3 ผู้ผลิต RAM ยักษ์ใหญ่ กำลังจะถูกศาลฟ้อง ข้อหาผูกขาด ฮั้วราคา RAM จนพุ่งสูง 700%

GogolicoNews29 มิถุนายน 2569105 Views

กลุ่มผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐอเมริการวม 17 รายยื่นฟ้อง Samsung, SK Hynix และ Micron ต่อ US District Court for the Northern District of California เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 กล่าวหาว่าทั้งสามบริษัทสมคบคิดจำกัดอุปทานและกำหนดราคา DRAM (หน่วยความจำหลักที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และ Console) ตั้งแต่ปี 2022 จนราคาพุ่งสูงกว่า 700% ใน 4 ปี คดีนี้ถูกสื่อเรียกว่า “RAMageddon” และกำลังเขย่าวงการเซมิคอนดักเตอร์โลก

Samsung ,SK Hynix และ Micron ถูกฟ้อง Class Action ที่ศาลแคลิฟอร์เนีย

โจทก์ซึ่งประกอบด้วยผู้บริโภครายบุคคล 14 คนและธุรกิจขนาดเล็ก 3 แห่ง ได้แก่ ร้านขาย PC และบริษัทไอทีท้องถิ่น ยื่นฟ้องโดยมีสำนักกฎหมาย Bathaee Dunne LLP แห่งนิวยอร์กเป็นตัวแทน โจทก์อ้างว่าทั้งสามบริษัทละเมิด Sherman Act, Cartwright Act และกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของรัฐมินนิโซตา คำฟ้องระบุชัดว่าสามบริษัทนี้ผลิต DRAM ได้เกือบทั้งหมดของโลก ทำให้เมื่อพวกเขาตัดสินใจลดอุปทานพร้อมกัน ไม่มีคู่แข่งรายใดขยายกำลังผลิตมาชดเชยได้ทัน

คำฟ้องยังเน้นว่าการสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ต้องใช้เงินลงทุนหลักหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐและใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการผลิต กำแพงนี้ทำให้ผู้เล่นรายใหม่แทบเข้าสู่ตลาดไม่ได้ และส่งผลให้สามบริษัทมีอำนาจกำหนดทิศทางราคาตลาดโลกได้โดยตรง

DDR3 DDR4 ถูกโรงงานลดการผลิต 80% โยกไปผลิต HBM ให้ AI

แก่นของข้อกล่าวหาคือการที่ทั้งสามบริษัทโยกกำลังการผลิตกว่า 80% ออกจาก DDR3 และ DDR4 ซึ่งเป็น RAM มาตรฐานสำหรับผู้บริโภค ไปให้กับการผลิต HBM (High Bandwidth Memory) หน่วยความจำแบบ 3D-stacked ที่มีแบนด์วิดท์สูงและราคาแพงกว่ามาก โดย HBM ถูกจำหน่ายเป็นหลักให้กับศูนย์ข้อมูล AI ของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ซึ่งลงนามสัญญาระยะยาวและจ่ายราคาสูงกว่าตลาดผู้บริโภคหลายเท่า

คำฟ้องระบุตรงว่า “กลุ่มผู้ผลิต DRAM ได้ตัดกำลังการผลิตพร้อมกัน ประสานการโยกสายการผลิต DDR3 และ DDR4 ไปให้กับการผลิต HBM ส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นในอัตราและขนาดที่น่าตกตะลึง” แม้ฝั่งผู้ผลิตจะชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลจากแรงดึงดูดของตลาด AI ที่ทำกำไรได้มากกว่า แต่โจทก์โต้ว่าการปรับทิศทางพร้อมกันของทั้งสามบริษัทในเวลาเดียวกัน บ่งชี้ถึงการรู้เห็นเป็นใจมากกว่าการตัดสินใจทางธุรกิจอิสระ

ประวัติ ฮั้วราคา DRAM ปี 2005 จ่ายค่าปรับรวมกว่า 485 ล้านดอลลาร์

จุดแข็งของคดีนี้คือ การอ้างประวัติศาสตร์ที่มีบันทึกชัดเจน ในปี 2005 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ) ได้ตัดสินว่า Samsung มีความผิดในการสมคบคิดกำหนดราคา DRAM ระหว่างปี 1999 ถึง 2002 และต้องจ่ายค่าปรับ 300 ล้านดอลลาร์ ด้าน SK Hynix ยอมรับผิดและจ่ายค่าปรับ 185 ล้านดอลลาร์ ส่วน Micron รอดค่าปรับโดยแจ้งเหตุและร่วมมือกับอัยการ นอกจากนี้ในช่วงปี 2016 ถึง 2018 ที่ราคา DRAM พุ่งรอบสอง รัฐบาลจีนก็เปิดการสอบสวนทั้งสามบริษัทเช่นกัน

คำฟ้องปิดท้ายประเด็นนี้ว่า “พฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ เป็นครั้งที่สามในตลาดเดิม จากบริษัทกลุ่มเดิม” การอ้างอิงรูปแบบซ้ำสองรอบทำให้โจทก์มีน้ำหนักในการโต้แย้งว่าครั้งนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญของตลาด แม้ว่าคดียังไม่ผ่านการพิสูจน์ในชั้นศาลและจำเลยยังคงสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำตัดสิน

ราคา RAM พุ่ง 700% ใน 4 ปี กระทบ PC Notebook สมาร์ตโฟน และ Console

ผลลัพธ์ที่ผู้บริโภคต้องเผชิญอยู่ตอนนี้ก็คือ ราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ขึ้นในทุกหมวด ล่าสุด Apple ขึ้นราคา MacBook และ iPad อ้างต้นทุนหน่วยความจำ ขณะที่ Xbox ก็ประกาศปรับราคา Console บางรุ่น

ทาง Micron เองออกมาระบุว่าภาวะขาดแคลน RAM น่าจะยืดไปถึงปี 2030 ในขณะที่ Lenovo มองว่าระดับราคาที่สูงนี้อาจกลายเป็น “ค่าปกติใหม่” ของอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตามธนาคารเพื่อการลงทุน Jefferies ประเมินว่าคดีความนี้จะไม่ส่งผลต่อราคา RAM ในตลาดจริงอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2026 เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายใช้เวลายาวนานและตลาดยังคงขับเคลื่อนด้วยแรงดึงดูดของ AI อยู่ต่อไป คดีนี้จึงเป็นทั้งการต่อสู้ทางกฎหมายระยะยาวและสัญญาณเตือนว่าผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กกำลังหมดความอดทนต่อภาวะ RAMageddon ที่ดูเหมือนจะยังไม่มีวันสิ้นสุดในเร็ว ๆ นี้

ข้อมูลจาก: Video Games Chronicle

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...