรรให้สมาร์ตโฟนราคาปานกลาง ส่วนรุ่น Pro รองรับแฟล็กชิปเท่านั้น
นอกจากชิปประมวลผลแล้ว วิกฤต DRAM ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟนในปีนี้ DRAM คือหน่วยความจำหลักที่ใช้ในทุกอุปกรณ์อัจฉริยะ เมื่อราคาพุ่งสูงขึ้น ต้นทุนรวมต่อเครื่องก็เพิ่มขึ้นตาม
ผู้เชี่ยวชาญในวงการประเมินว่าสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมในปลายปี 2026 และต้นปี 2027 จะมีราคาสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ชิป 2nm ร่วมกับ RAM ความจุสูง ผู้บริโภคที่วางแผนเปลี่ยนเครื่องอาจต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10–15% เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน
สถานการณ์ TSMC 2nm ขาดแคลนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันระหว่าง AI และอุปกรณ์มือถือเพื่อแย่งชิงกำลังผลิตชิปขั้นสูงจะยิ่งรุนแรงขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า และผู้บริโภคปลายทางคือกลุ่มที่รับผลกระทบโดยตรงทั้งในแง่ราคาและตัวเลือกสินค้า
ข้อมูลจาก: Gizmochina
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






