REDMI Note 15 Series ราคา เริ่มต้น 6,699 บาท แบตอึด 6,500mAh กล้อง 200MP

GogolicoItem17 มกราคม 2569143 Views

เสียวหมี่เปิดตัว REDMI Note 15 Series ในไทยอย่างเป็นทางการ ครอบคลุม 4 รุ่น ได้แก่ REDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G, REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ชูจุดเด่นความทนทานระดับไททัน แบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน กล้องความละเอียดสูงถึง 200MP พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ 16 มกราคม 2569 ราคา เริ่มต้น 6,699 บาท

ซีรีส์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการสมาร์ตโฟนที่แข็งแกร่ง อึด ทนทาน มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ระบบกล้องที่อัปเกรดใหม่ และประสิทธิภาพที่ลื่นไหล ครอบคลุมทุกรุ่นตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงระดับท็อปสุด

ความทนทานระดับ REDMI Titan ทุกรุ่น

REDMI Note 15 Series ราคา

ทุกรุ่นใน REDMI Note 15 Series มาพร้อมความทนทานระดับ REDMI Titan ที่ผสานรวม 3 องค์ประกอบสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ความทนทานต่อการตกกระแทก และการป้องกันฝุ่นและน้ำที่ดียิ่งขึ้น

REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G เป็นผู้นำของซีรีส์นี้ด้วยฟีเจอร์ด้านความทนทานที่ล้ำหน้าที่สุด โดยได้รับการรับรองประสิทธิภาพระดับพรีเมียมจาก SGS Premium Performance ในด้านความทนต่อการตกกระแทก การกดทับ และการงอ พร้อมผ่านการรับรองความทนทานต่อการตกจากความสูงได้ถึง 2.5 เมตร

สมาร์ตโฟนทั้งสองรุ่นถูกพัฒนาบนโครงสร้าง REDMI Titan ผสานเข้ากับแผงวงจรหลักที่มีความแข็งแรงสูง เฟรมกลางที่เสริมความทนทาน และโครงสร้างดูดซับแรงกระแทกหลายชั้น เสริมด้วยกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2 โดยเฉพาะ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังเสริมความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยแผงด้านหลังที่ทำจากวัสดุไฟเบอร์กลาสความแข็งแรงสูง ที่สามารถช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยมโดยที่ไม่เพิ่มน้ำหนักที่ไม่จำเป็น

ส่วนสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นๆ ในซีรีส์ก็มาพร้อมโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานซึ่งผ่านการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทกและการตกกระแทกอย่างครอบคลุมของ SGS จึงมอบการปกป้องที่เชื่อถือได้สำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

มาตรฐานกันน้ำระดับ IP69K

REDMI Note 15 Series ราคา

เพื่อมอบการปกป้องรอบด้านสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน REDMI Note 15 Series ได้ยกระดับมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำให้สูงยิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ผ่านมาตรฐาน IP66, IP68, IP69 และ IP69K พร้อมการรับรองว่าสามารถทนต่อการแช่น้ำลึกได้สูงสุด 2 เมตร เป็นเวลานาน 24 ชั่วโมง โดยผ่านการรับรองความทนทานต่อการกันน้ำของสมาร์ตโฟนจาก TÜV SÜD

สมาร์ตโฟนรุ่นดังกล่าวได้ผสานองค์ประกอบการกันน้ำที่ออกแบบมาอย่างแม่นยำถึง 17 จุด เพื่อการปกป้องในระยะยาว ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ก็ได้รับการยกระดับในการป้องกันฝุ่นและน้ำเช่นกัน โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับน้ำกระเซ็น น้ำหก และสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่ท้าทายในการใช้งาน

ทั้งนี้สมาร์ตโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ยังใช้เทคโนโลยี Wet Touch 2.0 ที่ช่วยให้หน้าจอยังคงตอบสนองได้อย่างแม่นยำแม้หน้าจอหรือนิ้วมือจะเปียกก็ตาม คุณจึงใช้งานได้อย่างลื่นไหลในทุกสถานการณ์ของชีวิต

แบตเตอรี่ Silicon-Carbon ใหญ่สุดๆ

หัวใจสำคัญของการอัปเกรดในครั้งนี้คือประสบการณ์แบตเตอรี่ที่ดีมากยิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ Silicon-Carbon (SiC) ในขนาดความจุ 6,500mAh ที่มีสัดส่วนซิลิคอน 10% รองรับการชาร์จเร็ว 100W HyperCharge และการชาร์จย้อนกลับ 22.5W จึงมอบทั้งความอึดและความเร็วในการชาร์จระดับเรือธง นี่คือครั้งแรกที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ SiC ถูกนำมาใช้ใน REDMI Note Series

REDMI Note 15 Pro 5G ใช้แบตเตอรี่ SiC ขนาด 6,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 67W และการชาร์จย้อนกลับ 22.5W ในสมาร์ตโฟนรุ่น Pro ทุกรุ่นแบตเตอรี่ SiC จะทำงานร่วมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge เพื่อช่วยคงความจุของแบตเตอรี่ไว้ได้ 80% หรือมากกว่าหลังผ่านการชาร์จ 1,600 รอบ ซึ่งเทียบเท่าการใช้งานทั่วไปยาวนานประมาณ 6 ปี

REDMI Note 15 5G แม้จะเป็นสมาร์ตโฟน REDMI Note ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีความบางเพียง 7.35 มม. ก็ยังสามารถบรรจุแบตเตอรี่ SiC ขนาด 5,520mAh เอาไว้ได้ รองรับการชาร์จเร็ว 45W ส่วน REDMI Note 15 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่อัปเกรดใหม่ขนาด 6,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 33W

นอกจากนี้สมาร์ตโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ยังรองรับการชาร์จแบบย้อนกลับ โดยรองรับกำลังไฟ 22.5W หรือ 18W ขึ้นอยู่กับรุ่น จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

กล้อง 200MP เปิดตัวครั้งแรกในระดับสากล

REDMI Note 15 Series ราคา

REDMI Note 15 Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคมชัดเหนือระดับในทุกการถ่ายภาพ พร้อมการอัปเกรดการถ่ายภาพแบบครบวงจรให้กับสมาร์ตโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ ด้วยการผสานรวมของเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง ระยะโฟกัสที่หลากหลาย และการถ่ายภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง

REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G มาพร้อมกล้องความละเอียดสูง 200MP ใหม่ล่าสุด โดยใช้เซนเซอร์รับภาพ 200MP HPE ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในระดับสากล เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้ว นี้มากับการซูมแบบออปติคัลระดับเซนเซอร์ 2x และ 4x พร้อมด้วยเทคโนโลยี DAG HDR แบบสามระยะโฟกัส รวมไปถึงการประมวลผลด้วย AI ขั้นสูง ที่ช่วยให้ได้ภาพที่สมจริงและรายละเอียดที่ชัดในทุกสภาพแสง

สมาร์ตโฟนรุ่น Pro รองรับระยะโฟกัสถึง 5 ระยะ ตั้งแต่ 23 มม. ถึง 92 มม. ผ่านเลนส์เพียงตัวเดียว จึงช่วยให้สามารถจัดเฟรมภาพได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นภาพทิวทัศน์ ภาพสตรีท ภาพถ่ายบุคคล และภาพถ่ายระยะใกล้ ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 มาพร้อมระบบกล้องความคมชัดสูงระดับ 108MP และมอบประสบการณ์เทเลโฟโต้ระดับออปติคัล 3x ที่ครอบคลุมตั้งแต่ภาพมุมกว้างไปจนถึงภาพถ่ายบุคคลระยะใกล้

ภาพถ่ายของสมาร์ตโฟนทั้งหมดในซีรีส์นี้ถูกยกระดับให้ดียิ่งขึ้นด้วยเครื่องมือสร้างสรรค์และ AI อัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นอัลกอริทึมภาพถ่ายบุคคลความคมชัดสูงพิเศษ Dynamic shots 2.0 สำหรับเอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหว และการแก้ไขภาพที่ง่ายดายที่สามารถแชร์ไปยัง Instagram ได้ นอกจากนี้การปรับแต่งภาพหลังการถ่ายยังสามารถทำได้อย่างสะดวกกว่าที่เคย โดยที่ REDMI Note 15 รุ่น Pro มาพร้อม AI Creativity Assistant ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 มาพร้อมกับ AI image editing tools ที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน

ยิ่งไปกว่านั้น สมาร์ตโฟนทุกรุ่นในซีรีส์นี้ยังรองรับฟีเจอร์ AI Remove Reflection และ AI Beautify เพื่อช่วยให้ภาพถ่ายดูคมชัดมากยิ่งขึ้นด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว

ชิปเซ็ตใหม่และระบบระบายความร้อน

นอกเหนือจากความทนทานและประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพแล้ว REDMI Note 15 Series ยังมอบประสิทธิภาพที่สมดุลสำหรับการรองรับการใช้งานที่หลากหลายในทุกรูปแบบ สำหรับรุ่นท็อปสุดของซีรีส์ REDMI Note 15 Pro+ 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 7s Gen 4 พร้อมยังนำระบบระบายความร้อน Xiaomi IceLoop มาใช้ในซีรีส์ REDMI Note เป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งนับเป็นการใช้ระบบระบายความร้อนแบบ LHP เพียงหนึ่งเดียวในสมาร์ตโฟนกลุ่มราคานี้ รวมทั้งยังให้ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนสูงถึง 3 เท่าอีกด้วย

สมาร์ตโฟนในซีรีส์นี้ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่จาก Snapdragon และ MediaTek เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ภาพกราฟิกที่ลื่นไหลกว่าเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ดียิ่งขึ้น โดยสมาร์ตโฟนทุกรุ่นรองรับ Google Gemini และ Circle to Search with Google จึงมอบการใช้งานที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นพร้อมการค้นหาข้อมูลที่สะดวกมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังใช้งาน Xiaomi HyperAI เพื่อมอบประสบการณ์ AI ที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์ผู้ใช้งานในแบบเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อการเชื่อมต่อที่ดียิ่งขึ้น สมาร์ตโฟนรุ่น Pro นำฟีเจอร์ Xiaomi Offline Communication ระดับเรือธงมาใช้เพื่อช่วยให้สามารถสื่อสารด้วยเสียงในระยะไกลในระดับกิโลเมตรได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณเครือข่าย ในขณะที่ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี Xiaomi Surge T1S Tuner ที่ช่วยเสริมความแรงและความเสถียรของการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, Bluetooth, GPS และเครือข่ายเซลลูลาร์

หน้าจอใหญ่ ความสว่าง 3,200 nits

REDMI Note 15 Series มอบประสบการณ์การรับชมที่ดื่มด่ำมากยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและความคมชัดที่พัฒนายิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ใช้หน้าจอขนาด 6.83 นิ้ว ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ใช้หน้าจอขนาด 6.77 นิ้ว จึงให้มุมมองที่กว้างที่เกือบจะไร้ขอบจอ

ด้วยความสว่างสูงสุดถึง 3,200 nits พร้อมเทคโนโลยี PWM dimming 3,840Hz และการรับรองด้านการถนอมสายตาถึง 3 มาตรฐาน จึงทำให้สมาร์ตโฟนในซีรีส์นี้รับประกันได้ทั้งความคมชัดและความสบายตาในทุกสภาพแสง

ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์การรับชมให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G สามารถเพิ่มระดับความดังของเสียงได้สูงสุดถึง 400% ในขณะที่รุ่นอื่นๆ สามารถเพิ่มความดังได้สูงสุด 300% เพื่อให้คุณสัมผัสกับพลังเสียงที่ดังและชัดเจนสำหรับการรับชมภาพยนตร์ ฟังเพลง และเล่นเกม

REDMI Note 15 Series ราคา และวันวางจำหน่าย

REDMI Note 15 Series ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ด้วยการผสานจุดเด่นอย่างลงตัว ทั้งด้านความทนทาน การถ่ายภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน และการยกระดับประสบการณ์ด้านหน้าจอ โดยพัฒนาบนรากฐานที่เชื่อถือในความทนทานของ REDMI Titan สมาร์ตโฟนซีรีส์นี้จึงพร้อมรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

REDMI Note 15 Pro+ 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mocha Brown, Glacier Blue และ Black วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นต้นไปในราคา 14,990 บาท พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Smart Air Purifier 4 compact, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 13,687 บาท นอกจากนี้ยังนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท

REDMI Note 15 Pro 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium Color, Mist Purple และ Black โดยรุ่นความจุ 12GB+512GB วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท และรุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นต้นไป พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรุ่นความจุ 12GB+512GB ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Mi Smart Standing Fan 2 Lite พร้อมประกันหลายปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 12,887 บาท และลูกค้าที่ซื้อรุ่นความจุ 8GB+256GB รับฟรี Xiaomi Backpack พร้อมประกันหลายปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 11,887 บาท

REDMI Note 15 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Mist Purple และ Black โดยวางจำหน่ายในราคา 8,499 บาท พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 9,488 บาท

REDMI Note 15 รุ่นความจุ 8GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Purple และ Black โดยวางจำหน่ายในราคา 6,699 บาท พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 9,488 บาท

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม นอกจากนี้ยังร่วมกับ เอสจี แคปปิตอล ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของด้วยโปรแกรม SG Finance+ สมัครง่าย ผ่อนสบาย อนุมัติไว ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ดาวน์เริ่มต้น 10%

Loading Next Post...
Search Trending
Popular
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...