
รีวิว REDMI Note 17 Pro Max 5G สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่สำหรับสายใช้งานทนทานยาวนาน กับจุดเด่นคือ แบตเตอรี่ที่อัดมาให้ถึง 10,000mAh ฟังดูเหมือนต้องแลกกับตัวเครื่องที่หนาและหนัก แต่ว่าตัวเครื่องหนาที่ 8.6 มิลลิเมตร และหนัก 229.5 กรัม พอหยิบมาใช้จริง ตัวเครื่องไม่ได้เทอะทะอย่างที่คิด และเวลาใข้ก็ทำสมดุลเครื่องให้ถือได้ดี
ผมได้ลองใช้งานทั้งดูซีรีส์ต่อเนื่อง เล่นเกมทั้ง RoV และ Genshin Impact เพื่อดูว่าแบตใหญ่ขนาดนี้ใช้ไปแล้วลดลงแค่ไหน
นอกจากเรื่องแบต REDMI Note 17 Pro Max 5G ยังวางจุดเด่นเรื่องความทนทานไว้กับคำว่า “แกร่งเต็ม MAX” ทั้งมาตรฐานกันน้ำ IP69K ผลทดสอบตกสูงสุด 3 เมตร และบริการดูแลหลังการขายทั้งแบตเตอรี่ หน้าจอ รวมถึงฝาหลังต่ออีกหลายปี

| รายการ | รายละเอียด |
| หน้าจอ | 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1280 × 2772 พิกเซล (1.5K), รีเฟรชเรต 120Hz |
| การแสดงผล | DCI-P3, Dolby Vision, HDR10+ |
| กระจกหน้าจอ | Corning Gorilla Glass Victus 2 |
| ชิปประมวลผล | Qualcomm Snapdragon 6 Gen 5 ผลิตบนกระบวนการ 4 นาโนเมตร |
| RAM | 8GB LPDDR5X; รองรับ RAM Extension แบบหน่วยความจำเสมือนสูงสุด 8GB |
| พื้นที่เก็บข้อมูล | UFS 4.0 ความจุ 256GB หรือ 512GB |
| กล้องหลัง | กล้องหลัก 50MP, f/1.59, OIS และกล้อง Ultra Wide 8MP |
| กล้องหน้า | 32MP |
| วิดีโอ | กล้องหน้าและกล้องหลังสูงสุด 4K 30fps; มี Teleprompter และ Dual Video |
| แบตเตอรี่ | Silicon-Carbon ความจุ 10,000mAh |
| ระบบชาร์จ | 100W HyperCharge และชาร์จย้อนกลับผ่านสายสูงสุด 27W |
| ป้องกันน้ำและฝุ่น | IP66, IP68, IP69 และ IP69K |
| เสียง | ลำโพงคู่สเตอริโอ, Dolby Atmos, Hi-Res Audio |
| ซอฟต์แวร์ | Xiaomi HyperOS พร้อม Xiaomi HyperAI, Google Gemini และ Circle to Search |
| ขนาดและน้ำหนัก | 163.44 × 78.27 × 8.6 มิลลิเมตร; 229.5 กรัม |
| สี | Black และ Cloud Blush |
| ราคา | 8GB + 256GB ราคา 17,999 บาท; 8GB + 512GB ราคา 19,999 บาท |


REDMI Note 17 Pro Max 5G เครื่องที่เราได้มาทดสอบ รีวิว ครั้งนี้เป็นสี Black ดูเรียบดีครับ ฝาหลังสีดำด้าน เป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก กับชุดกล้องที่มุมซ้ายบนไปด้วยกันได้ลงตัว ด้านหน้าเป็นจอแบบแบนเรียบ มีกล้องหน้าเจาะรูอยู่ตรงกลาง กรอบเครื่องก็เป็นทรงแบน ทำให้ภาพรวมดูเรียบไปด้วยกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง




พอพลิกดูด้านข้างจะเห็นว่าเครื่องหนา 8.6 มิลลิเมตร ใส่แบตมาถึง 10,000mAh แต่ตอนถือใช้งานไม่ได้รู้สึกเทอะทะอย่างที่คิด น้ำหนัก 229.5 กรัมให้ความรู้สึกแน่นมือกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป และสำหรับผมก็ไม่ได้หนักเกินกว่าที่คาดไว้กับมือถือแบตขนาดนี้
ปุ่มปรับเสียงกับปุ่มเปิดเครื่องอยู่ขอบด้านขวา ส่วนพอร์ต USB-C และช่องถาดซิมอยู่ด้านล่าง มีลำโพงอยู่ทั้งด้านบนและด้านล่างของเครื่อง นอกจากสีดำที่ผมใช้ ยังมีสี Cloud Blush ซึ่งฝาหลังเปลี่ยนระดับสีตามแสงให้เลือกด้วย

แพ็กเกจตัวเครื่องมีหัวชาร์จ 100W กับสายชาร์จมาให้พร้อม ใช้กับระบบ 100W HyperCharge ของเครื่องได้เลย และยังมีมีเคสแบบ TPU แบบด้าน เข็มถอดถาดซิม คู่มือฉบับย่อ และเอกสารรับประกัน

แบตใหญ่แบบนี้ ก็ต้องลอดูว่าใช้งานแล้วจะเป็นยังไง ผมลองทดสอบเปิดดูซีรีส์ netflix ต่อเนื่อง 4 ตอน ใข้เวลาประมาณเกือบๆ 4 ชั่วโมง เช็กแบตเตอรี่จาก 100% ลดลงไปประมาณ 5% เท่านั้น
จากนั้นลองเล่น RoV หนึ่งแมตช์ ใช้เวลาราว 10 นาที แบตลดลง 2% ส่วน Genshin Impact ผมเลือกตั้งค่าไว้ที่ 60fps เล่นอีกประมาณ 10 นาที แบตลดลงราว 3% ทั้งสองเกมใช้เวลาใกล้กัน โดย Genshin Impact ใช้แบตมากกว่าเล็กน้อยในรอบที่ผมลอง


ส่วนการเล่นเกมแบบต่อเนื่อง ในห้องอุณหภูมิ 25 องศา ต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง ตัวเครื่องจัดการความร้อนได้ค่อนข้างดี ไม่ได้ร้อนจัดเกินไป ถือเล่นได้สบาย และการเล่นต่อเนื่องนานๆ ก็แทบไม่เจออาการเฟรมเรตตกให้เห็น อย่าง RoV ก็ยังคงวิ่งที่ 60fps แบบลื่นๆ
REDMI ให้ข้อมูลจากการทดสอบว่าแบตเตอรี่รุ่นนี้ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 3 วัน หรือดู TikTok ต่อเนื่องได้สูงสุด 30 ชั่วโมง ส่วนเรื่องอายุแบต ระบุว่าหลังชาร์จครบ 1,600 รอบ ยังเหลือความจุไม่น้อยกว่า 80%

แบตเตอรี่ Silicon-Carbon ความจุ 10,000mAh ของรุ่นนี้มาคู่กับระบบ 100W HyperCharge โดย REDMI ให้ผลทดสอบการชาร์จไว้ว่า ใช้เวลาประมาณ 80 นาทีจนเต็ม 100% และถ้าชาร์จ 30 นาทีจะได้แบตกลับมาสูงสุดราว 49% สำหรับวันที่มีเวลาเสียบสายแค่ช่วงพัก การเติมกลับมาได้เกือบครึ่งก้อนก็เป็นข้อมูลที่ช่วยให้วางแผนการใช้งานได้ง่ายขึ้น

อีกอย่างที่ใช้ประโยชน์จากแบตก้อนนี้ได้คือการชาร์จย้อนกลับผ่านสาย หรือ Wired Reverse Charging สูงสุด 27W เราสามารถต่อสายผ่าน OTG เพื่อแบ่งไฟให้หูฟัง สมาร์ตวอตช์ หรือโทรศัพท์อีกเครื่องได้ เวลาพกหลายอุปกรณ์ออกไปด้วยกันแล้วมีชิ้นไหนแบตใกล้หมด โทรศัพท์ก็ช่วยเติมไฟให้ได้ โดยใช้พลังงานจากแบตของเครื่องเอง

REDMI Note 17 Pro Max 5G รองรับมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP66, IP68, IP69 และ IP69K ทั้งการรับมือน้ำที่ฉีดเข้าตัวเครื่อง การแช่น้ำ และน้ำแรงดันสูงตามการทดสอบของแต่ละมาตรฐาน ภายในมีจุดป้องกันน้ำรวม 17 จุด ครอบคลุมทั้งพอร์ต ลำโพง ไมโครโฟน ปุ่ม ถาดซิม ตลอดจนรอยต่อของหน้าจอและฝาหลัง
ในข้อมูลการทดสอบความทนทาน REDMI ระบุถึงการแช่น้ำลึก 2 เมตร นานสูงสุด 72 ชั่วโมงโดย TÜV SÜD ส่วนด้านการตกกระแทกมีผลทดสอบตกบนพื้นหินแกรนิตจากความสูงสูงสุด 3 เมตร พร้อมการรับรอง SGS 5-Star Premium Performance ที่ครอบคลุมการตก การงอ และแรงกดทับ

กระจกหน้าจอใช้ Corning Gorilla Glass Victus 2 ด้วย เรื่องความทนทานจึงมีทั้งกระจกด้านหน้า โครงสร้าง และการป้องกันน้ำอยู่ในเครื่องเดียว สำหรับการใช้งานนอกบ้าน สิ่งที่เราเจอบ่อยกว่าการทดสอบในแล็บก็คือฝน น้ำกระเซ็น หรือเผลอทำเครื่องหลุดมือ ความสามารถเหล่านี้เป็นส่วนที่ REDMI เตรียมมารับมือกับอุบัติเหตุระหว่างใช้งาน
ความทนทานระดับนี้ ถามว่ามีผลยังไงในการใช้งาน เรียกได้ว่าแทบจะหายห่วงไปได้เลยถ้าจะเจออุบัติเหตุอย่างร่วงหลุดจากมือ ตกจากโต๊ะ ส่วนที่อาจจะต้องห่วงคือเฟรมเครื่อง คือถ้าตอนหล่นกระแทกกับพื้นถ้าลงทางฝั่งขอบเครื่อง มีสิทธิที่อาจจะเกิดรอยถลอกและความเสียหายได้ แต่ถ้าคว่ำหรือหงายลงบนพื้นเรียบนี่จะมีโอกาสรอดสูงมาก
มาตรฐานกันน้ำที่ให้มาในระดับสุงสุดที่มีในสมาร์ตโฟนตอนนี้ ก็มั่นใจได้ว่าร่วงตกลงสระน้ำ โดนฝนสาด เปียกน้ำ โอกาสที่จะเสียหายภายในเครื่องนั้นน้อยมาก แต่เราก็ไม่แนะนำสำหรับการเอาไปใช้งานในน้ำ หรือลงน้ำทะเลที่มีโอกาสสร้างความเสียหายกับเครื่องได้
นอกจากมาตรฐานความทนทานที่ใส่มาให้แบบจัดเต็ม REDMI ยังเพิ่มความอุ่นใจให้คุณอีก เพราะเวลาซื้อโทรศัพท์มาใช้หลายปี เรื่องที่ตามมาหลังจากสเปกก็คือค่าดูแลเครื่อง แบตที่เริ่มเก็บไฟได้น้อยลง หรือหน้าจอที่เผลอทำแตก ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่อาจทำให้ต้องคิดว่าจะซ่อมใช้ต่อหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่
REDMI มีบริการดูแลพิเศษสำหรับรุ่นนี้ ทั้งสิทธิ์เปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรีภายใน 5 ปี ซ่อมแซมหน้าจอฟรีภายใน 3 ปี เปลี่ยนฝาหลังฟรีภายใน 2 ปี และซ่อมความเสียหายจากของเหลวฟรีภายใน 2 ปี รวมถึงการรับประกันคุณภาพตัวเครื่อง 24 เดือน สิทธิ์แต่ละรายการมีเกณฑ์รับบริการ

เมื่ออ่านคำว่า “แกร่งเต็ม MAX” ของรุ่นนี้ ผมเลยมองรวมไปถึงการดูแลหลังซื้อด้วย ทั้งตัวเครื่องที่มีการทดสอบความทนทาน และบริการที่ตามมาหากต้องซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน เพราะแม้ว่าเครื่องจะแข็งแกร่งทนทาน แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็สามารถเกิดขึ้นได้ และนี่ก็ช่วยให้คุณใช้งานสมาร์ตโฟนในแต่ละวันได้อย่างหมดห่วงไปได้เลย
เครื่องที่แข็งแรงทนทาน แบตเตอรี่ใช้งานได้แบบหายห่วง แล้วการใช้งานอื่นๆ จะเป็นอย่างไรบ้าง ประสิทธิภาพของ REDMI Note 17 Pro Max 5G ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปในแต่ละวันได้อย่างครบถ้วนด้วยเช่นกัน
หน้าจอขนาดใหญ่ 6.83 นิ้วให้พื้นที่สำหรับดูวิดีโอ อ่านข้อความ และเล่นเกม ความละเอียดอยู่ที่ 1280 × 2772 พิกเซล หรือระดับ 1.5K พร้อมรีเฟรชเรต 120Hz สำหรับการแสดงภาพเคลื่อนไหวและเลื่อนเนื้อหา
จอรองรับขอบเขตสี DCI-P3 รวมถึง Dolby Vision และ HDR10+ ส่วนระบบเสียงเป็นลำโพงคู่สเตอริโอ รองรับ Dolby Atmos และ Hi-Res Audio เวลาเปิดดูซีรีส์หรือคลิปผ่านลำโพงเครื่องก็มีเสียงออกจากทั้งสองด้าน

กล้องหลักความละเอียด 50MP ใช้รูรับแสง f/1.59 และมี OIS สำหรับชดเชยการสั่นของมือ ภาพกลางแจ้งที่ลองใช้ถ่ายได้สีสันสดใส เก็บรายละเอียดได้ดี ส่วนภาพบุคคลก็แยกตัวแบบออกจากฉากหลังได้เป็นธรรมชาติ
ในแอปกล้องมีระยะ 0.6x, 1x และ 2x ให้เลือก โดย 0.6x ใช้กล้อง Ultra Wide 8MP สำหรับเก็บมุมกว้าง เวลาอยากถ่ายวิว อาคาร หรือภาพกลุ่มที่ต้องการพื้นที่เพิ่มก็สลับมาใช้ระยะนี้ได้ ส่วนโหมด Portrait มีระยะ 26 และ 52 มิลลิเมตร พร้อมปรับระดับการละลายฉากหลังให้เข้ากับภาพที่ต้องการ
งานวิดีโอบันทึกได้สูงสุด 4K 30fps และมี Teleprompter แสดงบทพูดบนหน้าจอระหว่างถ่าย ฟีเจอร์นี้เหมาะกับคนที่ต้องการถ่ายคอนเทนต์พูดหน้ากล้อง เพราะสามารถเหลือบดูสคริปต์ที่เตรียมไว้ได้ในหน้าเดียวกับที่กำลังบันทึก
กล้องหน้าความละเอียด 32MP เลือกถ่ายได้ทั้งระยะ 0.8x และ 1x โดย 0.8x เก็บพื้นที่ด้านข้างได้กว้างขึ้นเวลาเซลฟี่กับเพื่อน รองรับวิดีโอ 4K 30fps เช่นกัน และมี Dual Video สำหรับบันทึกกล้องหน้ากับกล้องหลังพร้อมกัน
โดยรวมแล้วสำหรับกล้องถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดี อาจจะขาดในระยะซูมเพราะไม่มีเลนส์ Telephoto แต่ถ้าใครเน้นถ่ายทั่วไป ถ่ายเซลฟี่ ถ่ายพอร์ตเทรต ตัวกล้องที่มีนั้นเอาอยู่ พร้อมทั้งยังมีซอฟท์แวร์ช่วยในการแต่งภาพหลังจากถ่ายมา รวมถึงการแต่งด้วย AI ที่มีลูกเล่นอย่างปรับท้องฟ้า ลบวัตถุในภาพ ฯลฯ
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ REDMI Note 17 Pro Max 5G






ตัวอย่างภาพถ่ายพอร์ตเทรตจากกล้องของ REDMI Note 17 Pro Max 5G




ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่กล้องหน้าของ REDMI Note 17 Pro Max 5G


ชิปเซ็ตในรุ่นนี้ใช้เป็น Qualcomm Snapdragon 6 Gen 5 ผลิตบนกระบวนการ 4 นาโนเมตร จับคู่กับ RAM LPDDR5X ขนาด 8GB และพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 4.0 ให้เลือก 256GB หรือ 512GB สเปกชุดนี้อยู่ในกลุ่มมือถือระดับกลางสำหรับใช้โซเชียล ดูวิดีโอ ถ่ายภาพ สลับแอป และเล่นเกมที่ไม่ได้ปรับกราฟิกระดับสุดคือเอาอยู่

RoV กับ Genshin Impact เป็นสองเกมที่ผมได้ลองกับเครื่องนี้ ส่วนใครที่ให้ความสำคัญกับการเล่นเกมหนักเป็นหลัก ต้องการปรับภาพสูงและรักษาเฟรมเรตต่อเนื่อง ก็ควรให้น้ำหนักกับประสิทธิภาพชิปมากขึ้นตอนเลือกซื้อ สำหรับรุ่นนี้ จุดที่เด่นผมยังให้ในเรื่องของแบตเตอรี่และการใช้งานต่อเนื่องได้หลายวันเป็นหลัก

ด้านซอฟต์แวร์มี Xiaomi HyperOS พร้อมฟีเจอร์ Xiaomi HyperAI, Google Gemini และ Circle to Search สำหรับใช้ผู้ช่วย AI หรือค้นหาจากสิ่งที่เห็นบนหน้าจอ อีกฟีเจอร์คือ RAM Extension ซึ่งนำพื้นที่เก็บข้อมูลมาทำเป็นหน่วยความจำเสมือนได้สูงสุด 8GB เพิ่มจาก RAM จริง 8GB ของเครื่อง ซึ่งต้องยอมรับในสถานการณ์ที่ราคา RAM พุ่งกระฉูดตอนนี้ ฟีเจอร์นี้ดูจะมีประโยชน์ที่มาช่วยให้การทำงานหลายแอปพร้อมกันมีความลื่นไหลมากขึ้น
REDMI Note 17 Pro Max 5G มีให้เลือก 2 รุ่นความจุ ได้แก่ RAM 8GB พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB ราคา 17,999 บาท และ RAM 8GB พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล 512GB ราคา 19,999 บาท มีสี Black และ Cloud Blush
ส่วนต่าง 2,000 บาทได้พื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มอีก 256GB ถ้าเก็บเกมหลายเกม ดาวน์โหลดซีรีส์ไว้ดู หรือถ่ายวิดีโอ 4K บ่อย รุ่น 512GB ก็มีพื้นที่ให้ใช้มากกว่า ส่วนคนที่จัดการไฟล์เป็นระยะและดูวิดีโอผ่านสตรีมมิงเป็นหลัก อาจเริ่มพิจารณาจากรุ่น 256GB ได้

หลังจากได้ลองใช้ ผมมองว่า REDMI Note 17 Pro Max 5G เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่เป็นอันดับต้นๆ ใช้โทรศัพท์ระหว่างเดินทาง ทำงานนอกสถานที่ หรือมีวันที่ต้องใช้เครื่องต่อเนื่องโดยหาเวลาชาร์จได้ยาก ผลดูซีรีส์และเล่นเกมที่ลองมาเป็นเหตุผลให้มองรุ่นนี้ โดยมี 100W HyperCharge และการแบ่งไฟผ่านสาย 27W เพิ่มวิธีใช้ประโยชน์จากแบตก้อนใหญ่ด้วย
ตัวเครื่องหนา 8.6 มิลลิเมตรถือแล้วไม่เทอะทะอย่างที่คาด น้ำหนัก 229.5 กรัมยังเป็นเรื่องที่ควรลองจับด้วยตัวเอง โดยเฉพาะคนที่คุ้นกับมือถือเบาๆ ส่วนจอ 1.5K ลำโพงคู่ และกล้องหลัก 50MP ก็มีให้สำหรับการดูหนัง ฟังเสียง และถ่ายภาพในแต่ละวัน หากโจทย์หลักเป็นเกมกราฟิกหนักและเฟรมเรตสูง ชิประดับกลางของรุ่นนี้เป็นอีกจุดที่ต้องชั่งน้ำหนักตอนเลือก
ที่ราคาเริ่มต้น 17,999 บาท ผมจะมองรวมทั้งแบต การชาร์จ ความทนทาน และบริการดูแลเครื่อง โดยเฉพาะถ้าตั้งใจใช้โทรศัพท์เครื่องเดียวยาวหลายปี สิทธิ์เปลี่ยนแบตและซ่อมชิ้นส่วนต่างๆ ถือว่ารุ่นนี้ให้การดูแลครอบคลุมมากที่สุดที่มีตอนนี้ ใครที่กะว่าอยากได้สมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ ใช้ต่อยาวๆ อย่างน้อย 3-4 ปี กับ REDMI Note 17 Pro Max 5G เชื่อเลยว่าคุ้มค่ากับความ “แกร่งเต็ม Max” อย่างแน่นอน
ทดสอบใช้จริง เปิด Netflix ต่อเนื่อง 4 ตอน ใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง เริ่มจากแบตเตอรี่ 100% ลดลงไปประมาณ 5% ส่วน RoV ราว 10 นาทีลดลง 2% และ Genshin Impact ที่ตั้งค่า 60fps ราว 10 นาทีลดลงประมาณ 3%
รองรับ 100W HyperCharge โดยผลทดสอบของ REDMI ระบุว่าชาร์จเต็มใช้เวลาประมาณ 80 นาที หรือชาร์จ 30 นาทีได้แบตกลับมาสูงสุดราว 49% แพ็กเกจเครื่องที่รีวิวมีหัวชาร์จ 100W และสายชาร์จมาให้ พร้อมรองรับการแบ่งไฟให้อุปกรณ์อื่นผ่านสายสูงสุด 27W
ทั้งสองเกมเป็นเกมที่ผมได้ลองกับเครื่องนี้ โดย Genshin Impact เลือกตั้งค่าไว้ที่ 60fps ส่วนการลองเล่นเกมต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมงในห้องอุณหภูมิ 25 องศา ตัวเครื่องยังถือเล่นได้สบาย และ RoV ยังวิ่งที่ 60fps ได้ลื่นในรอบที่ลอง
รองรับ IP66, IP68, IP69 และ IP69K มีผลทดสอบการแช่น้ำลึก 2 เมตรนานสูงสุด 72 ชั่วโมงโดย TÜV SÜD ตามข้อมูลที่ REDMI ระบุ การทดสอบนี้ไม่ใช่การรับรองให้ใช้งานถ่ายใต้น้ำหรือน้ำทะเล และควรรอให้พอร์ตแห้งสนิทก่อนเสียบชาร์จ
ไม่มีกล้อง Telephoto กล้องหลังเป็นกล้องหลัก 50MP พร้อม OIS และ Ultra Wide 8MP แม้ในแอปจะมีระยะ 2x ให้เลือก ส่วนการถ่ายวิดีโอรองรับสูงสุด 4K 30fps ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
รุ่น 8GB + 256GB ราคา 17,999 บาท และรุ่น 8GB + 512GB ราคา 19,999 บาท ต่างกัน 2,000 บาท โดยได้พื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มอีก 256GB เหมาะกับคนที่เก็บเกม ดาวน์โหลดซีรีส์ หรือถ่ายวิดีโอไว้ในเครื่องเยอะ
มีสิทธิ์เปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรีภายใน 5 ปี ซ่อมแซมหน้าจอฟรีภายใน 3 ปี เปลี่ยนฝาหลังฟรีภายใน 2 ปี และซ่อมความเสียหายจากของเหลวฟรีภายใน 2 ปี รวมถึงการรับประกันคุณภาพตัวเครื่อง 24 เดือน การรับบริการแต่ละรายการเป็นไปตามเกณฑ์สิทธิ์ของแพ็กเกจ
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok
เด่นเรื่องของแบตเตอรี่ 10000mAh ที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานต่อเนื่องหลายวัน เครื่องดีไซน์ไม่ใหญ่หรือหนักเทอะทะ ความทนทานและทนน้ำทนฝุ่นผ่านมาตรฐานระดับสูง พร้อมการรับประกันให้แบบไม่ต้องกังวลอะไรในการใช้งานไปยาวๆ