
ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ปรับราคา Hyundai STARIA Diesel รุ่นย่อย Premium (Euro 5) นำเข้าจากมาเลเซีย ลงมาอยู่ที่ 1,999,000 บาท ถูกลงจากรุ่นนำเข้าเกาหลีใต้ถึง 400,000 บาท โดยไม่ตัดออปชันสำคัญออกแม้แต่รายการเดียว

จุดที่ทำให้ราคาลดลงได้มากขนาดนี้มาจากการเปลี่ยนฐานการผลิตจากเกาหลีใต้มาเป็นมาเลเซีย ขณะที่ตัวรถยังคงติดตั้งซันรูฟไฟฟ้า 2 บาน บันไดข้างไฟฟ้า Power Side Step ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองฝั่ง และประตูท้ายไฟฟ้า เหมือนรุ่นเดิมทุกประการ
ระบบเสียง Bose พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง และกล้องมองภาพรอบทิศทาง ก็ยังเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรุ่น Premium ทำให้ส่วนต่างราคา 400,000 บาทกลายเป็นเงินที่ลูกค้าประหยัดได้จริงโดยไม่ต้องแลกกับฟีเจอร์ใดเลย
ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ไฟหน้า LED โปรเจกเตอร์ ไฟท้าย Parametric Pixel LED กระจังหน้าโครเมียม และล้ออัลลอย 18 นิ้ว ส่วนภายในเลือกใช้เบาะหนังแท้คู่กับไฟ Ambient Mood Lighting ที่ช่วยให้บรรยากาศห้องโดยสารดูหรูขึ้นทันทีที่เปิดประตู
เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้ 12 ทิศทางพร้อมระบบดันหลัง แอร์แยกส่วนหน้าหลัง และที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ตอบโจทย์การนั่งเดินทางไกลได้สบายไม่ต่างจากรถระดับพรีเมียมราคาแพงกว่า
ทั้งรุ่น Premium และ Elite Plus ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตรร่วมกัน ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า และแรงบิด 431 นิวตัน-เมตร ตัวเลขนี้เพียงพอสำหรับการลากตัวถังยาวที่บรรทุกผู้โดยสารเต็ม 11 คนโดยไม่อืด จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะพร้อม Paddle Shift
รองรับน้ำมันดีเซล B20 และผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 พร้อมปุ่มเปลี่ยนเกียร์ Shift-by-Wire เบรกมือไฟฟ้า และระบบ Auto Hold ที่ช่วยให้จอดติดไฟแดงนานๆ ไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง
ระบบช่วยขับขี่ Hyundai SmartSense ครอบคลุม Smart Cruise Control, Forward Collision-avoidance Assist, Lane Keeping Assist, Lane Following Assist, Blind-spot Collision Warning, Blind-spot View Monitor, Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist และ Safe Exit Assist ติดตั้งเป็นมาตรฐานทั้งรุ่น Premium และ Elite Plus โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

สำหรับใครที่งบไม่ถึง 1.999 ล้านบาท ยังมีรุ่น Elite Plus ราคา 1,899,000 บาท ที่ตัดออปชันบางส่วนออกแต่ยังได้ประตูสไลด์ไฟฟ้า จอดิจิทัล 10.25 นิ้ว และ SmartSense ครบ ผู้ที่สนใจสัมผัสตัวจริงสามารถเข้าทดลองขับได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok