15 ปีที่ไม่มี Steve Jobs : Apple เปลี่ยนไปแค่ไหน หลังชายผู้สร้างยุค iPhone จากไป

GogolicoGogolicoTech5 ตุลาคม 202674 Views

วันที่ 5 ตุลาคม 2026 เป็นเวลา 15 ปีพอดี นับจากวันที่โลกเทคโนโลยีสูญเสีย Steve Jobs หนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่ออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค

Steve Jobs เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2011 หลังจากใช้เวลาช่วงสำคัญของชีวิตสร้าง Apple ให้กลายจากบริษัทคอมพิวเตอร์เล็กๆ ไปสู่บริษัทที่มีผลิตภัณฑ์อย่าง Mac, iPod, iPhone และ iPad ซึ่งหลายอย่างไม่ได้เพียงประสบความสำเร็จในตลาด แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนและทิศทางของอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน

ในวันประกาศการเสียชีวิต Apple ระบุว่า ความคิดสร้างสรรค์ ความหลงใหล และพลังของ Jobs เป็นต้นกำเนิดของนวัตกรรมจำนวนมากที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน และวันที่ 5 ตุลาคมจึงกลายเป็นอีกหนึ่งวันที่ถูกจดจำในประวัติศาสตร์ของ Apple มาจนถึงปัจจุบัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึง 15 ปี คำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงว่าเรายังคิดถึง Steve Jobs มากแค่ไหน

แต่อาจเป็นว่า Apple ที่ไม่มี Steve Jobs มาแล้ว 15 ปี เปลี่ยนไปมากแค่ไหนจากบริษัทที่เขาเคยสร้างเอาไว้

จากโรงรถเล็กๆ สู่บริษัทที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

Apple ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 1976 และในปี 2026 บริษัทก็เพิ่งฉลองครบรอบ 50 ปีของตัวเองไปหมาดๆ

ตลอดห้าทศวรรษ Apple ผ่านผลิตภัณฑ์สำคัญตั้งแต่ Apple II, Macintosh, iPod, iPhone, iPad ไปจนถึง Apple Watch, AirPods, Apple Vision Pro รวมถึงบริการอย่าง App Store, Apple Music, Apple Pay, iCloud และ Apple TV

ชื่อของ Steve Jobs ผูกอยู่กับช่วงเวลาสำคัญเหล่านี้แทบตลอดเส้นทาง

Jobs เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Apple และกลายเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดัน Macintosh ในยุคแรก ก่อนออกจากบริษัทในช่วงกลางทศวรรษ 1980

หลังจากนั้นเขาก่อตั้ง NeXT และเข้าไปมีบทบาทกับ Pixar ก่อนที่จะกลับมายัง Apple ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทกำลังเผชิญปัญหาอย่างหนัก

การกลับมาของ Jobs นำไปสู่การปรับทิศทาง Apple ครั้งใหญ่

จาก iMac ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับ Mac มาถึง iPod และ iTunes ที่เปลี่ยนวิธีฟังและซื้อเพลง ก่อนจะเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของวงการเทคโนโลยีเมื่อ Apple เปิดตัว iPhone ในปี 2007

หลังจากนั้น App Store และ iPad ก็เข้ามาต่อภาพของ ecosystem ที่ Apple กำลังสร้างขึ้นให้ชัดเจนมากขึ้น

Jobs จึงไม่ได้มีบทบาทเพียงในฐานะ CEO แต่เป็นคนที่ช่วยกำหนดวิธีคิดเรื่องผลิตภัณฑ์ของ Apple ในยุคนั้น ทั้งการควบคุม Hardware และ Software ให้ทำงานร่วมกัน การให้ความสำคัญกับการออกแบบ ไปจนถึงแนวคิดที่ว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเข้าใจเทคโนโลยีทั้งหมด ขอเพียงผลิตภัณฑ์นั้นใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ

วันที่ Steve Jobs ส่งไม้ต่อให้ Tim Cook

Steve Jobs ไม่ได้เสียชีวิตในขณะที่ยังนั่งอยู่บนตำแหน่ง CEO

วันที่ 24 สิงหาคม 2011 เขาประกาศลาออกจากตำแหน่ง CEO ของ Apple พร้อมเสนอให้คณะกรรมการบริษัทดำเนินการตามแผนสืบทอดตำแหน่ง และแต่งตั้ง Tim Cook ซึ่งขณะนั้นเป็น Chief Operating Officer ขึ้นมาเป็น CEO คนใหม่

Jobs เขียนไว้ในจดหมายลาออกด้วยว่า เขาเชื่อว่า “วันที่สดใสและสร้างสรรค์ที่สุดของ Apple ยังอยู่ข้างหน้า”

เพียงประมาณหกสัปดาห์หลังจากนั้น วันที่ 5 ตุลาคม 2011 Apple ก็ประกาศว่า Steve Jobs เสียชีวิตแล้ว

เหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นใกล้กันมากจนทำให้การเปลี่ยนผ่านจากยุค Steve Jobs ไปสู่ยุค Tim Cook ดูเหมือนเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจากสายตาคนนอก

แต่ในความเป็นจริง Apple มีการเตรียมแผนสืบทอดตำแหน่งเอาไว้แล้ว และ Jobs เองก็เป็นคนเสนอชื่อ Tim Cook ให้เป็นผู้รับช่วงต่อ

นี่จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยน CEO แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคำถามที่ติดตาม Apple มาหลายปีว่า บริษัทที่มีตัวตนผูกอยู่กับผู้ก่อตั้งอย่าง Steve Jobs จะเดินต่ออย่างไรเมื่อไม่มีเขา

Apple Steve Jobs

Apple ในปี 2011 ใหญ่แค่ไหน?

ก่อนจะมอง Apple ในปัจจุบัน ต้องย้อนกลับไปดูบริษัทที่ Steve Jobs ทิ้งเอาไว้ก่อน

ผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2011 Apple มีรายได้ 28.27 พันล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิ 6.62 พันล้านดอลลาร์

ในไตรมาสเดียวกัน Apple ขาย iPhone ได้ 17.07 ล้านเครื่อง, iPad 11.12 ล้านเครื่อง และ Mac 4.89 ล้านเครื่อง

ตัวเลขเหล่านี้ถือว่าใหญ่มากสำหรับโลกเทคโนโลยีในเวลานั้น แต่เมื่อมองย้อนกลับจากปี 2026 จะเห็นว่าบริษัทหลังยุค Jobs ขยายขนาดไปไกลกว่านั้นมาก

ปีงบประมาณ 2025 Apple มีรายได้ทั้งปีแตะประมาณ 416,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฐานอุปกรณ์ที่มีการใช้งานอยู่ทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ในทุกหมวดผลิตภัณฑ์และทุกภูมิภาค

นี่คือ Apple ที่มีขนาดแตกต่างจากบริษัทเมื่อปี 2011 อย่างชัดเจน

และที่สำคัญ รูปแบบธุรกิจของ Apple เองก็เปลี่ยนไปด้วย

Apple หลัง Steve Jobs ไม่ได้พยายามเป็น Apple แบบเดิม

ช่วงแรกของยุค Tim Cook มีคำถามอยู่ตลอดว่า Apple จะยังสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ “เปลี่ยนโลก” ได้หรือไม่

เพราะเมื่อพูดถึงยุค Steve Jobs คนส่วนใหญ่นึกถึงผลิตภัณฑ์ที่สร้างหมวดตลาดใหม่หรือทำให้หมวดเดิมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Macintosh, iPod, iPhone หรือ iPad

Apple ในยุคหลัง Jobs เดินในเส้นทางที่ต่างออกไป

แทนที่จะมีผลิตภัณฑ์เพียงไม่กี่ชิ้นที่กลายเป็นตัวแทนของทั้งบริษัท Apple ค่อยๆ ขยายระบบนิเวศให้ครอบคลุมชีวิตประจำวันมากขึ้น

Apple Watch ทำให้อุปกรณ์สวมใส่กลายเป็นอีกหนึ่งเสาหลัก

AirPods เปลี่ยนหูฟังไร้สายให้กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่สำคัญที่สุดของ iPhone

Apple Silicon ทำให้ Mac กลับมาเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ถูกพูดถึงเรื่องประสิทธิภาพอย่างจริงจังอีกครั้ง

ขณะที่ Apple Pay, Apple Music, iCloud, Apple TV และบริการอื่นๆ ค่อยๆ ทำให้รายได้ของบริษัทไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขาย Hardware อย่างเดียว

แอปเปิลจึงไม่ได้เดินต่อด้วยการพยายามสร้าง Steve Jobs คนใหม่ แต่เปลี่ยนตัวเองจากบริษัทที่ภาพลักษณ์ผูกกับผู้บริหารคนหนึ่ง ไปสู่บริษัทที่พยายามสร้างระบบขนาดใหญ่ให้แต่ละผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อกัน

จาก Hardware Company สู่ Ecosystem Company

ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่อธิบายแอปเปิลหลัง Steve Jobs ได้ค่อนข้างชัด นั่นคือการเติบโตของ Ecosystem

ในยุค Jobs รายได้ของ Apple มี Hardware เป็นศูนย์กลางอย่างชัดเจน

แต่ Apple วันนี้มี Services กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญของบริษัท

ปี 2025 Apple ระบุว่าธุรกิจบริการสร้างสถิติใหม่หลายด้าน โดย App Store เพียงอย่างเดียวมีผู้ใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 850 ล้านคนต่อสัปดาห์ทั่วโลก ครอบคลุม 175 ประเทศและภูมิภาค ขณะที่ Apple Pay ขยายไปถึง 89 ตลาดแล้ว

นั่นหมายความว่าเวลาคนซื้อ iPhone ในปัจจุบัน สิ่งที่ Apple กำลังขายไม่ได้มีแค่ตัวเครื่อง

แต่คือการเข้าถึงระบบที่ประกอบด้วย App Store, iCloud, Apple Music, Apple Pay, Apple TV, Apple Watch, AirPods, Mac และอุปกรณ์อีกหลายประเภทที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกัน

นี่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมากจาก Apple เมื่อ 15 ปีก่อน

และอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมบริษัทจึงสามารถเติบโตต่อเนื่องได้ แม้จะไม่มี Steve Jobs อยู่บนเวทีมานานกว่าทศวรรษแล้ว

สิ่งที่ Steve Jobs ทิ้งเอาไว้ ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม การบอกว่า Apple ปัจจุบันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ Apple ในยุค Jobs ก็คงไม่ถูกทั้งหมด

สิ่งหนึ่งที่ Apple ยังพูดถึงจนถึงวันนี้คือแนวคิดเรื่องการนำเทคโนโลยีมาผสมกับศิลปศาสตร์และประสบการณ์ของมนุษย์

ในโอกาสครบรอบ 50 ปี Apple ในปี 2026 บริษัทระบุว่า ตั้งแต่เริ่มต้น Apple เชื่อว่า “เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ” และผลิตภัณฑ์จะมีความหมายเมื่อเทคโนโลยีมาบรรจบกับ Liberal Arts และ Human Touch

คนที่ติดตามแอปเปิล มานานน่าจะคุ้นกับแนวคิดนี้ดี เพราะมันเป็นหนึ่งในเรื่องที่ Steve Jobs พูดถึงอยู่บ่อยครั้ง

สิ่งที่ยังเห็นได้ใน Apple ปัจจุบันจึงไม่จำเป็นต้องเป็นรูปแบบของผลิตภัณฑ์แบบเดียวกับเมื่อปี 2011

แต่อาจเป็นวิธีคิดเรื่องการควบคุม Hardware, Software และ Services ให้ทำงานร่วมกัน รวมถึงความพยายามลดความซับซ้อนของเทคโนโลยีให้ผู้ใช้สัมผัสมันผ่านประสบการณ์ที่ง่ายที่สุดเท่าที่ทำได้

แนวคิดเหล่านี้ยังปรากฏอยู่ทั้งใน iPhone, Mac, Apple Watch ไปจนถึงทิศทางของ Apple Intelligence ในยุค AI

15 ปีที่ไม่มี Steve Jobs และ 50 ปีของ Apple

ปี 2026 จึงเป็นปีที่มีความหมายกับประวัติศาสตร์ Apple อยู่สองชั้น

วันที่ 1 เมษายน เป็นวันครบรอบ 50 ปีของบริษัท

ขณะที่วันที่ 5 ตุลาคม เป็นวันครบรอบ 15 ปีของการจากไปของ Steve Jobs

เมื่อวางสองเหตุการณ์นี้ไว้ด้วยกัน ก็ยิ่งเห็นชัดว่าชีวิตของ Apple ในวันนี้ยาวเกินกว่าจะถูกนิยามด้วยคนคนเดียวแล้ว

Steve Jobs มีบทบาทอย่างมากในการสร้าง Apple และพาบริษัทผ่านผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมหลายครั้ง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง Apple ก็ใช้เวลา 15 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถเดินต่อได้ แม้ไม่มีผู้ก่อตั้งที่เคยเป็นทั้ง CEO, Product Presenter และภาพแทนของบริษัทอยู่บนเวทีอีกแล้ว

Apple ในปี 2026 จึงไม่ใช่ Apple แบบเดียวกับวันที่ Steve Jobs จากไป

บริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้น มีผลิตภัณฑ์และบริการมากขึ้น มีระบบนิเวศที่ซับซ้อนขึ้น และกำลังเผชิญโจทย์ใหม่อย่าง AI, Spatial Computing และการแข่งขันในโลกเทคโนโลยีที่ต่างออกไปจากปี 2011 อย่างสิ้นเชิง

แต่ถ้ามองผ่านชั้นของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนั้น เรายังเห็นร่องรอยของแนวคิดบางอย่างจากยุค Steve Jobs อยู่

การสร้างเทคโนโลยีที่ไม่ต้องอธิบายว่าซับซ้อนแค่ไหน

การพยายามควบคุมทั้ง Hardware และ Software เพื่อให้ประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นเรื่องเดียวกัน

และความเชื่อว่าเทคโนโลยีควรทำหน้าที่รับใช้คน ไม่ใช่ทำให้คนต้องปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยี

หลังผ่านไป 15 ปี คำถามจึงอาจไม่ใช่ว่า Apple ทุกวันนี้ยังเป็นบริษัทของ Steve Jobs หรือไม่

แต่อาจเป็นว่า แนวคิดที่เขาทิ้งเอาไว้สามารถเดินทางต่อไปได้ไกลแค่ไหน โดยไม่ต้องมี Steve Jobs ยืนอยู่บนเวทีอีกแล้ว

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...