
สามปีแห่งการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อ realme และ Naoto Fukasawa ปรมาจารย์ด้านการออกแบบระดับโลกกลับมาจับมือกันอีกครั้ง บน realme 16 Pro+ 5G ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่การร่วมงานนี้ขยายสู่ตระกูล Number Series ภายใต้ปรัชญาใหม่ที่ชื่อว่า “Urban Wild Design” — ดีไซน์ที่พาธรรมชาติมาอยู่ในมือคนเมือง

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การประดับชื่อ แต่คือการสานต่อปรัชญา “Without Thought” ที่ทั้งสองฝ่ายพัฒนาร่วมกันมาตั้งแต่ยุค realme X, X2 Pro, GT และ GT 2 Pro ก่อนจะยกระดับขึ้นสู่งานออกแบบระดับ Master Design ที่ครั้งนี้ลึกและเข้มข้นกว่าเดิม

แนวคิด Urban Wild Design เกิดจากการตั้งคำถามว่า คนเมืองในยุคนี้ต้องการ “พื้นที่แห่งอิสรภาพ” รูปแบบใด Naoto Fukasawa ตอบคำถามนั้นผ่านการออกแบบที่ดึงแรงบันดาลใจมาจากสัมผัสอันบริสุทธิ์ของโลกธรรมชาติ ทั้งความนุ่มของทุ่งข้าวสาลีที่โบกสะบัดในสายลม และความเรียบเกลี้ยงของก้อนกรวดที่แม่น้ำขัดเกลามาเนิ่นนาน
สิ่งเหล่านั้นถูกแปลงเป็นภาษาของการออกแบบอุตสาหกรรมอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายของตัวเครื่อง ผิวสัมผัสของวัสดุ ไปจนถึงโทนสีที่เลือกใช้ ล้วนสื่อถึงการค้นพบความสงบในท่ามกลางความเร่งรีบของเมืองใหญ่


realme 16 Pro+ 5G เปิดตัวพร้อมสีใหม่สองเฉดที่ออกแบบโดย Naoto Fukasawa โดยตรง ทั้ง Master Gold และ Master Grey ต่างมีที่มาจากโลกธรรมชาติอย่างชัดเจน
สี Master Gold ได้รับแรงบันดาลใจจากข้าวสาลีสีทองอร่ามที่โบกพลิ้วในทุ่งกว้าง มอบความอบอุ่นและผิวสัมผัสที่ชวนให้จับต้อง ในขณะที่ Master Grey นำเอาสีและพื้นผิวของก้อนกรวดที่ถูกกระแสน้ำขัดเกลามาหลายร้อยปีมาถ่ายทอด ให้ความรู้สึกเรียบลื่น นุ่มนวล และเปล่งประกายอย่างมีระดับ ทั้งสองเฉดสีสะท้อนดุลยภาพที่สมบูรณ์แบบระหว่างธรรมชาติและความทันสมัย

จุดที่ทำให้ realme 16 Pro+ 5G แตกต่างจากสมาร์ตโฟนทุกรุ่นในตลาดคือการบุกเบิกใช้ไบโอเบสออร์แกนิกซิลิโคนเป็นรายแรกของอุตสาหกรรม วัสดุชนิดนี้ผลิตจากฟางหมุนเวียนผ่านกระบวนการปลอดมลพิษ จึงผสานความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมเข้ากับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นได้อย่างลงตัว
ผิวสัมผัสที่ได้มีความนุ่มละมุนใกล้เคียงวัสดุธรรมชาติ พร้อมความยืดหยุ่นที่เหมาะสม และคุณสมบัติต้านทานการเสื่อมสภาพ คราบสกปรก แบคทีเรีย รวมถึงรอยขูดขีด ซึ่งหมายความว่าความหรูหราของตัวเครื่องจะคงอยู่ได้ยาวนานกว่าที่เคย

realme 16 Pro+ 5G ใช้ดีไซน์โค้งมนแบบ All-Nature Curve เป็นรุ่นแรก ด้วยเส้นสายที่ลื่นไหลไร้รอยต่อจากแผงหลังผ่านขอบเครื่องไปจนถึงหน้าจอ สร้างความรู้สึกกลมกลืนราวกับถือก้อนหินแม่น้ำที่ขัดเกลาจนสมบูรณ์แบบ และแม้จะอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี แต่ความบางเพียง 8.49 มม. ทำให้ถือสบายได้ตลอดวัน

ส่วน realme 16 Pro 5G เลือกทิศทางตรงข้ามด้วยดีไซน์ All-Flat ที่ให้ความรู้สึกคมชัด สะอาดตา และมีความพรีเมียมในสไตล์มินิมัล ขอบแบนราบช่วยให้จับถือได้มั่นคงและควบคุมได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน
realme กำหนดเปิดตัว realme 16 Pro+ 5G, realme 16 Pro 5G และ realme 16 5G พร้อมกันในวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. โดยในงานเดียวกันยังมีผลิตภัณฑ์ IoT อย่าง realme Buds T500 Pro และ realme Pad 3 รอเปิดตัวด้วย ติดตามได้ผ่านทาง Facebook realme Thailand
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok