
คราบมันบนพื้น ขนสัตว์ที่พันแปรง และกลิ่นในถังน้ำเสียช่วงหน้าฝน เป็นโจทย์ที่ Tineco นำมาใช้พัฒนาสินค้าสำหรับตลาดไทย ภายใต้ทิศทางใช้ไทยเป็นฐานทดลองเพื่อขยายสู่อาเซียน แนวทางนี้ต่อเนื่องจากการสร้างตลาด Floor Washer หรือเครื่องล้างพื้น ที่รวมการดูด ล้าง และถูไว้ในขั้นตอนเดียว โดยแบรนด์ระบุว่ามียอดขายอันดับ 1 ของโลกในหมวดนี้ต่อเนื่อง 4 ปี ระหว่าง 2565–2568
นาย Leng Ling ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Tineco เล่าว่า แบรนด์ก่อตั้งในปี 2018 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกด้วย ช่วงแรก Tineco อยู่ในตลาดเครื่องดูดฝุ่นที่มีคู่แข่งสร้างภาพจำแข็งแกร่งอยู่แล้ว การเติบโตในตลาดแบบ Red Ocean จึงต้องแย่งชิงพื้นที่จากสินค้าที่ผู้บริโภครู้จักดี
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อบริษัทเลือกแก้ปัญหาที่เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปจัดการฝุ่นแห้งได้ แต่ยังรวมการดูด ล้าง และถูในขั้นตอนเดียวไม่ได้ จึงพัฒนา Floor Washer เพื่อสร้างตลาดใหม่ตามแนวคิด Blue Ocean ในมุมของ Leng Ling การเติบโตจึงเริ่มจากการแก้งานที่ผู้ใช้ยังต้องทำหลายขั้นตอน โดยเขาระบุว่า Tineco เป็นผู้บุกเบิกหมวดหมู่นี้ และครองอันดับ 1 ในตลาดจีนต่อเนื่อง 6 ปี

สิ่งที่ Tineco ต้องการให้ผู้ใช้รับรู้คือความสะดวกและความเบาแรง มากกว่าการต้องเรียนรู้ฟีเจอร์เพิ่มขึ้น แนวคิด Invisible Intelligence จึงวางระบบให้ช่วยคิดและปรับการทำงานอยู่เบื้องหลัง สอดคล้องกับปรัชญา “สร้างชีวิตในฝันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ” ที่แบรนด์ใช้มาตั้งแต่ก่อตั้ง
การสร้างความต่างของสินค้าจึงผูกกับประสบการณ์ขณะทำความสะอาด ตั้งแต่การรับมือระดับความสกปรกที่เปลี่ยนไป ไปจนถึงแรงที่ใช้เคลื่อนเครื่อง โดยมีสองเทคโนโลยีที่อธิบายแนวทางนี้ได้ชัดเจน
สำหรับ Leng Ling การทำ Localization ต้องเริ่มจากพฤติกรรมและปัญหาการใช้งานในแต่ละพื้นที่ ทั้งคราบมันจากอาหารไทย คราบทอด ซอสหรือน้ำจิ้มที่เหนียวข้น รวมถึงบ้านที่เลี้ยงสัตว์ บริษัทระบุว่าพัฒนาเทคโนโลยี ไอน้ำอุณหภูมิสูงถึง 380°C เพื่อขจัดคราบมันโดยไม่พึ่งสารเคมี พร้อมนำ Steam Cleaning และ DualBlock Anti-Tangle ซึ่งป้องกันเส้นขนพันแปรง มาตอบโจทย์การทำความสะอาด
ข้อมูลจากการใช้งานยังย้อนกลับไปสู่ทีมวิจัยและพัฒนา เช่น ปัญหากลิ่นในถังน้ำเสียช่วงฤดูฝนที่ร้อนชื้น ซึ่ง Tineco นำไปพัฒนาระบบลดกลิ่น น้ำอิเล็กโทรไลต์ และวัสดุช่วยยับยั้งแบคทีเรีย แทนการสรุปว่าผู้ใช้ใช้งานผิด กระบวนการนี้เปิดให้ปัญหาที่เกิดหลังซื้อมีผลต่อการพัฒนาสินค้าต่อไป
อีกด้านคือ Communication Localization ที่ต้องอธิบายคุณค่าของสินค้าให้สัมพันธ์กับชีวิตคนไทย ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยและพัฒนา ต้องฟังให้ลึกกว่ารายการฟีเจอร์ที่ลูกค้าขอ Leng Ling ยกตัวอย่างว่า ก่อนมี Floor Washer ผู้บริโภคยังไม่ได้บอกว่าต้องการเครื่องหน้าตาแบบใด แต่มีปัญหาเรื่องทำความสะอาดพื้นอยู่แล้ว หน้าที่ของทีมจึงเป็นการหาวิธีแก้ปัญหาที่ผู้ใช้อาจยังอธิบายเป็นผลิตภัณฑ์ไม่ได้
ในตลาดที่ผู้บริโภคไวต่อราคา Leng Ling มองว่า Price และ Value เป็นสองด้านของเรื่องเดียวกัน ราคาที่สูงขึ้นต้องมาพร้อมคุณค่าที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย Tineco จึงเลือกวางกลุ่มสินค้าให้ครอบคลุมความต้องการหลายระดับ แทนการให้ผู้ซื้อทุกคนต้องเลือกประสบการณ์แบบเดียวกัน
กลยุทธ์นี้แยกความต้องการด้านความสะอาดออกจากระดับความสะดวกที่ผู้ซื้ออยากได้เพิ่ม แม้ตลาดไทยจะอ่อนไหวต่อราคา แต่ CEO มองว่าลูกค้ากลุ่ม High-end ก็พิจารณาคุณค่าเช่นกัน หากประสบการณ์ตอบโจทย์ ราคาย่อมเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยตัดสินใจ แนวทางของแบรนด์จึงเป็นการทำให้ผู้ซื้อเห็นว่าฟีเจอร์แต่ละระดับช่วยงานส่วนใด
“คู่แข่งของ Tineco คือ Tineco เอง” เป็นมุมมองที่ Leng Ling ใช้อธิบายทิศทางถัดไปของบริษัท เป้าหมายคือขยายหมวดหมู่สินค้า เพิ่มการเข้าถึง Floor Washer ให้ผู้บริโภคทั่วโลก และรักษาความเร็วในการพัฒนานวัตกรรม การลงรายละเอียดตลาดไทย ทั้งคราบอาหาร ขนสัตว์ และสภาพอากาศ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้สินค้าตอบโจทย์การใช้งานในแต่ละตลาด
กลยุทธ์ของ Tineco เชื่อมการค้นหาปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ เข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยลดภาระผู้ใช้ และสินค้าหลายระดับที่อธิบายคุณค่าได้ชัดเจน ในไทยมีช่องทางข้อมูลและสินค้าทั้ง Facebook, Shopee, Lazada, TikTok และ Amaze โดยดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ Tineco ประเทศไทย
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok