ทรูบิสิเนส ชี้ค่าไฟไทยพุ่ง 38% พลังงานสูญเปล่าแฝง 30-40% ดัน Smart Energy ผ่าน AI-IoT

GogolicoNewsPR6 มิถุนายน 2569105 Views

ค่าไฟภาคครัวเรือนไทยพุ่งขึ้น 38% เมื่อเทียบปีต่อปี คิดเป็นภาระเพิ่มเฉลี่ย 8,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี และยังกดอัตรากำไรของ SME หายไปถึง 70% นี่คือตัวเลขที่ ทรูบิสิเนส นำมาเปิดเผยในงาน Life x Energy 2026 พร้อมชี้ว่าต้นตอของปัญหาไม่ได้มาจากราคาพลังงานเพียงอย่างเดียว

พลังงานสูญเปล่าที่มองไม่เห็น กินงบไปถึง 30-40% ทุกเดือน

ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า มีพลังงานสูญเปล่าที่มองไม่เห็น หรือ “Invisible Waste” แฝงอยู่ในบ้านและสถานประกอบการทั่วไป รวมกันสูงถึง 30-40% ของการใช้พลังงานทั้งหมด โดยแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก

อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กค้างไว้ในโหมดสแตนด์บาย (Always-on Standby) กินพลังงานไปถึง 12% ตามมาด้วยเครื่องปรับอากาศที่ขาดเซ็นเซอร์ควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ คิดเป็น 9% กระแสไฟรั่วจากอุปกรณ์เสื่อมสภาพ 8% และการเปิดไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ที่ไม่มีคนใช้งานอีก 6% ทั้ง 4 กลุ่มนี้รวมกันกลายเป็นต้นทุนเงียบที่ซ้ำเติมค่าครองชีพอยู่ทุกเดือน

เครือข่ายอัจฉริยะ 3 ชั้น เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการลดค่าใช้จ่ายจริง

ทรูบิสิเนสนำเสนอสถาปัตยกรรมเทคโนโลยี 3 ขั้น ภายใต้แนวคิด “Connectivity is the New Energy” เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ ชั้นแรกคือ SENSE ใช้เครือข่าย 5G, ไฟเบอร์ และ NB-IoT เชื่อมต่อมาตรวัดอัจฉริยะและกล้อง AI Vision เพื่อเก็บข้อมูลการใช้พลังงานในทุกพื้นที่แบบละเอียด

ชั้นที่สองคือ DECIDE นำ AI Agents มาวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ร่วมกับ Digital Twins และ Edge Cloud เพื่อตัดสินใจโดยอัตโนมัติ และชั้นสุดท้าย ACT แปลงข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นให้เป็นการสั่งการอุปกรณ์จริง พร้อมหน้าจอติดตามที่เจ้าของบ้านหรือสำนักงานสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ

ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง ตั้งแต่บ้านถึงโรงงาน

ทรูบิสิเนสยกกรณีศึกษาจากหลายภาคส่วนที่ได้ใช้ระบบนี้จริงแล้ว บ้านอัจฉริยะที่ผสานระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ และการตัดไฟอัตโนมัติในพื้นที่ว่าง สามารถลดค่าไฟได้ 15-25% ต่อเดือน ด้านธุรกิจค้าปลีกที่นำร่องใช้งานแล้วกว่า 1,000 ร้านค้า ประหยัดพลังงานจากการควบคุมระบบทำความเย็นและแสงสว่างได้ถึง 22%

อาคารสำนักงานที่ติดเซ็นเซอร์ตรวจจับการใช้งานพื้นที่ ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ได้ 28% ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมที่สับเปลี่ยนช่วงเวลาทำงานของเครื่องจักรหนักไปอยู่ในช่วง Off-Peak ลดการใช้พลังงานจำเพาะลงได้ 18 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อหน่วย ขณะที่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้เซ็นเซอร์คาดการณ์การบำรุงรักษา ลดโอกาสที่ระบบหยุดชะงัก (Downtime) ลงได้ 30%

จากบ้านสู่เมือง ตั้งเป้า Zero Utility Waste ในระดับประเทศ

ดร.ธีรเดช ย้ำว่าเป้าหมายของยุทธศาสตร์นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเลขในบิลค่าไฟ ทรูบิสิเนสวางแผนขยายการเชื่อมต่อไปสู่ระดับเมือง ครอบคลุมระบบควบคุมไฟแสงสว่างอัจฉริยะ (Smart Lighting), การจัดการสัญญาณไฟจราจรด้วย 5G เพื่อลดมลพิษจากการจราจรติดขัด รวมถึงระบบแจ้งเตือนขยะและท่อประปารั่วไหล

กรอบเป้าหมายครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ ลดภาระค่าครองชีพครัวเรือน, ดันภาครัฐและธุรกิจสู่ Zero Utility Waste และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่วัดผลได้จริง (Quantifiable Carbon Cuts) สะท้อนทิศทางที่ทรูบิสิเนสต้องการเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมทุกมิติของการใช้พลังงานในประเทศไทยเข้าด้วยกัน

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...