
ซีรีส์ดราม่าชั้นศาลไทยที่ใช้เวลารีเสิร์ชกว่า 5 ปี พร้อมสตรีมแล้ววันนี้บน Netflix ในชื่อ “ทนายปีศาจ” ผลงานกำกับของ ไก่-ณฐพล บุญประกอบ ร่วมกับครีเอเตอร์ แซม-จักริน เทพวงค์ และ ซัน-ทรงพล จันทรสม ที่ตั้งคำถามกับทุกเฉดสีของระบบยุติธรรม ผ่านการชิงไหวชิงพริบในห้องพิจารณาคดีที่ไม่มีอะไรขาวหรือดำสนิท
ทนายปีศาจไม่ได้เริ่มต้นจากสตูดิโอใหญ่ แต่มาจาก Content Lab เวทีนำเสนอผลงานของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ประจำปี 2566 ก่อน Netflix จะเลือกหยิบขึ้นมาพัฒนาต่อ เส้นทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า ecosystem ของวงการ content ไทยกำลังเติบโตจนสามารถส่งผลงานขึ้นสู่ระดับ global streaming ได้จริง และยังเป็นหลักฐานว่านโยบาย soft power ที่สนับสนุนครีเอเตอร์ไทยกำลังให้ผลเป็นรูปธรรม

ด้านการผลิต คุณณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับที่กวาดรางวัลจากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน ระบุว่าการถ่ายทำฉากในศาลต้องออกแบบทุกช็อตล่วงหน้าอย่างละเอียด เทคนิคการเคลื่อนกล้องถูกใช้เพื่อเชื่อมต่อระหว่างห้องพิจารณาคดีกับจุดเกิดเหตุของแต่ละคดีได้อย่างราบรื่น ทีมเขียนบทยังใช้เวลาสัมภาษณ์บุคคลในวงการกฎหมายหลายสายวิชาชีพ เพื่อให้รายละเอียดทุกจุดสมจริงและเป็นไปได้ในบริบทของระบบยุติธรรมไทย
หญิง-รฐา โพธิ์งาม รับบทนำครั้งแรกในฐานะ “ทนายจิตตรี” ตัวละครที่มีหลายบุคลิกซ้อนกัน ทั้งเหี้ยม เท่ และกวน เธอกล่าวว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุดไม่ใช่แค่บทพูดยาวในฉากศาล แต่คือการถ่ายทอดให้ผู้ชมเข้าใจว่าทำไมจิตตรีถึงเลือกเดินบนเส้นทางที่เธอเลือก โดยไม่ตัดสินเธอจากเพียงวิธีการที่ใช้
ขณะที่ ณัฏฐ์ กิจจริต รับบท “เมฆ” ทนายหนุ่มผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ต้องเผชิญกับการเดินทางจากโลกขาวดำ สู่ความซับซ้อนที่จิตตรีพาเขาไป ณัฏฐ์ระบุว่าเมฆเป็นตัวละครแรกในชีวิตที่เขาเดาพัฒนาการไม่ได้เลยว่าจะไปทางไหน ซีรีส์ไม่ได้ถามว่าเมฆถูกหรือผิด แต่ถามว่าถ้าเป็นผู้ชม จะตัดสินใจอย่างไรในสถานการณ์เดียวกัน

นอกจากตัวละครหลักทั้งสอง ทนายปีศาจยังเต็มไปด้วยตัวละครที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนระบบในแง่มุมต่างๆ ปริม-อัจฉรียา โพธิพิพิธธนากร รับบทนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ผลักดันกฎหมายคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทนายตำรวจยศใหญ่ที่สั่งสมอำนาจมาตลอดชีวิต และ ต้อม-พลวัฒน์ มนูประเสริฐ รับบทผู้พิพากษาพ่อของเมฆที่ยึดหลักกฎหมายไว้เหนือทุกสิ่งรวมถึงครอบครัวตัวเอง แต่ละตัวละครไม่มีใครดำหรือขาวสนิท ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองในการเลือกยืนจุดที่ยืน
ในช่วงที่ซีรีส์ไทยบน Netflix กำลังสร้างชื่อในระดับนานาชาติ การมาของ courtroom drama ที่ฝังรากลึกในบริบทกฎหมายไทยเรื่องนี้อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวที่พิสูจน์ว่าเรื่องราวจากห้องพิจารณาคดีไทยมีพลังมากพอที่จะเล่าให้ผู้ชมทั่วโลกฟังได้
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok