
Xiaomi เปิดตัว REDMI 17 Series ในไทย แบ่งเป็น REDMI 17 และ REDMI 17 5G จุดร่วมคือแบตเตอรี่ 7500mAh (typ) หน้าจอ 6.9 นิ้ว 120Hz และกล้อง AI คู่ 50MP ส่วนความต่างหลักอยู่ที่ชิปเซ็ตและการเชื่อมต่อ ราคาเริ่มต้น 6,999 บาท ไปจนถึง 8,999 บาท ทำให้คนที่กำลังเลือกรุ่นใหม่มีโจทย์ชัดขึ้นว่าจะเน้นความคุ้มค่าแบบ 4G หรือขยับไปใช้ 5G

ทั้ง REDMI 17 และ REDMI 17 5G ให้แบตเตอรี่ความจุ 7500mAh (typ) มาเท่ากัน เหมาะกับรูปแบบการใช้งานที่สลับระหว่างดูวิดีโอ ฟังเพลง นำทาง วิดีโอคอล และถ่ายคอนเทนต์ โดยไม่อยากหยิบที่ชาร์จระหว่างวันบ่อยนัก
ตัวเลขจากห้องปฏิบัติการของ Xiaomi ระบุว่า REDMI 17 ใช้ดูวิดีโอได้นานสูงสุด 28 ชั่วโมง ฟังเพลง 91 ชั่วโมง โทร 46 ชั่วโมง และบันทึกวิดีโอ 12 ชั่วโมง ส่วน REDMI 17 5G ดูวิดีโอ 1080p ที่เก็บไว้ในเครื่องได้นานสูงสุด 28 ชั่วโมง ฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth ได้นานสูงสุด 109 ชั่วโมง โทร 53 ชั่วโมง และบันทึกวิดีโอ 1080p ได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างตามรูปแบบการใช้งาน และผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในแต่ละภูมิภาคอาจไม่เหมือนกัน

หน้าจอ 6.9 นิ้วของทั้งสองรุ่นรองรับ AdaptiveSync สูงสุด 120Hz โดยสลับระหว่าง 60Hz, 90Hz และ 120Hz ตามคอนเทนต์และแอปที่รองรับ ช่วยให้การเลื่อนหน้าจอ เล่นเกม หรือดูวิดีโอลื่นขึ้น ขณะเดียวกันก็จัดการพลังงานให้เหมาะกับการใช้งาน นอกจากนี้ยังผ่านการรับรอง Triple TÜV Rheinland และใช้ DC Dimming เพื่อลดความล้าจากการมองหน้าจอต่อเนื่อง
ด้านความทนทานมี Corning Gorilla Glass 7i, มาตรฐาน IP64 สำหรับป้องกันฝุ่นและละอองน้ำภายใต้เงื่อนไขห้องปฏิบัติการ และ Wet Touch ที่ช่วยให้หน้าจอตอบสนองเมื่อมือหรือหน้าจอเปียก อย่างไรก็ตาม IP64 ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำเครื่องจุ่มน้ำได้ และประสิทธิภาพการป้องกันอาจลดลงตามการสึกหรอ จึงไม่ควรชาร์จในบริเวณที่มีความชื้นหรือปล่อยให้เครื่องสัมผัสน้ำทะเล น้ำคลอรีน และเครื่องดื่ม

REDMI 17 มี 4 สี ได้แก่ Black, Deep Blue, Oak Green และ Lotus Purple ขณะที่ REDMI 17 5G มี 3 สี ได้แก่ Black, Deep Blue และ Vivid Orange โดยสี Vivid Orange ใช้พื้นผิว PU Leather เพื่อเพิ่มสัมผัสและความกระชับขณะถือ ทั้งสองรุ่นใช้หน้าจอแบน กรอบผิวด้าน มุมโค้งแบบ R-angle และหน้าจอเจาะรูตรงกลาง
อีกลูกเล่นคือ Dynamic RGB Light สำหรับแสดงแสงสีเมื่อมีสายเรียกเข้า การแจ้งเตือน สถานะการชาร์จ การเล่นเกม และการใช้กล้อง เป็นรายละเอียดที่ช่วยให้ตัวเครื่องไม่ได้ต่างกันแค่สี แต่ยังเพิ่มวิธีสื่อสารสถานะโดยไม่ต้องเปิดหน้าจอทุกครั้ง
REDMI 17 ใช้ชิป MediaTek Helio G91-Ultra ส่วน REDMI 17 5G ใช้ Snapdragon 4 Gen 5 Mobile Platform และรองรับ 5G ทั้งคู่ทำงานบน Xiaomi HyperOS 3 และรองรับ RAM สูงสุด 12GB ผ่าน Memory Extension แต่ตัวเลขนี้อ้างอิงจากรุ่น RAM 6GB โดยนำพื้นที่เก็บข้อมูลบางส่วนมาใช้เป็นหน่วยความจำเสริม ความจุที่เพิ่มได้จริงจึงขึ้นอยู่กับรุ่นและพื้นที่ว่างในเครื่อง
ด้านกล้อง ทั้งสองรุ่นใช้ระบบกล้อง AI คู่ 50MP พร้อม Dual-view สำหรับบันทึกจากกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกัน ส่วนความบันเทิงได้ลำโพงสเตอริโอคู่ โดย Xiaomi ระบุว่ารองรับการเพิ่มระดับเสียงสูงสุด 300% ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบระดับเสียง 17 กับระดับ 15 และผลจริงอาจเปลี่ยนตามซอฟต์แวร์กับสถานการณ์ใช้งาน
REDMI 17 และ REDMI 17 5G มีรุ่นความจุและราคาจำหน่ายในไทยดังนี้
เมื่อซื้อ REDMI 17 Series ทุกรุ่นตั้งแต่วันเปิดตัวถึง 31 สิงหาคม 2569 จะได้รับประกันหน้าจอแตก 2 ปี ประกันตัวเครื่อง 24 เดือน ประกันฝาหลังหรือเลนส์กล้อง 2 ปี และประกันแบตเตอรี่ 3 ปี รวมมูลค่า 9,999 บาท โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok