
Samsung ประกาศวิสัยทัศน์ “Companion to AI Living” ในงาน The First Look ภายในงาน CES 2026 ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 โดยคุณทีเอ็ม โรห์ Vice Chairman และ CEO กล่าวถึงการใช้ AI เป็นแกนกลางเชื่อมต่ออีโคซิสเต็มอุปกรณ์ทุกประเภท ตั้งแต่มือถือ จอภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อมอบประสบการณ์ AI Companion ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ผลิตภัณฑ์เด่นในงานครั้งนี้ ได้แก่ ทีวี Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว พร้อม Vision AI Companion (VAC), ตู้เย็น Family Hub อัปเกรดด้วย AI Vision บน Google Gemini, เครื่องใช้ไฟฟ้า Bespoke AI ครบวงจร และระบบดูแลสุขภาพเชิงรุก
คุณซอกอู ยง ประธานและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจจอภาพ (Visual Display – VD) ของ Samsung และคุณสุคมณี โมห์ตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและพันธมิตรกลุ่มธุรกิจ VD ของ Samsung อเมริกา ขึ้นเวทีร่วมกันเพื่อถ่ายทอดแนวคิดเทคโนโลยีจอภาพที่ผสานความแข็งแกร่งด้านฮาร์ดแวร์เข้ากับความฉลาดด้านภาพ เพื่อยกระดับทีวีให้เป็นมากกว่าอุปกรณ์รับชม แต่เป็นผู้ช่วยด้านความบันเทิงที่อยู่เคียงข้างผู้ใช้
หัวใจของไลน์อัปจอภาพครั้งนี้คือทีวี Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว ที่ยกระดับทั้งขนาดและคุณภาพภาพอย่างก้าวกระโดด เปิดมิติใหม่ของการแสดงผลสีด้วยช่วงสีที่กว้างและรายละเอียดคมชัดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในทีวีของซัมซุง ผสานดีไซน์ Timeless Frame ที่ช่วยลดสิ่งรบกวนสายตา ให้ภาพโดดเด่นเป็นศูนย์กลางอย่างเรียบหรู
คุณภาพภาพระดับใหม่นี้มาจากแหล่งกำเนิดแสง RGB ขนาดไมโครที่ไดโอดสีแดง เขียว และน้ำเงินแต่ละจุดส่องแสงได้อย่างอิสระ ให้สีสันที่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ ทำงานร่วมกับ Micro RGB AI Engine Pro ที่ควบคุมสีได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ภาพในทุกฉากสด คมชัด และสมจริงยิ่งขึ้น
ทีวี Micro RGB และรุ่นอื่น ๆ ในไลน์อัปปี 2026 มาพร้อม Vision AI Companion (VAC) ที่นำ AI มาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านความบันเทิง คอยแนะนำและดูแลผู้ใช้ในทุกพื้นที่ของบ้าน ตั้งแต่สิ่งที่ควรดู ควรรับประทาน ไปจนถึงการเลือกเพลงให้เหมาะกับช่วงเวลา ช่วยขยายบทบาทของทีวีให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันมากกว่าการรับชมแบบเดิม
นอกเหนือจากความบันเทิง VAC ยังช่วยเสริมไลฟ์สไตล์ด้วยการค้นหาสูตรอาหารจากหน้าจอทีวีและส่งต่อคำแนะนำไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในบ้าน เช่น The Movingstyle และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานแบบหลายอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างไร้รอยต่อ
Samsung พัฒนาโหมดอัจฉริยะที่ปรับประสบการณ์การรับชมให้เข้ากับผู้ใช้แต่ละคน โดย AI Soccer Mode Pro ช่วยยกระดับการดูฟุตบอลด้วยการปรับภาพและเสียงให้สมจริง ขณะที่ AI Sound Controller Pro เปิดให้ปรับระดับเสียงเชียร์ เสียงพากย์ หรือดนตรีได้ตามสไตล์การฟัง
ฟีเจอร์ทั้งหมดใช้งานผ่านการสั่งงานด้วยเสียงบนทีวีที่มาพร้อม Vision AI Companion (VAC) ครอบคลุมตั้งแต่ Micro LED, Micro RGB, OLED, Neo QLED, Mini LED และ UHD TV ซึ่งสามารถเข้าใจและตอบสนองคำสั่งตามบริบทได้โดยอัตโนมัติ

Samsung ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการที่ออกแบบให้กลมกลืนกับพื้นที่อยู่อาศัยและสไตล์ผู้ใช้ โดยทีวี OLED S95H มาพร้อมกรอบหน้าจอที่ประณีตเรียบหรูเสมือนงานศิลป์ ขณะที่โปรเจกเตอร์พกพา The Freestyle+ ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Vision AI Companion (VAC) สามารถฉายภาพได้ทั้งผนัง เพดาน และพื้นผิวไม่เรียบ เช่น มุมห้องหรือผ้าม่าน ตอบโจทย์การรับชมในทุกพื้นที่ของบ้าน
ทีวีไลน์อัปปี 2026 ยังรองรับ HDR10+ ADVANCED ที่ยกระดับคุณภาพภาพในทุกมิติ ตั้งแต่ความสว่าง การปรับภาพตามประเภทคอนเทนต์ ความลื่นไหลของภาพเคลื่อนไหว การจัดการโทนสีเฉพาะจุด ไปจนถึงประสบการณ์การเล่นเกม เมื่อการรองรับ HDR10+ จากผู้ให้บริการ OTT เพิ่มขึ้น Samsung จึงเป็นรายแรกที่นำ HDR10+ ADVANCED มาใช้กับทีวีรุ่นปี 2026 ควบคู่กับการเปิดตัว Eclipsa Audio ระบบเสียงเชิงพื้นที่รุ่นใหม่ที่ถูกนำมาใช้กับทีวีทุกรุ่นในไลน์อัปเดียวกัน
Samsung เปิดตัวไลน์อัปจอมอนิเตอร์เกมมิ่ง Odyssey ที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึง 5 รุ่นใหม่ ที่ยกระดับขีดจำกัดทั้งด้านความละเอียด อัตรารีเฟรช และประสบการณ์ภาพที่สมจริง นำโดย Odyssey G9 รุ่น 6K 3D รุ่นแรกของซัมซุง รวมถึง Odyssey G6 เจเนอเรชันใหม่ และ Odyssey G8 รุ่นใหม่อีก 3 รุ่น ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีจอภาพระดับโลกสำหรับทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์
หัวใจสำคัญของนวัตกรรมจอภาพทั้งหมดนี้คือ Tizen OS ซึ่งผู้ใช้จะได้รับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ Tizen OS ต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ปี เพื่อให้ทีวีสามารถพัฒนาและมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
คุณชอลกี คิม Executive Vice President และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ Digital Appliances (DA) ของ Samsung และคุณเอลิซาเบธ แอนเดอร์สัน หัวหน้าฝ่าย Integrated Marketing กลุ่มธุรกิจ Digital Appliances (DA) ของ Samsung อเมริกา ร่วมกันถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของซัมซุงในการยกระดับบทบาทของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จากการเป็นเพียงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไปสู่การเป็น Home Companion หรือผู้ช่วยประจำบ้านที่ช่วยลดความยุ่งยากและความเครียดจากงานบ้านในชีวิตประจำวัน
ในเดือนธันวาคม ปี 2025 SmartThings มีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 430 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ซัมซุงทั้งในด้านขนาดของอีโคซิสเต็มและความเข้าใจเชิงลึกต่อพฤติกรรมผู้ใช้ที่แตกต่างและโดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาด ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือความร่วมมือครั้งแรกกับ Hartford Steam Boiler (HSB) บริษัทประกันภัยความเสี่ยงทางวิศวกรรมและเทคนิคชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา โดยคุณเกร็ก เอ็ม. บารัตส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HSB ได้ร่วมขึ้นเวทีพร้อมอธิบายถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า การเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะเข้ากับ SmartThings ช่วยลดเบี้ยประกันบ้าน สะท้อนศักยภาพของ AI ที่ช่วยเพิ่มความคุ้มครองควบคู่กับการลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้
หลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2025 ความร่วมมือนี้กำลังขยายไปยังรัฐอื่น ๆ ทั่วสหรัฐฯ รวมถึงบริษัทประกันชั้นนำในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก
แนวคิด Home Companion ถูกถ่ายทอดออกมาผ่าน Family Hub ตู้เย็นอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของบ้าน ในเวอร์ชันล่าสุดได้รับการอัปเกรดด้วย AI Vision ที่พัฒนาบนเทคโนโลยี Google Gemini เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุค AI ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ระบบสามารถจดจำและติดตามรายการอาหารที่ถูกนำเข้าและนำออกจากตู้เย็นได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดข้อจำกัดเดิมด้านการรับรู้วัตถุดิบ ทำให้การวางแผนมื้ออาหารและการจัดการอาหารภายในบ้านเป็นเรื่องง่ายและสะดวกกว่าที่เคย Family Hub ได้รับรางวัล CES Innovation Awards มาแล้วถึง 10 ครั้ง ขณะที่ตู้เย็นอัจฉริยะของซัมซุงที่มาพร้อม AI ได้รับรางวัลดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของซัมซุงในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
ฟีเจอร์ใหม่ในรูปแบบเกมอย่าง What’s for Today บนตู้เย็นบางรุ่น ช่วยแนะนำเมนูจากวัตถุดิบที่มีอยู่หรือเสนอไอเดียอาหารใหม่ ๆ ในแต่ละวัน เมื่อเลือกเมนูแล้ว สูตรอาหารจะแสดงใน SmartThings Food พร้อมขั้นตอนการทำ และสามารถส่งต่อไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อในครัวเพื่อเริ่มทำอาหารได้ทันที
เสริมด้วยฟีเจอร์ Video to Recipe ที่แนะนำวิดีโอทำอาหารและแปลงเนื้อหาเป็นขั้นตอนที่ทำตามได้ง่าย ทำให้ทำอาหารไปพร้อมวิดีโอได้อย่างลื่นไหล ควบคู่กับการเปิดตัว FoodNote รายงานสรุปพฤติกรรมการบริโภคประจำสัปดาห์ ตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้งานบ่อย เมนูแนะนำ ไปจนถึงรายการที่ควรเติมสต็อก
พร้อมการอัปเดต Now Brief ด้วยวิดเจ็ตที่หลากหลายขึ้นบนหน้าจอ Family Hub และเมื่อทำงานร่วมกับ Voice ID ระบบจะสามารถแยกแยะสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว เพื่อแสดงข้อมูลและคอนเทนต์ที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การจัดการเรื่องอาหารและการใช้ชีวิตประจำวันตลอดทั้งสัปดาห์เป็นเรื่องง่ายขึ้น
Samsung นำเสนอเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาในชีวิตประจำวัน โดย Bespoke AI Laundry Combo รวมการซักและอบผ้าไว้ในเครื่องเดียว ลดขั้นตอนและไม่ต้องย้ายผ้าไปมา รุ่นปีนี้อัปเกรดให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้นด้วยโหมดซักความเร็วสูง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการอบให้ผ้าแห้งดียิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันยังเปิดตัว Bespoke AI AirDresser รุ่นใหม่ ที่ช่วยจัดการปัญหาเสื้อผ้ายับได้อย่างง่ายดายผ่านฟีเจอร์ Auto Wrinkle Care ซึ่งใช้ลมแรงและไอน้ำช่วยคลายรอยยับ เพียงแขวนเสื้อแล้วรอ ก็ได้เสื้อผ้าเรียบพร้อมใส่ ช่วยประหยัดเวลาและลดความเร่งรีบในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
Bespoke AI Jet Bot Steam Ultra หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะของซัมซุง ช่วยดูแลความสะอาดได้อย่างชาญฉลาด ด้วยขุมพลังจากชิป Qualcomm Dragonwing™ และเซนเซอร์ Active Stereo 3D ที่สามารถแยกแยะของเหลว ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ น้ำผลไม้ หรือแม้แต่ของเหลวชนิดใสอย่างน้ำเปล่า
กล้องที่ติดตั้งมาในตัวช่วยให้การนำทางแม่นยำขึ้น และยังทำหน้าที่เป็นตัวช่วยดูแลบ้านเมื่อเจ้าของไม่อยู่ สามารถแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยง หรือสิ่งผิดปกติภายในบ้านได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ด้วย Bixby เวอร์ชันที่ฉลาดขึ้นช่วยให้ผู้ใช้สั่งงานหุ่นยนต์ดูดฝุ่นด้วยการพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การใช้งานสะดวกและเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น
ด้วยการเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งของอุปกรณ์ในระบบนิเวศเดียวกัน เครื่องใช้ไฟฟ้า Bespoke AI ของซัมซุงจึงได้รับรางวัล CES Innovation Award ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและประสบการณ์ AI แบบครบวงจร
คุณปริวีน ราชา Vice President และหัวหน้าฝ่าย Digital Health ของ Samsung อเมริกา ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ระยะยาวของซัมซุงด้านการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ (Intelligent Care) ที่ขับเคลื่อนด้วยอีโคซิสเต็มที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างครบวงจร โดยมุ่งเปลี่ยนแนวคิดการดูแลแบบรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น ไปสู่การดูแลแบบเชิงรุกที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า
ผ่านการทำงานร่วมกันของ AI บนสมาร์ตโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สวมใส่ และอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต
ระบบสามารถนำเสนอการโค้ชด้านสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล ด้วยการแนะนำการออกกำลังกาย การนอนหลับ และเมนูอาหารที่เหมาะสมจากวัตถุดิบในตู้เย็นที่เชื่อมต่อ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง หากระบบตรวจพบสัญญาณหรือรูปแบบที่ผิดปกติ จะมีการแจ้งเตือนผู้ใช้ทันที พร้อมเปิดให้แชร์ข้อมูลสุขภาพกับผู้ให้บริการทางการแพทย์ผ่านแพลตฟอร์ม Xealth และเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญออนไลน์ได้อย่างสะดวก
ควบคู่กับการเดินหน้าพัฒนาการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ผ่านความร่วมมือด้านการวิจัยที่ใช้อุปกรณ์สวมใส่ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เช่น การเคลื่อนไหว การพูด และระดับการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงด้านการรับรู้ในระยะยาว เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังและดูแลได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
Samsung Knox และ Knox Matrix ทำหน้าที่เป็นรากฐานด้านความปลอดภัยของอีโคซิสเต็มที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน ช่วยปกป้องข้อมูลผู้ใช้ในทุกขั้นตอน เมื่อ AI พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระบบความปลอดภัยทั้งสองก็ถูกยกระดับควบคู่กัน โดยมุ่งตรวจจับและรับมือความเสี่ยงจาก AI
ระบบเสริมการปกป้องข้อมูลในกระบวนการฝึกโมเดล และตรวจสอบความปลอดภัยของโมเดลผ่านการวิเคราะห์แบบ Red Team เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด
การเปิดตัววิสัยทัศน์ “Companion to AI Living” และผลิตภัณฑ์ใหม่ครบวงจรในงาน CES 2026 ครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Samsung ในการนำ AI มาสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุค AI อย่างแท้จริง
Vision AI Companion (VAC) รองรับการใช้งานกับทีวีซัมซุงทุกรุ่นในไลน์อัปปี 2026 ครอบคลุม Micro LED, Micro RGB, OLED, Neo QLED, Mini LED และ UHD TV โดยสามารถสั่งงานด้วยเสียงและเข้าใจคำสั่งตามบริบทได้อย่างอัตโนมัติ
SmartThings รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลากหลายแบรนด์ไม่ใช่เฉพาะซัมซุงเท่านั้น ผู้ใช้สามารถควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า หลอดไฟอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ IoT อื่น ๆ ที่รองรับมาตรฐานเดียวกันได้ภายใน 1 แอปพลิเคชัน
Family Hub AI Vision ใช้เทคโนโลยี Google Gemini ในการจดจำและติดตามอาหารอย่างแม่นยำ สามารถระบุประเภทอาหาร จำนวน และติดตามการนำเข้า-นำออกได้ ช่วยลดข้อจำกัดเดิมด้านการรับรู้วัตถุดิบ ทำให้การวางแผนมื้ออาหารและจัดการอาหารง่ายขึ้นอย่างมาก
ปัจจุบันโครงการลดเบี้ยประกันบ้านผ่าน SmartThings เป็นความร่วมมือกับ Hartford Steam Boiler (HSB) ในสหรัฐอเมริกา หลังทดสอบสำเร็จในปี 2025 กำลังขยายไปยังรัฐอื่น ๆ ในสหรัฐฯ และกำลังหาความร่วมมือกับบริษัทประกันในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก แต่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับประเทศไทย
AI Jet Bot Steam Ultra มีกล้องติดตั้งภายในตัวที่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวช่วยดูแลบ้านเมื่อเจ้าของไม่อยู่ได้จริง สามารถแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยงหรือสิ่งผิดปกติภายในบ้านได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน SmartThings บนสมาร์ตโฟน พร้อมบันทึกภาพและส่งการแจ้งเตือนทันที
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok





