
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ AIS Academy และ IRIS Consulting เปิดตัว Thailand AI Readiness Index หรือ TARI เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ดัชนีวัดความพร้อมด้าน AI สำหรับองค์กรไทยครั้งแรกของประเทศ เพื่อให้ภาคธุรกิจประเมินศักยภาพ ค้นหาช่องว่างที่ต้องพัฒนา และวางแผนขับเคลื่อน AI ได้ตรงจุด ท่ามกลางสถานการณ์ที่หลายองค์กรเริ่มนำ AI มาใช้งานแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าตนเองพร้อมในระดับใด
ความท้าทายของภาคธุรกิจไทยในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงเทคโนโลยี AI แต่อยู่ที่ความพร้อมด้านคน ทักษะ ข้อมูล กระบวนการทำงาน ธรรมาภิบาล และวัฒนธรรมองค์กร TARI จึงถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือกลางที่ครอบคลุมการประเมินตั้งแต่ระดับองค์กร ระดับสายงาน ไปจนถึงระดับบุคลากรรายคน สะท้อนความพร้อมตั้งแต่วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงศักยภาพของพนักงานในการนำ AI ไปใช้จริง
ดัชนี TARI ครอบคลุมการประเมินความพร้อมด้าน AI ผ่าน 8 มิติหลัก ได้แก่
TARI ทำงานผ่าน 3 ขั้นตอนต่อเนื่องกัน เริ่มจาก Measure ที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจระดับความพร้อมด้าน AI ของตนเองอย่างรอบด้าน มองเห็นจุดแข็งและช่องว่างที่ต้องเร่งพัฒนา ตามด้วย Benchmark ที่เปิดให้องค์กรเปรียบเทียบศักยภาพกับอุตสาหกรรมเดียวกันและภาพรวมระดับประเทศ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของการลงทุน และปิดท้ายด้วย Activate ที่เปลี่ยนผลประเมินให้เป็นแผนปฏิบัติจริง ทั้งการพัฒนาบุคลากร การปรับกระบวนการทำงาน และการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร
ปัจจุบันมีองค์กรชั้นนำกว่า 40 แห่งจากหลากหลายอุตสาหกรรมให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นกลุ่มผู้บุกเบิกพัฒนาดัชนี TARI ก่อนขยายผลสู่ SMEs ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน และองค์กรในภาคส่วนต่าง ๆ โดยตั้งเป้าให้มีองค์กรเข้าร่วมประเมินอย่างน้อย 5,000 แห่งในปีแรก และเพิ่มเป็นกว่า 20,000 แห่งในระยะต่อไป องค์กรที่สนใจสามารถลงทะเบียนความสนใจได้ที่ thailand-tari.ai
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุว่า AI กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม นวัตกรรม และกำลังคน โครงการ TARI จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าใจเชิงระบบว่าองค์กรไทยมีความพร้อมในการใช้ AI อยู่ในระดับใด ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นฐานสำคัญให้ภาครัฐออกแบบนโยบายและมาตรการสนับสนุนได้ตรงจุด
ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวเสริมว่า ข้อมูลความพร้อมด้าน AI ขององค์กรไทยปัจจุบันยังกระจัดกระจาย ไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นระบบ TARI จึงเป็นกลไกสร้างกรอบการประเมินร่วม โดย สอวช. จะนำข้อมูลภาพรวมมาวิเคราะห์และออกแบบมาตรการสนับสนุนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละอุตสาหกรรม พร้อมกำกับดูแลข้อมูลอย่างรอบคอบ
นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า คำถามสำคัญของประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนที่ใคร แต่คือจะสร้างความพร้อมให้คน องค์กร และประเทศ ใช้ AI สร้างผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างไร จากประสบการณ์ขับเคลื่อน AI Transformation ภายใน AIS เอง ทั้งการพัฒนา AI Literacy และทักษะบุคลากรทุกระดับ ทำให้เชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ต้องเริ่มจากการเข้าใจความพร้อมของตนเองก่อน ไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี คุณกานติมา ระบุเพิ่มเติมว่า วิสัยทัศน์ภารกิจคิดเผื่อของ AIS คือที่มาของความร่วมมือพัฒนา TARI ให้เป็นเครื่องมือกลางที่ช่วยองค์กรไทยเห็นช่องว่างและกำหนดทิศทางการใช้ AI ในวันที่การแข่งขันวัดกันที่ใครพร้อมใช้ AI ได้ดีกว่า ไม่ใช่ใครมี AI มากกว่า
คุณบริวัฒน์ ปิ่นประดับ ประธานกรรมการ บริษัท ไอริส คอนซัลติ้ง กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับองค์กรหลากหลายอุตสาหกรรม พบว่าหลายองค์กรตั้งใจขับเคลื่อน AI แต่ยังไม่มั่นใจว่าควรลงทุนด้านคน ข้อมูล หรือกระบวนการทำงานก่อน บางองค์กรมีโครงการ AI เกิดขึ้นแล้วแต่ยังเชื่อมโยงผลลัพธ์ระดับองค์กรไม่ชัดเจน การมีเครื่องมือวัดความพร้อมมาตรฐานกลางจึงจำเป็น เพราะก่อนวาง Roadmap องค์กรต้องเข้าใจจุดเริ่มต้นของตนเองก่อน
TARI เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย และภาคธุรกิจชั้นนำ วางเป้าหมายให้เป็นภาษากลางด้าน AI Readiness ของประเทศไทย เมื่อองค์กรไทยตั้งแต่รายใหญ่ไปจนถึง SMEs สามารถวัดจุดยืนของตนเองได้ชัดเจน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุค AI ของประเทศจึงมีทิศทางที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok