
Sony ประกาศเปิดตัวคอลเลกชัน Hyperpop สำหรับอุปกรณ์เสริม PS5 ประกอบด้วยคอนโทรลเลอร์ DualSense wireless และฝาครอบคอนโซล PS5 ใน 3 ดีไซน์สีสันสดใส ผสมผสานสีดำเงาเข้ากับนีออนโดดเด่น พร้อมวางจำหน่าย 12 มีนาคม 2026
คอลเลกชันใหม่นี้นำเสนอความโดดเด่นผ่านการออกแบบที่ทันสมัย เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มความสดใสให้กับมุมเล่นเกม และสร้างประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างจากเดิม
คอลเลกชัน PlayStation 5 Hyperpop นำเสนอ 3 ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้แก่ Techno Red, Remix Green และ Rhythm Blue แต่ละโทนสีผสมผสานความมันเงาของสีดำเข้ากับความสดใสของนีออน สร้างความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร
ทั้ง 3 ดีไซน์ถูกออกแบบมาให้เข้ากันได้ทั้งคอนโทรลเลอร์และฝาครอบคอนโซล ช่วยให้เกมเมอร์สามารถปรับแต่งมุมเล่นเกมให้สอดคล้องกับสไตล์ส่วนตัว พร้อมสร้างบรรยากาศใหม่ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
การออกแบบแต่ละโทนมีความหมายเฉพาะตัว Techno Red เน้นความเข้มข้นและพลัง Remix Green สื่อถึงความสดชื่นและความคิดสร้างสรรค์ ส่วน Rhythm Blue นำเสนอความเย็นสบายและความลื่นไหล



ทีมออกแบบจาก Color, Material, and Finish ของ Sony นำโดย Leo Cardoso และ Sae Kobayashi เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์คอลเลกชัน Hyperpop โดยเน้นการพัฒนาสีสันและพื้นผิวที่โดดเด่น
ทีมงานใช้เวลาในการศึกษาและพัฒนาการผสมผสานระหว่างความเงางามของสีดำกับความสดใสของนีออน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ลงตัวและสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งาน การออกแบบนี้ไม่เพียงแต่เน้นความสวยงาม แต่ยังคำนึงถึงการใช้งานจริงและความทนทาน
กระบวนการสร้างสรรค์ผ่านการทดสอบหลายรอบเพื่อให้แน่ใจว่าสีสันและพื้นผิวสามารถคงความสวยงามได้ยาวนาน แม้ในการใช้งานประจำวัน
คอนโทรลเลอร์ DualSense wireless ในชุด Hyperpop วางจำหน่ายในราคา 2,890 บาท ส่วนฝาครอบคอนโซล PS5 ราคา 2,590 บาท ทั้งนี้ฝาครอบคอนโซลจะมีจำหน่ายในปริมาณจำกัดในบางตลาดเท่านั้น
ราคาดังกล่าวเป็นราคาแนะนำจากผู้ผลิต อาจมีการปรับเปลี่ยนตามช่องทางจำหน่ายและโปรโมชันต่างๆ เกมเมอร์ที่สนใจควรติดตามข้อมูลจากร้านค้าอย่างเป็นทางการเพื่อไม่พลาดโอกาสในการสั่งซื้อ
คอลเลกชัน PlayStation 5 Hyperpop เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป ให้เกมเมอร์ได้เลือกสรรดีไซน์ที่ถูกใจและเข้ากับสไตล์ของตัวเอง พร้อมสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่แตกต่างและน่าจดจำยิ่งขึ้น
ข้อมูลจาก: PlayStation Blog
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok





