รีวิว Sony 1000X The Collexion (WH-1000XX) ครบรอบ 10 ปี แห่งความสุนทรีย์ ดื่มด่ำประสบการณ์เสียงสุดพรีเมียม

GogolicoREVIEW5 มิถุนายน 2569239 Views

รีวิว Sony 1000X The Collexion หรือ WH-1000XX รุ่นพิเศษที่ Sony ฉลองครบรอบ 10 ปีของซีรีย์ 1000X หูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สายที่ชื่อเสียงเกรียงไกรมาอย่างยาวนาน

รุ่นนี้ไม่ใช่ XM7 เพราะว่า XM6 เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว และ Sony ก็วางตำแหน่งรุ่นนี้ไว้คนละกลุ่มกับ WH-1000XM6 โดยสิ้นเชิง เพราะนี่คือหูฟัง Premium Lifestyle ที่เน้นวัสดุ งานคร้าฟ ความสบาย และคุณภาพเสียงที่เต็มอิ่มมากขึ้น

รีวิว Sony 1000X The Collexion

Sony 1000X The Collexion (จากนี้ขอเรียกว่า WH-1000XX นะ) เปิดตัววางจำหน่ายในไทยด้วยราคา 21,990 บาท ที่สูงกว่า WH-1000XM6 ถึง 6,000 บาท คงมีหลายคนถามอยู่ในใจว่า คุ้มมั้ยถ้าจะจ่ายเพิ่ม และถ้าจ่ายแล้วจะได้อะไร รีวิว นี้เราได้ทดสอบลองใช้มาสักพัก จะมาเล่าให้คุณฟังกันว่าควรตัดสินใจอย่างไรดี

ดีไซน์และวัสดุ : พรีเมียมที่มาพร้อมภาระดูแลรักษา

รีวิว Sony 1000X The Collexion

อย่างแรกที่ต้องคุยกันเลยก็คือดีไซน์ ถือเป็นจุดเด่นหลักที่ยกระดับให้หูฟังรุ่นนี้พรีเมียมขึ้นมาทั้งรูปลักษณ์ วัสดุ รวมไปถึงราคา

ข้อพับโลหะ : แข็งแรงขึ้น แต่พับเก็บไม่ได้แล้ว

รีวิว Sony 1000X The Collexion

จุดแรกที่เห็นและสัมผัสได้ทันทีคือโครงข้อพับที่เปลี่ยนจากพลาสติกมาเป็น อะลูมิเนียม ทั้งหมด ให้ความรู้สึกแข็งแรงและดูแพงกว่า WH-1000XM6 อย่างเห็นได้ชัด ตามข้อมูลจาก Sony แต่ละชิ้นผ่านการ Finish ด้วยมือ ซึ่งสัมผัสได้จากความเรียบและสม่ำเสมอของพื้นผิว

แต่ความแข็งแกร่งนี้มาพร้อมข้อแลกเปลี่ยน เพราะ WH-1000XX ไม่สามารถพับเก็บขนาดกะทัดรัดได้แบบ XM6 ดังนั้นการพกพาจึงต้องกินพื้นที่มากกว่า และแนะนำอย่างยิ่งให้พก Hard Case ติดตัวไปด้วยเสมอ ทั้งเพื่อป้องกันการกระแทกและรอยขูดขีดที่เกิดขึ้นได้ง่ายกับวัสดุ Faux Leather

Faux Leather : สัมผัสดี แต่ต้องดูแลอยู่สม่ำเสมอ

รีวิว Sony 1000X The Collexion

ตัวครอบหูและแผ่นรองหัวหุ้มด้วย Faux Leather พื้นผิวด้าน Sandblasted ให้ความรู้สึกพรีเมียมในมือ และไม่ลื่นและเกิดรอยคราบไขมันจากนิ้วมือแบบที่หูฟังพลาสติกทั่วไปเป็น แต่วัสดุนี้ก็มาพร้อมภาระการดูแลที่มากขึ้นตามมาด้วย

ในการใช้งานจริงระหว่างวัน คราบฝุ่น รอยนิ้วมือจากการสัมผัส และสำหรับผู้หญิงที่ทาแป้งรองพื้น คราบแป้งจะติดบน earpads ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าและน้ำยาที่เหมาะสมกับวัสดุ หากคุณเป็นคนที่ไม่อยากยุ่งยากกับการดูแลรักษา WH-1000XM6 น่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากกว่า

กระเป๋าพกพา : ไอเดียเรียบง่ายที่ควรมีนานแล้ว

Sony เปลี่ยนกล่องเก็บแบบเดิมมาเป็นกระเป๋าที่มีหูหิ้ว ล็อกด้วยแม่เหล็ก พกไปไหนได้เลยโดยไม่ต้องหากระเป๋าอื่นมาใส่ซ้ำ เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มาก แต่ในการใช้งานจริงสะดวกกว่าที่คิด แต่ถ้าคุณเป็นสายเดินทางในเมือง การใส่ในกระเป๋าเป้สะพาย ก็กินพื้นที่พอสมควรเลย

เคสจะล็อคแบบแม่เหล็ก เปิดปิดสะดวก ข้างในออกแบบมาให้ใส่ได้พอดีเป๊ะ และล็อคตำแหน่งไม่โคลงเครง

ในกล่องมีแถมสายหูฟัง 3.5 mm แต่ไม่มีสายแบบ USB-C แถมมาให้ซะอย่างงั้น

ความสบายในการสวมใส่ : หนักขึ้นแต่ใส่สบายกว่า

WH-1000XX หนักกว่า WH-1000XM6 ถึง 70 กรัม (เป็น 320 กรัม) ตัวเลขนี้ฟังดูเยอะ แต่ในความเป็นจริงเมื่อสวมใส่แล้วกลับไม่รู้สึกหนักหรืออึดอัดแต่อย่างใด เพราะ Sony ออกแบบแผ่นรองหูให้นุ่มและกระจายน้ำหนักได้ดีกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

earpads ชุดใหม่หนานุ่มกว่า และ Profile ของตัว earcup ที่บางลงทำให้ไม่ยื่นออกจากหัวมากจนเกินไป ผลลัพธ์คือสวมใส่ต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ยังรู้สึกสบาย ไม่มีความรู้สึกกดบริเวณหูหรือกระหม่อมแบบที่ XM6 บางครั้งก็มีรู้สึกบ้างเมื่อสวมต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง

อากาศร้อนไทยกับ Faux Leather

ข้อควรรู้สำหรับคนไทย วัสดุ Faux Leather นั้นมีความอบอุ่นกว่าผ้า Mesh หรือวัสดุระบายอากาศ เมื่อสวมใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานานในอากาศร้อนบ้านเรา จะรู้สึกแอบอุ่นๆ บริเวณหูบ้าง ไม่ถึงขั้นร้อนจนทนไม่ได้ แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องรับรู้ไว้

ไม่เหมาะกับการออกกำลังกายแม้แต่นิดเดียว

ต้องพูดตรงๆ ว่า WH-1000XX ไม่เหมาะอย่างยิ่งเลยสำหรับการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะวิ่ง เล่นยิม หรือปั่นจักรยาน สิ่งเดียวที่คุณได้จากการสวมหูฟังครอบหูระหว่างออกกำลังกายคือความเท่ นอกนั้นคือความลำบากล้วนๆ

น้ำหนัก 320 กรัม ความอบอ้าวของ Faux Leather ที่อบไอความร้อนระหว่างเหงื่อออก และความไม่กระชับเมื่อเคลื่อนไหวรุนแรง คือสิ่งที่จะสร้างความรำคาญระหว่างเซสชั่นออกกำลังกายอย่างแน่นอน และ WH-1000XX ก็ไม่มี IP Rating รองรับความเปียกชื้นด้วย หูฟังแบบ Sport หรือ True Wireless ที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายโดยเฉพาะจะเหมาะกว่าในสถานการณ์นี้อย่างไม่ต้องเปรียบเทียบ

คุณภาพเสียง : คาแรคเตอร์ที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่การก้าวกระโดด

เรื่องของเสียง เชื่อว่าเป็นอีกสิ่งที่แฟนโซนี่สนใจอยากรู้ว่า รุ่นใหม่อย่าง WH-1000XX นั้น จะพัฒนาหรือเปลี่ยนไปจากรุ่นล่าสุดอย่าง WH-1000XM6 มากน้อยแค่ไหนกัน

ไดรเวอร์ 30mm ใหม่ กับเสียงที่เต็มอิ่มขึ้น

Sony ติดตั้งไดรเวอร์ขนาด 30mm ใหม่ที่มี Soft Edge Dome และ High-Rigidity Dome เพื่อให้ได้ Soundstage ที่กว้างขึ้นและรายละเอียดความถี่สูงที่คมชัดขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่า “โตขึ้น” และ “เต็มอิ่มมากขึ้น” จาก WH-1000XM6

แต่ก็ต้องบอกว่า นี่ไม่ใช่การก้าวกระโดดที่ฟังแล้วร้องว้าว ความแตกต่างมีอยู่และรับรู้ได้ แต่ถ้าให้ใครที่ไม่ได้ฟังสองรุ่นเคียงกันมาบอกว่ารุ่นไหนดีกว่า อาจบอกไม่ได้เลย

เบสนุ่มลง เสียงร้องชัดขึ้น

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ “คาแรคเตอร์” ของเสียง WH-1000XX เลือกเบสที่นุ่มและกระชับกว่า WH-1000XM6 อย่างรู้สึกได้ พลังของเสียงฝั่งความถี่ต่ำลง และนำพื้นที่นั้นมาโฟกัสที่ความละเอียดของ Midrange และ Treble แทน

เสียงร้องชัดเจนและแยกตัวออกจากดนตรีประกอบได้ดีกว่า ในเพลงที่มีเครื่องดนตรีหลายชิ้นพร้อมกัน WH-1000XX สามารถแยกแต่ละองค์ประกอบออกได้ชัดเจนกว่า และ Soundstage ที่กว้างขึ้นทำให้เครื่องดนตรีที่อยู่ขอบซ้ายขวาฟังดูมีตัวตนมากขึ้น

สำหรับคนที่ฟังแนว Pop, R&B, Jazz หรือเพลงที่เน้นเสียงร้อง WH-1000XX จะให้ประสบการณ์ที่ดีกว่า แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบเบสหนักๆ จากแนว EDM หรือ Hip-hop WH-1000XM6 อาจจะให้ความสนุกกับการฟังแนวนี้ได้มากกว่า

DSEE Ultimate ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ

WH-1000XX เป็นหูฟัง Sony รุ่นแรกที่ใช้ DSEE Ultimate ซึ่งใช้ Edge-AI ในการ Upscale สัญญาณเสียงคุณภาพต่ำแบบ Real-time เพื่อเพิ่มรายละเอียดและ Dynamic Range กลับคืนมา แต่ถ้าซื้อหูฟังในระดับนี้มาใช้ ก็ควรเลือกฟังในคุณภาพสูงอย่าง LDAC อยู่แล้ว ซึ่งให้ประสบการณ์เสียงที่ดีที่สุดได้โดยไม่ต้องพึ่ง Upscale

ANC และการตัดเสียง ยังน่าประทับใจ แม้ไม่ใช่ระดับสูงสุดของตระกูล

WH-1000XX ตัด ANC ได้ในระดับที่น่าประทับใจและไม่ผิดหวัง แต่ส่วนตัวแอบรู้สึกอยู่ว่า มันด้อยกว่า WH-1000XM6 อยู่บ้างเล็กน้อย

ส่วนตัวคิดว่าสาเหตุหลักมาจากโครงสร้างของ earcup ที่บางลง ทำให้พื้นที่ภายในน้อยลงและส่งผลต่อประสิทธิภาพ Passive Isolation บ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ในระดับราคาเดียวกัน WH-1000XX ยังทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในการจัดการความถี่ต่ำอย่างเสียงเครื่องยนต์บนเครื่องบิน หรือเสียงจอกแจ่กจอแจบนรถไฟ

ในการใช้งานประจำวัน บนรถไฟฟ้า ร้านกาแฟ หรือสำนักงาน WH-1000XX ให้ความเงียบสงบที่เพียงพอสำหรับการโฟกัสสิ่งที่คุณฟังได้สบาย

โหมด Ambient Sound ทำงานได้เป็นธรรมชาติ เสียงรอบข้างถูกกรองผ่านมาอย่างชัดเจนโดยไม่ฟังดูขยายเกินจริง และคุณภาพการโทรอยู่ในระดับดีมาก ไมโครโฟนจับเสียงพูดได้ชัด แม้ในที่ที่มีเสียงรบกวนรอบข้าง

ฟีเจอร์อัจฉริยะจัดมาให้แบบเหนือชั้น

360 Upmix : ดูหนังแล้วรู้สึกต่าง

360 Upmix มาใน 3 โหมด ได้แก่ 360 Cinema Upmix, 360 Music Upmix และ 360 Game Upmix ในบรรดาทั้งสามโหมด 360 Cinema Upmix คือตัวที่โดดเด่นที่สุดในการใช้งานจริง

เมื่อเปิดโหมดนี้ขณะดูหนัง เสียงประกอบและบทสนทนาถูกแยกชั้นออกจากกันได้ชัดเจนขึ้น ให้ความรู้สึกสมจริงและมีมิติมากกว่าการฟังในโหมดปกติอย่างเห็นได้ชัด สำหรับคนที่ชอบดูซีรีย์หรือหนังผ่านหูฟัง นี่คือฟีเจอร์ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์ได้จริง

Bluetooth 6.0 และฟีเจอร์อื่นๆ มีมาครบ

WH-1000XX มาพร้อม Bluetooth 6.0, รองรับ LDAC สำหรับเสียงคุณภาพสูง, Bluetooth LE Audio (LC3) ที่ประหยัดพลังงาน, Multipoint สำหรับเชื่อมต่อสองอุปกรณ์พร้อมกัน และ Auracast สำหรับการ Share เสียงกับอุปกรณ์อื่น ฟีเจอร์สมาร์ตอย่าง Speak-to-Chat, Quick Attention Mode และ Adaptive Sound Control ยังคงครบครันเหมือนเดิม

10-band EQ และ Find Your Equaliser ใน Sound Connect App ให้ความยืดหยุ่นในการปรับเสียงได้ตามต้องการ และโหมด Background Music ที่ดันเสียงเพลงให้ดูเหมือนเป็น Background ไว้ไกลๆ ก็ช่วยให้ฟังเพลงขณะทำงานได้โดยไม่วอกแวกมากเกินไป

จุดที่ยังเสียดาย USB-C Audio ที่ไม่มีซะที

นี่คือข้อจำกัดที่ยังคงเหมือนเดิมในทุกรุ่นของ Sony และ WH-1000XX ก็ไม่ได้รับการแก้ไขในจุดนี้

WH-1000XX รองรับการเชื่อมต่อแบบมีสายผ่านแจ็ค 3.5mm เท่านั้น ไม่รองรับ USB-C Audio ซึ่งแปลว่าหากคุณต้องการสัญญาณเสียงผ่านสายเพื่อบิตเรตคุณภาพที่สูงกว่าการสตรีมผ่าน Bluetooth ทางเลือกเดียวที่มีคือ 3.5mm

ปัญหาคือในปัจจุบัน สมาร์ตโฟนที่มีพอร์ต 3.5mm เหลืออยู่น้อยมาก นอกจาก Xperia ของ Sony เองแล้ว แทบไม่มีแฟล็กชิปรุ่นไหนในตลาดที่ยังมีพอร์ตนี้ให้ ขณะที่แบรนด์อื่นๆ ในระดับราคาเดียวกัน รวมถึงรุ่นที่ราคาถูกกว่าหลายรุ่น ต่างรองรับ USB-C Audio กันแล้วทั้งนั้น

เป็นจุดที่หวังว่า Sony จะแก้ไขในรุ่นถัดๆ ไป

แบตเตอรี่และการชาร์จ : 24 ชั่วโมงที่เพียงพอ

ความจุแบตเตอรี่ที่ลดลงจาก 30 ชั่วโมงของ WH-1000XM6 มาอยู่ที่ 24 ชั่วโมงสำหรับ WH-1000XX ด้วยเหตุผลคือ earcup ที่บางลงทำให้พื้นที่สำหรับแบตเตอรี่ลดลงตามไปด้วย

ในการใช้งานจริง 24 ชั่วโมงยังถือว่าเพียงพอสำหรับเที่ยวบินระยะไกลและการใช้งานหลายวันโดยไม่ต้องชาร์จ แม้ Fast Charging จะให้เวลาใช้งาน 90 นาทีจากการชาร์จเพียง 5 นาที ซึ่งไม่ได้รวดเร็วเหมือน XM6 แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ใช้งานได้

แบตเตอรี่ของ WH-1000XX ยังรองรับการเปลี่ยนทดแทนได้ โดย Sony แนะนำให้ส่งซ่อมศูนย์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่า Sony ออกแบบมาให้ใช้งานได้ในระยะยาว

สรุป รีวิว Sony 1000X The Collexion (WH-1000XX) ใครควรซื้อ และใครควรข้ามไป

ราคา 21,990 บาท กับสิ่งที่คุณได้เพิ่ม

เมื่อเทียบ WH-1000XX กับ WH-1000XM6 ที่ราคา 15,990 บาท ความต่าง 6,000 บาทที่จ่ายเพิ่มนั้นคุณได้รับสิ่งต่อไปนี้

ได้มาคือวัสดุและงานฝีมือที่พรีเมียมกว่าอย่างเห็นได้ชัด ข้อพับโลหะที่แข็งแรงและดูดี ความสบายในการสวมใส่ที่เหนือกว่า เสียงที่สุกงอมและมีรายละเอียดมากขึ้น และดีไซน์ที่โดดเด่นในแบบ Lifestyle Premium

สิ่งที่ต้องยอมรับคือ ANC ที่ด้อยกว่า XM6 แบตเตอรี่ที่ลดลง ไม่มี USB-C Audio และภาระการดูแลรักษาที่มากขึ้น รวมถึงไม่สามารถพับเก็บกระทัดรัดได้

เหมาะสำหรับ

  • คนที่ต้องการหูฟัว Premium ที่ทั้งดูดีและสวมใส่สบาย
  • คนที่ใช้หูฟังกับการดูหนัง ซีรีย์ หรือฟังเพลงเป็นหลัก และต้องการคุณภาพเสียงที่สุกงอมขึ้น
  • คนที่มองหาหูฟังที่เหมาะกับการแต่งตัวและไลฟ์สไตล์มากกว่าหูฟังประจำวันทั่วไป
  • คนที่ไม่ได้มี WH-1000XM6 อยู่แล้ว และกำลังมองหาหูฟัง Flagship ที่ใช้ตอนเนื่องนานหลายปี

ไม่เหมาะสำหรับ

  • คนที่ต้องการ ANC ระดับสูงสุดสำหรับการเดินทางบ่อยๆ ผมว่า WH-1000XM6 ตอบโจทย์กว่า
  • คนที่ใช้หูฟังออกกำลังกาย วิ่ง หรือเล่นกีฬา ไม่เหมาะโดยสิ้นเชิง
  • คนที่ไม่อยากยุ่งกับการดูแลรักษาความพรีเมียม WH-1000XM6 สบายกว่าในแง่นี้
  • คนที่มี WH-1000XM6 อยู่แล้วและหวัง Upgrade เรื่องเสียงหรือ ANC อย่างก้าวกระโดด ผมว่าไม่ได้ดีขึ้นจนถึงกับต้องเปลี่ยน

Sony 1000X The Collexion คือการฉลองครบรอบ 10 ปีที่ Sony เลือกทำออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดดเด่นชัดเจนกับความพรีเมียมทั้งรูปลักษณ์ วัสดุ และการใช้งาน กับราคา เปิดตัว 21,990 บาท อาจจะสูงกว่าคู่แข่งในตลาดเดียวกันเล็กน้อย แต่ผมก็อยากให้คุณไปลองฟังของจริงดูที่ Sony Store ว่าเสียงจะละมุนเข้ากับจริตคุณหรือไม่

Sony 1000X TheCollexion
เสียงดี วัสดุพรีเมียม สมราคา
หูฟังฉลองครบรอบ 10 ปีของซีรีย์หูฟัง ANC ยอดนิยม ปรับวัสดุให้พรีเมียมงานคร้าฟ ปรับเสียงที่ได้มิติกว้างขึ้น
Design
90
เสียง+ประสิทธิภาพ
95
ฟีเจอร์
85
ความคุ้มค่า
85
จุดเด่น
วัสดุพรีเมี่ยมดูแข็งแรงขึ้น
น้ำหนักเพิ่มขึ้นแต่ยังสวมใส่สบาย
เวทีเสียงที่กว้างขึ้น เบสอาจจะเบาลงแต่ยังได้อารมณ์เสียงที่ดี
ข้อพับเป็นโลหะ แข็งแกร่ง
ข้อสังเกต
วัสดุหนังที่ต้องระวังและดูแลรักษาเป็นพิเศษ
ยังไม่มี USB Audio
เสียงดีแต่ยังไม่ได้ต่างจาก WH-1000XM6 มากนัก
89

Leave a reply

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...