
Samsung ก้าวขึ้นเป็นบริษัท มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ สหรัฐเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 หลังหุ้นพุ่งขึ้นถึง 14.4% ในวันเดียว ทำให้บริษัทกลายเป็นบริษัทเอเชียรายที่สองที่เข้าสู่สโมสร Trillion Dollar ต่อจาก TSMC ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในวงการชิปเซมิคอนดักเตอร์
สิ่งที่ทำให้นักลงทุนตื่นเต้นในครั้งนี้คือตัวเลขกำไรจากฝ่ายชิปที่ดีกว่าที่ใครคาดไว้มาก ไตรมาสแรกของปี 2026 Samsung รายงานกำไรจากการดำเนินงานของฝ่าย Semiconductor สูงถึง 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้เพียง 2.44 หมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้น
พลังขับเคลื่อนหลักมาจากดีมานด์ชิปหน่วยความจำสำหรับ Data Center และ Server ที่ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง และ Samsung คาดว่าความต้องการในส่วนนี้จะยืนระดับสูงไปตลอดช่วงท้ายปีด้วย
ข่าวที่ดันหุ้น Samsung ให้วิ่งแรงขึ้นอีกระลอกคือรายงานว่า Apple กำลังพูดคุยกับทั้ง Samsung และ Intel เพื่อเป็นทางเลือกในการผลิตชิปสำหรับอุปกรณ์ของตัวเอง โดยเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพา TSMC เพียงรายเดียว
ที่มาของปัญหาชัดขึ้นเมื่อ Tim Cook ซีอีโอของ Apple ระบุในการประชุมนักลงทุนว่า ยอดขาย iPhone 17 ถูกจำกัดเพราะขาดแคลนชิป A19 และ A19 Pro ที่ TSMC เป็นผู้ผลิต แม้ว่า iPhone 17 จะเป็นซีรีส์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดของบริษัทก็ตาม
Samsung ไม่ได้นิ่งรอโอกาส บริษัทระบุชัดว่ามีแผนคว้าออเดอร์ชิปเรือธงจากลูกค้ารายใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยการพัฒนาโหนดการผลิตขนาด 1.4nm กำลังดำเนินไปตามแผน และบริษัทกำลังเร่งขยายฐานลูกค้าบนโหนด 2nm ซึ่งใช้วงจรขนาดเล็กลงทำให้ชิปทั้งแรงขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิม
ความเคลื่อนไหวนี้สอดรับกับแผนของ Apple ที่กำลังเตรียมก้าวสู่ชิป 2nm ในรุ่นถัดไป โดย iPhone 18 คาดว่าจะเป็นรุ่นแรกที่ใช้ชิปบนโหนดนี้
แม้ฝ่ายชิปจะทำผลงานได้โดดเด่น แต่ภาพรวมของ Samsung ยังไม่สดใสทั้งหมด ธุรกิจสมาร์ตโฟนเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัสดุและชิ้นส่วนที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กำไรในส่วนนี้ฟื้นตัวได้ยาก
เมื่อเทียบกับคู่แข่งในวงการเทคโนโลยี Samsung ยังตามหลัง Apple ที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ และ TSMC ที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่การขึ้นสู่ระดับ Trillion Dollar ครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่าโลกกำลังพึ่งพาชิปหน่วยความจำในยุค AI มากขึ้นทุกวัน
ข้อมูลจาก: Bloomberg
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






