
เมื่อ AI เริ่มมีบทบาททั้งวางแผนและลงมือในกระบวนการดูแลผู้ป่วย ความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์จึงเป็นโจทย์สำคัญของ Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 งานที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ MIT Hacking Medicine จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ระหว่าง 16–20 ตุลาคม 2569 มีทั้ง Hackathon เวิร์กชอป และการประชุมวิชาการ โดยได้รับใบสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติ
ธีมปีนี้คือ “Agentic Healthcare: From Models to Trustworthy Medicine” หรือ “ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้” เนื้อหาจะพาไปสำรวจการเปลี่ยนจาก AI ที่ทำนายความเสี่ยงหรือแนวโน้มโรค สู่ระบบที่วางแผนและลงมือปฏิบัติในกระบวนการดูแลผู้ป่วย พร้อมคำถามเรื่องผู้รับผิดชอบเมื่อผลลัพธ์กระทบผู้ป่วย
หนึ่งในกิจกรรมคือ LLM-athon วันที่ 19 ตุลาคม นำโดย Dr. Leo Anthony Celi จาก MIT Laboratory for Computational Physiology และ Harvard Medical School ประเด็นที่จะนำมาพูดคุยคือข้อจำกัดของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ LLMs ที่อาจตอบคำถามทางคลินิกเดียวกันต่างออกไปเมื่อเปลี่ยนภาษา รวมถึงผลต่อความปลอดภัยและความเท่าเทียมทางสุขภาพ หรือ Health Equity ในบริบทที่ใช้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
การประชุมเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยจาก MIT, Stanford, Harvard, Tsinghua University และ Peking University แลกเปลี่ยนว่าปัญญาประดิษฐ์จะช่วยยกระดับสุขภาพประชาชนได้อย่างไร ผู้จัดแนะนำผู้ร่วมอภิปรายและความเชี่ยวชาญไว้ดังนี้
ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า ศิริราชต้องการให้การอภิปรายตั้งอยู่บนหลักฐานและองค์ความรู้ การได้ฟังหลายมุมมองในห้องเดียวกันจะเป็นประโยชน์ต่อแพทย์ นักวิจัย และผู้ประกอบการไทย และเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน
ศิริราชและ MIT Hacking Medicine มีสัญญาความร่วมมือ 3 ปี ระหว่าง 2568–2570 เพื่อจัดประชุมและ Hackathon ด้านระบบสุขภาพต่อเนื่อง โดย Si x MIT BeyondHack เปิดให้ทีมจากการแข่งขันปีก่อนที่ยังพัฒนาผลงานกลับมานำเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ MIT และนักลงทุน ปีนี้มีทีมสมัครแล้ว 20 ทีม
ทีมชนะ BeyondHack จะได้เข้าร่วม BeyondHack Accelerator เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ทำงานร่วมกับ MIT และมีโอกาสหารือกับนักลงทุน ก่อนนำเสนอรอบชิงชนะเลิศที่ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ในปี 2570 ส่วนผู้ชนะ Hackathon จะได้รับ Golden Tickets ไปเข้าร่วม MIT Grand Hack ที่บอสตัน โดยศิริราชมูลนิธิครอบคลุมค่าเดินทาง ที่พัก และค่าลงทะเบียนทั้งหมด
Mr. Zen Chu ผู้อำนวยการ MIT Hacking Medicine Initiative และ Harvard-MIT Health Sciences & Technology Program ให้ความสำคัญกับเส้นทางพัฒนาทีมหลังจบการแข่งขัน และกล่าวว่าเริ่มเห็นบริษัทจากโครงการ Siriraj x MIT เตรียมระดมทุนและขยายสู่ตลาดโลกแล้ว ขณะที่ MIT Hacking Medicine มีประสบการณ์จัด Hackathon มากกว่า 200 ครั้ง ในกว่า 30 ประเทศ ตลอด 14 ปี เกิดบริษัทมากกว่า 100 แห่ง ซึ่งระดมทุนรวมมากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวอย่างศิษย์เก่า ได้แก่
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมควรเลือกวันตามกิจกรรมที่ต้องการ เพราะการแข่งขัน เวิร์กชอป และประชุมหลักจัดคนละช่วงและคนละสถานที่ โดยการแข่งขัน Hackathon ปีนี้มีสองหัวข้อหลักคือ โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Diseases) และ โรคมะเร็ง (Oncology)
ช่วงแรกเน้นการพัฒนาและนำเสนอผลงาน ก่อนต่อด้วยเวิร์กชอปที่มี LLM-athon และการประชุมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บัตร Workshop Day และบัตรประชุมวิชาการแยกประเภทและราคา จึงควรตรวจวันเข้าร่วมให้ตรงกับกิจกรรมที่เลือก
ผู้สนับสนุนระดับ Diamond ได้แก่ InterSystems, ธนาคารกรุงไทย (KTB) และมูลนิธิ ดร.พงษ์ศักดิ์ ฮุ่นตระกูล และนางนนทนา ธนบัตรชัย (PNF) ส่วนระดับ Platinum ได้แก่ เมืองไทยประกันชีวิต (MTL), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ Thanes Group พร้อมผู้สนับสนุนระดับ Gold อีก 10 ราย
พันธมิตรที่สนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, PNF, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, เมืองไทยประกันชีวิต, Berlin Pharma และ PT ส่วน InterSystems, iNT, KX, DataOne Asia และ Earthshine สนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
บัตรเข้าร่วมงานแยกเป็นการประชุมวิชาการวันที่ 20 ตุลาคม และ Workshop Day วันที่ 19 ตุลาคม โดยมีราคาสำหรับนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงบัตร Early Bird ซึ่งจำหน่ายถึง 30 กันยายน 2569 ดังนี้
Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 เชื่อมการแลกเปลี่ยนเรื่องความน่าเชื่อถือของ AI เข้ากับการลงมือพัฒนานวัตกรรมและโอกาสต่อยอดทีมหลังจบ Hackathon ผู้ที่สนใจสามารถตรวจรายละเอียดกิจกรรม เลือกประเภทบัตร และลงทะเบียนได้ที่ เว็บไซต์ Siriraj x MIT Hacking Medicine
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok