ทรู ผลประกอบการ Q1 2569 กำไรต่อเนื่อง 5 ไตรมาส EBITDA โต 10.9% จ่ายปันผล 4.8 พันล้าน

GogolicoGogolicoNewsPR7 พฤษภาคม 2026164 Views

ทรู ผลประกอบการ Q1 2569

ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ โดยคณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.8 พันล้านบาท หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 73% ของกำไรสุทธิ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการสร้างกำไรในระยะยาว

EBITDA โตแกร่ง หนุนจากต้นทุนที่ลดลง

EBITDA ไตรมาสนี้อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้บริการปรับตัวดีขึ้นแตะ 68.3% เพิ่มขึ้น 7.1 จุดเมื่อเทียบปีก่อน นับตั้งแต่ควบรวมกิจการ บริษัทสามารถเพิ่ม EBITDA สะสมได้ถึง 8.6 พันล้านบาท หรือเติบโต 44%

ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย) ที่ลดลงถึง 29.8% เมื่อเทียบปีก่อน หลังการสิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 และค่าใช้จ่ายโครงข่ายที่ลดลง 25.2% จากการได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ใหม่ ส่วนต้นทุนอื่นในการให้บริการลดลง 13.1% จากค่าใช้จ่ายคอนเทนต์ที่หมดสัญญา EPL

ฐานลูกค้าขยายตัวทุกกลุ่ม

ด้านธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวนผู้ใช้รวมอยู่ที่ 48.1 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 614,000 เลขหมาย ในไตรมาสเดียว มาจากการบริหารอัตราเลิกใช้บริการที่ดีขึ้น มาตรการรักษาฐานลูกค้าเชิงรุก และโครงการ “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” ของกระทรวงศึกษาธิการ ขณะที่ผู้ใช้ 5G ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 18.4 ล้านราย

ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 36,000 ราย ซึ่งเป็นการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ควบรวมกิจการ หนุนด้วยคุณภาพโครงข่ายที่ดีขึ้นจากโครงการ Network Modernization ที่ดำเนินการต่อเนื่อง ส่งผลให้ระยะเวลาระบบขัดข้องลดลง และคะแนน Net Promoter Score ปรับตัวดีขึ้น

รายได้บริการทรงตัว PayTV ยังเป็นแรงกดดัน

รายได้จากการให้บริการ (ไม่รวม IC) อยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.6% เมื่อเทียบปีก่อน และ 0.4% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน แรงกดดันหลักมาจากธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV) ที่ยังคงหดตัว ขณะที่ธุรกิจมือถือและอินเทอร์เน็ตยังรักษาแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง ด้านรายได้จากการขายลดลง 14.6% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน จากการที่ไตรมาส 4/2568 มีการเปิดตัว iPhone หนุนยอดขาย

อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage) ลดลงมาอยู่ที่ 3.8 เท่า ลดลง 0.3 เท่าเมื่อเทียบปีก่อน และ 0.2 เท่าเมื่อเทียบไตรมาสก่อน จากการบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดในไตรมาส 4/2568 และการลดลงของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 0.4 จุดเมื่อเทียบปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงสร้างทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งและมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...