Siri AI ใน iOS 27 เปลี่ยนไปขนาดไหน? ทำอะไรได้บ้าง?

GogolicoTech16 มิถุนายน 2569123 Views

Apple ยกเครื่อง Siri ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2011 โดยใน iOS 27 จากผู้ช่วย Siri ได้แปลงร่างเป็น Siri AI ที่โต้ตอบได้แบบ back-and-forth รับคำสั่งหลายงานพร้อมกัน อ่านข้อมูลส่วนตัวจากแอปต่างๆ และควบคุมแอปบน iPhone ได้โดยตรง ฟีเจอร์นี้เริ่มเปิดทดสอบในเวอร์ชัน beta สำหรับนักพัฒนาแล้ว คาดว่าจะพร้อมใช้งานทั่วไปช่วงเดือนกันยายนนี้

Siri AI ต่างจาก Siri เดิมอย่างไร?

Siri รุ่นเดิมทำหน้าที่ได้ดีในงานคำสั่งตรงๆ เช่น ตั้งนาฬิกา โทรหาคน หรือค้นหาสภาพอากาศ แต่พอถามบริบทที่ซับซ้อนขึ้น เช่น “หนังที่พี่แนะนำมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคืออะไร” Siri รุ่นเดิมทำไม่ได้ เพราะมันไม่เข้าใจบริบท ไม่ได้อ่านข้อความ และไม่รู้ว่าคุณกำลังดูอะไรอยู่บนหน้าจอ

Siri AI แก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยสี่ความสามารถหลักที่ทำงานพร้อมกัน ได้แก่ Personal Context Understanding, Broad World Knowledge, Onscreen Awareness และ App Actions ซึ่งรวมกันทำให้ Siri กลายเป็นผู้ช่วยที่รู้จักชีวิตผู้ใช้จริง ไม่ใช่แค่ตอบคำถามทั่วไป

Personal Context Understanding อ่าน Mail Messages และ Photos ได้

Apple ปรับสถาปัตยกรรม Spotlight index ใหม่ทั้งหมด ทำให้ Siri AI เข้าถึงอีเมล ข้อความ รูปภาพ ไฟล์ โน้ต และปฏิทิน จากนั้นระบบ Apple Intelligence semantic index จะวิเคราะห์เนื้อหาเหล่านั้นเพื่อตอบคำถาม ไม่ใช่แค่ค้นหาคีย์เวิร์ดเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น ถามว่า “รหัสประตูที่ Sarah ส่งมาคืออะไร” หรือ “ชื่อร้านที่กินข้าวเดือนกุมภาพันธ์คืออะไร” Siri จะดึงข้อมูลจากข้อความหรืออีเมลมาตอบได้ทันที โดยข้อมูลทั้งหมดประมวลผลบน device หรือผ่าน Private Cloud Compute ทุกอย่างยังเป็นส่วนตัว เพราะข้อมูลไม่ได้ถูกส่งให้ Apple หรือบุคคลที่สาม

ถาม Siri ให้ค้นหาว่าเราเคยสั่งซื้ออะไรจากร้านค้า ระบบจะไปดูจากในข้อมูลในเครื่องของเรา อันนี้คือดูจาก SMS ก็จะเอามาแจ้งรายงานเราได้เลย

ลองสั่งให้ Siri เลือกเมนูอาหารให้ โดยอ้างอิงจากข้อมูลอาหารที่อยู่ใน Photos ของเรา แล้วได้ผลออกมาเป็นว่า Siri เลือกจากเมนูที่เราทานบ่อยมาเป็นตัวเลือก และสามารถให้ค้นหาร้านที่อยู่ใกล้ๆ ต่อได้เลย

Onscreen Awareness รู้ว่าคุณกำลังดูอะไร

Siri AI มองเห็นหน้าจอในแบบเรียลไทม์ คุณสามารถชี้ไปที่รูปภาพในแอปไหนก็ได้แล้วถามว่า “ถ่ายที่ไหน” หรือ “แปลเมนูนี้ให้หน่อย” หรือกำลังอ่านเอกสารแล้วถาม “สรุปให้หน่อยได้ไหม” โดยไม่ต้องบอก context เพิ่มเติม ฟีเจอร์นี้ยังรองรับการเลือก text หรือรูปในแอปใดก็ได้ แล้วแตะค้างไว้เพื่อถาม Siri เกี่ยวกับสิ่งที่เลือกได้โดยตรง

ลองเปิด Facebook แล้วกดปุ่ม Power ค้างเพื่อเรียก Siri จากนั้นก็ถามว่านี่คืออะไร ก็จะได้คำตอบ แล้วเราถามต่อได้ว่าถ้าจะหาซื้อ ซื้อได้ที่ไหน ทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องแคปภาพ ไม่ต้องไปเปิดแอปแล้วค่อยถาม

App Actions ให้ Siri ทำงานแทนคุณได้จริง

นี่คือจุดที่ Siri AI ก้าวข้ามจาก assistant ไปสู่ agent โดย App Actions ให้ Siri ควบคุมแอปของ Apple และแอป third-party ที่รองรับได้โดยตรง ไม่ใช่แค่เปิดแอปให้คุณกดเอง

ตัวอย่างเช่น สั่ง “ส่งรูปวันนี้ทั้งหมดให้ Eric” แล้ว Siri จะเข้าไปใน Photos เลือกรูปและส่งให้เลย หรือ “นัดวันอังคาร 3 โมงกับเพื่อนบ้านในปฏิทิน” Siri เพิ่มนัดได้โดยไม่ต้องเปิดแอป Calendar เอง ความสามารถนี้ขึ้นอยู่กับว่านักพัฒนาแอป third-party ได้ implement App Actions support แล้วหรือยัง ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น

Write with Siri ผู้ช่วยเขียนทุกที่ที่พิมพ์ได้

iOS 27 เพิ่มฟีเจอร์ Write with Siri แบบ systemwide ให้ Siri ช่วยร่างเอกสาร เปลี่ยน tone อีเมล ย่อเนื้อหา และ ตรวจแก้คำสะกดและไวยากรณ์อัตโนมัติขณะพิมพ์ ใน Mail และ Messages Siri ยังเรียนรู้สไตล์การเขียนของผู้ใช้แต่ละคนด้วย ทำให้เนื้อหาที่ช่วยเขียนฟังดูเป็นตัวเองมากกว่าการใช้ chatbot ทั่วไป

Foundation Model พัฒนาร่วมกับ Google Gemini

จุดที่น่าสนใจในเชิงเทคนิคคือ Apple พัฒนา Foundation Model รุ่นใหม่ที่ใช้ขับเคลื่อน Siri AI โดยอาศัยเทคโนโลยีเบื้องหลังอย่าง Google Gemini เป็นฐาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Apple ประกาศความร่วมมือลักษณะนี้อย่างเป็นทางการ นั่นหมายถึง Apple ไม่ได้เอา Gemini มายัดใส้ใส่ให้ Siri เพื่อทำงาน แต่ใช้เป็นฐานในการสร้าง AFM ในแบบของตัวเอง

นอกจากนี้ Apple ยังขยาย Private Cloud Compute ไปรันบน Google Cloud ด้วยฮาร์ดแวร์ NVIDIA เพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น

การจับมือกับ Google ครั้งนี้น่าสังเกตเป็นพิเศษ เพราะในอีกมิติหนึ่ง Google คือคู่แข่งโดยตรงทั้งในฝั่ง Android และ Gemini chatbot แต่ Apple เลือกใช้ประโยชน์จาก infrastructure ของ Google เพื่อให้ตัวเองส่งมอบ AI ได้ในระดับที่ผู้ใช้คาดหวัง

Siri Voice ปรับแต่งได้บน iPhone 17 Pro และ iPhone Air

สำหรับผู้ใช้ iPhone 17 Pro และ iPhone Air Apple เปิดให้ปรับแต่งเสียง Siri ได้ละเอียดขึ้น ทั้งสำเนียงและจังหวะการพูดที่เป็นธรรมชาติ ผ่านโมเดล on-device รุ่นใหม่ที่แม่นยำกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้ยังปรับปรุงการจับคำสะกดให้จับเสียงพูดได้ถูกต้องขึ้น ลดข้อผิดพลาดด้านการสะกดและวรรคตอน

Siri AI รุ่นไหนใช้ได้ และอะไรที่ยังไม่รองรับ

Siri AI ต้องการอุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ iPhone 15 Pro ขึ้นไป ผู้ที่ใช้ iPhone 15 มาตรฐาน iPhone 14 หรือรุ่นเก่ากว่า จะไม่ได้รับฟีเจอร์นี้ ภาษาที่รองรับตอนนี้มีเฉพาะภาษาอังกฤษหลายสำเนียง โดยยังไม่มีประกาศว่าจะรองรับภาษาไทยเมื่อไร ผู้ใช้ในไทยที่ต้องการใช้งานได้เต็มฟีเจอร์จึงต้องตั้งภาษา Siri เป็น English ก่อน

ข้อจำกัดที่สำคัญอีกจุดคือ Siri AI บน iPhone และ iPad จะไม่พร้อมใช้งานในสหภาพยุโรปเมื่อ launch และไม่รองรับในจีน แม้บน Mac จะพร้อมกว่า แต่ผู้ใช้ EU บน iPhone ต้องรอกำหนดที่ยังไม่ประกาศ

Siri AI พร้อมใช้งานใน iOS 27, iPadOS 27, macOS Golden Gate, visionOS 27 และ watchOS 27 การสนทนาซิงก์ข้ามอุปกรณ์ได้ และมีแอป Siri แยกต่างหากสำหรับเปิดดูประวัติการสนทนาย้อนหลังบนทุก platform

สิ่งที่ Apple พัฒนาใน iOS 27 ไม่ใช่แค่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ Siri แต่คือการนิยาม Siri ใหม่ทั้งหมด จากผู้ช่วยเสียงที่ตอบคำถามตรงๆ ไปสู่ AI ที่รู้จักชีวิตผู้ใช้ ทำงานแทนได้ และเชื่อมต่อทุก device เข้าด้วยกัน บทพิสูจน์จริงจะเกิดขึ้นเมื่อ iOS 27 เปิดให้ทุกคนอัปเดตในฤดูใบไม้ร่วงนี้

ข้อมูลจาก: MacRumors

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...