
Samsung เปิดตัว Galaxy S26 Series อย่างเป็นทางการที่งาน Samsung Unpacked นำโดย Galaxy S26 Ultra ที่มาพร้อมนวัตกรรม Privacy Display ในตัวเป็นรายแรกของโลก ควบคู่กับ Galaxy AI รุ่นที่ 3 และชิปเซตประสิทธิภาพสูงสุดที่เคยมีในตระกูล Galaxy S Series ทั้ง 3 รุ่นเปิด Pre-order ได้ทันทีในวันเดียวกัน

จุดเด่นที่ทำให้ Galaxy S26 Ultra แตกต่างจากสมาร์ตโฟนทุกรุ่นในตลาดคือ Privacy Display ที่ฝังอยู่ในตัวเครื่องโดยตรง เทคโนโลยีนี้ทำงานด้วยการควบคุมการกระจายแสงระดับพิกเซล ทำให้เจ้าของเครื่องมองเห็นหน้าจอได้คมชัดเต็มตา ขณะที่คนที่นั่งหรือยืนอยู่ด้านข้างจะมองแทบไม่เห็น
ต่างจากฟิล์มกรองแสงแบบเดิมที่ทำให้ภาพมัวและสีซีดลง Privacy Display ของ Galaxy S26 Ultra รักษาคุณภาพการแสดงผลได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อปิดโหมด และเมื่อเปิดใช้งานก็ยังรองรับทั้งแนวตั้งและแนวนอน ผู้ใช้กำหนดเองได้ว่าจะให้ระบบทำงานตอนไหน เช่น เมื่อกรอกรหัส PIN หรือเปิดแอปที่กำหนด รวมถึงปรับระดับความเป็นส่วนตัวได้ตามสถานการณ์
Galaxy S26 Ultra ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy ที่ Qualcomm พัฒนาร่วมกับ Samsung โดยเฉพาะ ผลลัพธ์คือ CPU แรงขึ้น 19%, NPU ที่รับผิดชอบฟีเจอร์ AI แรงขึ้น 39% และ GPU แรงขึ้น 24% เมื่อเทียบกับ Galaxy S25 Ultra ทำให้ทั้งการเล่นเกม การมัลติทาสก์ และการประมวลผล AI ราบรื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เพื่อรับมือกับความร้อนที่อาจเพิ่มขึ้นตามประสิทธิภาพ Samsung ออกแบบ Vapor Chamber รุ่นใหม่ที่ระบายความร้อนออกได้กว้างขึ้นตลอดแนวข้างของชิป ช่วยให้เครื่องเย็นและสม่ำเสมอแม้ในช่วงเล่นเกมหรือถ่ายวิดีโอต่อเนื่อง ส่วนการชาร์จรองรับ Super Fast Charging 3.0 ที่ชาร์จได้ถึง 75% ภายใน 30 นาที

กล้อง Galaxy S26 Ultra ได้รับการปรับรูรับแสงให้กว้างขึ้น โดยกล้องหลัก 200MP รับแสงเพิ่มขึ้น 47% และกล้องเทเลโฟโต้ 5x รับแสงเพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับ S25 Ultra ส่งผลให้ภาพในที่แสงน้อยคมชัดและมีรายละเอียดมากขึ้น Enhanced Nightography Video ช่วยให้วิดีโอในสภาพแสงน้อยสว่างและชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ S26 Ultra ยังเป็นรุ่นแรกในตระกูล Galaxy ที่รองรับ APV ซึ่งเป็น codec วิดีโอระดับ Professional Grade ที่บีบอัดไฟล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่สูญเสียคุณภาพ เหมาะสำหรับนักสร้างคอนเทนต์ที่ต้องการแก้ไขวิดีโอซ้ำหลายรอบ

ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วย Exynos 2600 สำหรับรุ่นที่วางจำหนา่ยในประเทศไทย เป็นชิปเซตระดับรุ่นเดียวกับที่ใช้ใน S26 Ultra ทำให้ประสิทธิภาพการประมวลผลและ Galaxy AI ไม่แตกต่างกันในแง่ความสามารถหลัก
ด้านหน้าจอ Galaxy S26 ใช้จอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ส่วน S26+ ขยายขึ้นเป็น 6.7 นิ้ว ความละเอียด QHD+ ทั้งคู่รองรับอัตรารีเฟรช 120Hz แบบ Adaptive และมาพร้อม Vision Booster สำหรับการมองเห็นกลางแดด น้ำหนักอยู่ที่ 167 กรัม และ 190 กรัม ตามลำดับ
ระบบกล้องประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP (F1.8), กล้อง Ultra-Wide 12MP (F2.2) และกล้องเทเลโฟโต้ 10MP ซูม 3x (F2.4) พร้อมกล้องหน้า 12MP ที่ได้รับการปรับปรุง AI ISP ให้จับโทนสีผิวและรายละเอียดในแสงผสมได้ดีขึ้น ฟีเจอร์กล้องอย่าง Photo Assist, Creative Studio และ Document Scan ใช้งานได้ครบเหมือนรุ่น Ultra
แบตเตอรี่ S26 อยู่ที่ 4,300 mAh ชาร์จด่วนด้วยอะแดปเตอร์ 25W ได้ถึง 55% ใน 30 นาที ส่วน S26+ ให้ความจุที่มากกว่าที่ 4,900 mAh พร้อมชาร์จด่วย 45W ได้ถึง 69% ใน 30 นาที ทั้งสองรุ่นรองรับ Fast Wireless Charging และ Wireless PowerShare

Galaxy AI บน S26 Series ถูกออกแบบให้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยไม่รอให้ผู้ใช้สั่ง ฟีเจอร์ Now Nudge จะแนะนำรูปจาก Gallery อัตโนมัติเมื่อเพื่อนขอดูรูปทริป หรือตรวจสอบตารางนัดหมายเมื่อได้รับข้อความเกี่ยวกับการประชุม ส่วน Photo Assist ที่อัปเกรดใหม่ช่วยให้เปลี่ยนฉากจากกลางวันเป็นกลางคืน หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนชุดในรูปถ่ายได้ด้วยการพิมพ์คำสั่งธรรมดา
ในส่วนของ AI Agent ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง Bixby, Gemini และ Perplexity ตามความถนัด โดยสั่งงานได้ด้วยเสียงหรือกดปุ่มเดียว และยังรองรับการทำงานหลายขั้นตอนพร้อมกันในพื้นหลัง เช่น การเรียกแท็กซี่ผ่าน Gemini โดยแค่พูดบอก ตรวจสอบรายละเอียด และกดยืนยัน

Samsung เสริมระบบ Knox ด้วยการเข้ารหัสแบบ Post-Quantum Cryptography (PQC) ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต พร้อม Privacy Alerts ที่แจ้งเตือนแบบเรียลไทม์เมื่อแอปพยายามเข้าถึงตำแหน่ง, ประวัติการโทร หรือรายชื่อผู้ติดต่อโดยไม่จำเป็น ทั้งซีรีส์รองรับอัปเดตความปลอดภัยนาน 7 ปี รันบน Android 16 และ One UI 8.5
Galaxy S26 Series ทั้ง 3 รุ่นมีสีให้เลือก 4 ตัวเลือกหลักคือ Cobalt Violet, White, Black และ Sky Blue พร้อม Pink Gold และ Silver Shadow สำหรับผู้สั่งซื้อผ่าน Samsung.com โดยเฉพาะ
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok