
Sony กำลังจะเปิดตัวหูฟัง Wireless Over-Ear รุ่นใหม่ในชื่อ 1000X The ColleXion ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 นี้ โดยข้อมูล สเปค และภาพ Marketing ชุดเต็มหลุดออกมาล่วงหน้าก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ รุ่นนี้ถูกวางไว้เหนือ WH-1000XM6 และใช้ชื่อตั้งต้นที่ต่างออกไป สะท้อนว่า Sony ต้องการแยก Line นี้ออกจากซีรีส์ WH เดิมอย่างชัดเจน
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดคือโครงสร้างบานพับ ซึ่ง 1000X The ColleXion ใช้ Continuous Curved Headband พร้อมบานพับโลหะขัดเงาแทนพลาสติกในรุ่นก่อน ปัญหาบานพับแตกและหักเป็นเรื่องที่ผู้ใช้ XM5 และ XM6 รายงานซ้ำๆ มาตลอด การเปลี่ยนวัสดุครั้งนี้จึงน่าจะตอบโจทย์ความทนทานในระยะยาวได้มากกว่า ตัวหูฟังใช้เบาะหนังและตัว Slider เป็นโลหะ มีสีให้เลือก 2 ตัวเลือก ได้แก่ Black และ Platinum White
ฝั่งระบบเสียงและการตัดเสียง Sony ใช้ Processor คู่ระหว่าง QN3 และ V3 ขับ Real-Time Adaptive ANC ที่ดึงข้อมูลจากไมโครโฟน 12 ตัวพร้อมกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกในซีรีส์นี้ที่ใช้ระบบ Dual Processor ขณะที่การ Tuning เสียงได้รับการออกแบบร่วมกับวิศวกรจาก Battery Studios, Sterling Sound และ Coast Mastering สามสตูดิโอในระดับมืออาชีพ ซึ่งก็เป็นครั้งแรกในซีรีส์ 1000X เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีระบบ AI Voice Pickup แบบ Beamforming 6 ไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงลมและเสียงรอบข้างระหว่างโทรศัพท์
ด้านปุ่มควบคุม 1000X The ColleXion เลือกใช้ Physical Button ทั้งหมด ทั้งช่อง 3.5mm, ปุ่มเปิด-ปิด, ปุ่ม Bluetooth และปุ่ม Multifunction ทรงยาวรี ซึ่งต่างจากแนวทาง Touch Control ของรุ่นก่อนๆ




ความจุแบตเตอรีรองรับการใช้งาน 32 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC และ 24 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC พร้อมระบบ Quick Charge ที่ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเพื่อต่ออายุการใช้งานได้ 1.5 ชั่วโมง ในกล่องรวมสาย Audio ขนาด 1.2 เมตรและกระเป๋าใส่หูฟังทรง Purse พร้อมที่จับและ Magnetic Closure ส่วนสายชาร์จยังมีความไม่ชัดเจน เพราะ Official Slide ระบุว่าไม่รวม ในขณะที่ภาพ Promotional บางชุดแสดงสาย USB-A to USB-C อยู่ในกล่องด้วย
Sony 1000X The ColleXion จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ราคาตั้งต้นที่ $649 / €629 / £549 ถือว่าราคาสูงกว่า Apple AirPods Max 2 และ Bowers & Wilkins Px8 โดยรายละเอียดทั้งหมดรวมถึงการยืนยันสายชาร์จจะชัดเจนในวันดังกล่าว
ข้อมูลจาก: https://www.hoteudeals.com/
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






