
Razer Basilisk V4 Pro เปิดตัวพร้อมปุ่มปรับแต่งได้ 14 ปุ่ม เซนเซอร์ Focus Pro 50K Gen-3 และ Polling Rate สูงสุด 8,000 Hz ทั้งแบบไร้สายและต่อสาย สำหรับคนที่ชอบตั้งค่าปุ่มให้เข้ากับแต่ละเกม รุ่นนี้ยังเพิ่มจังหวะล้อเลื่อนให้เลือกละเอียดขึ้น พร้อมขายในไทยราคา 5,990 บาท
ตระกูลนี้มี Basilisk V4 HyperSpeed ราคา 3,990 บาทเป็นอีกตัวเลือก ส่วนคนที่อยากจัดโต๊ะให้ชาร์จเมาส์ได้สะดวก มี Mouse Dock V2 Pro เปิดตัวมาพร้อมกันในราคา 2,490 บาท โดยแต่ละรุ่นมีชุดปุ่ม เซนเซอร์ และอุปกรณ์ชาร์จให้เลือกต่างกัน
Basilisk V4 Pro ยังคงรูปทรงเออร์โกโนมิกพร้อมที่วางนิ้วโป้ง โดยปรับตำแหน่งทริกเกอร์มัลติฟังก์ชันให้เอื้อมกดได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น เพิ่มปุ่มด้านข้างปุ่มที่สามและปุ่มขอบ M1 ขณะที่น้ำหนักเบาลง 12 กรัมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
ปุ่มทั้ง 14 จุดกำหนดหน้าที่ผ่าน Razer Hypershift เพื่อเพิ่มฟังก์ชันได้ ส่วนมาโครและโปรไฟล์อัจฉริยะใน Razer Synapse ช่วยสลับการตั้งค่าปุ่มเมื่อเปิดเกมที่กำหนด เหมาะกับคนที่ต้องการจัดชุดคำสั่งแยกตามเกมที่เล่น
ล้อเลื่อน Razer HyperScroll Tilt Wheel Gen-2 ปรับเพิ่มเติมผ่าน Synapse ได้ รวมถึง Virtual Acceleration ที่เร่งการเลื่อนตามความเร็วในการหมุน โดยเลือกระดับความเร่งได้ 5 ระดับ จึงจัดทั้งจังหวะและความเร็วการเลื่อนให้เข้ากับงานหรือเกมได้ในชุดเดียว

Focus Pro 50K Gen-3 มีความละเอียดสูงสุด 50,000 DPI ความเร็ว 930 IPS และรองรับอัตราเร่ง 90 G ทำงานร่วมกับ HyperSpeed Wireless Gen-2 ที่รองรับ Polling Rate สูงสุด 8,000 Hz ทั้งการเชื่อมต่อไร้สายและผ่านสาย ส่วน Frame Sync ประสานจังหวะสแกนของเซนเซอร์กับรอบรายงานข้อมูล เพื่อลด Motion Latency และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
การตั้งค่าการติดตามพื้นผิวมี Asymmetric Cut-Off ให้แยกระยะยกเมาส์กับระยะที่เริ่มติดตามอีกครั้งตอนวางลงได้อิสระ ส่วน Perfect 180 ช่วยหันกลับ 180 องศาในเกม FPS สำหรับผู้ใช้ความไวต่ำ และยังมี Dynamic Sensitivity กับ Mouse Rotation ให้ปรับการเล็งตามสไตล์การเล่น
ด้านปุ่มคลิกใช้ Razer Optical Mouse Switches Gen-4 รองรับสูงสุด 100 ล้านคลิก และใช้แรงกดลดลง 12% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน พร้อมการทำงานที่ไม่มี Debounce Delay หรือช่วงรอกรองสัญญาณเด้งของสวิตช์
การเชื่อมต่อสูงสุด 5 อุปกรณ์ครอบคลุม HyperSpeed Wireless Gen-2, Bluetooth 6.2 ที่จับคู่ได้สูงสุด 3 อุปกรณ์ และการต่อสาย จึงสลับใช้ระหว่างคอมพิวเตอร์เกมมิ่ง แล็ปท็อป และแท็บเล็ตได้ด้วยปุ่มเดียว
แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 200 ชั่วโมงผ่าน HyperSpeed Wireless Gen-2 ที่ Polling Rate 1,000 Hz และสูงสุด 275 ชั่วโมงผ่าน Bluetooth 6.2
ระบบไฟ Razer Chroma RGB มี 7 โซนพร้อม Full Underglow ส่องจากใต้เมาส์ออกโดยรอบ ปรับได้ 16.8 ล้านสีต่อโซน รองรับเอฟเฟกต์จากเกมที่ใช้ Chroma มากกว่า 300 เกม และซิงก์กับอุปกรณ์ Razer ที่รองรับ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์พันธมิตรกว่า 50 แบรนด์

Mouse Dock V2 Pro รวมแท่นชาร์จไร้สายแบบแม่เหล็กกับตัวรับส่งสัญญาณ 8,000 Hz ไว้ด้วยกัน วางเมาส์ลงบนแท่นเพื่อชาร์จแล้วหยิบกลับมาใช้ต่อได้ จึงเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการชาร์จและเชื่อมต่อเมาส์ผ่านอุปกรณ์บนโต๊ะชิ้นเดียว
HyperSpeed Multi-Device Support รองรับการเชื่อมต่อเมาส์และคีย์บอร์ด Razer รุ่นที่เข้ากันได้ผ่านแท่นโดยตรง ตัวฐานมีไฟ Chroma RGB 8 โซน ไฟสถานะการชาร์จ และยางกันลื่น ส่วนใครอยากใช้การชาร์จแบบแผ่นรองเมาส์ ยังมี Razer HyperFlux V2 เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
Basilisk V4 HyperSpeed เหมาะกับคนที่อยากได้รูปทรงแบบตระกูล Basilisk ในตัวเลือกที่เรียบง่ายกว่า รุ่นนี้หนัก 94 กรัม ใช้เซนเซอร์ Focus X 33K Gen-3 มีปุ่มปรับแต่งได้ 12 ปุ่ม และแบตเตอรี่สูงสุด 140 ชั่วโมง โดยราคาไทยของเมาส์และอุปกรณ์ชาร์จแยกเป็นดังนี้
ทั้งหมดวางจำหน่ายแล้วผ่าน Razer.com, RazerStores และร้านตัวแทนจำหน่ายชั้นนำของซินเน็ค ประเทศไทย โดยซินเน็คเป็นผู้จัดจำหน่ายและทำการตลาดในไทย พร้อมบริการหลังการขายภายใต้สัญลักษณ์ Trusted by Synnex
ถ้าอยากปรับปุ่มและล้อเลื่อนให้เข้ากับหลายเกม รุ่น Pro มีเครื่องมือให้จัดการละเอียดกว่า ขณะที่ HyperSpeed เป็นตัวเลือกเริ่มต้นของตระกูลนี้ในราคา 3,990 บาท ส่วนแท่นหรือแผ่นรองชาร์จสามารถเลือกเพิ่มตามรูปแบบโต๊ะที่ต้องการ ดูรายละเอียด Basilisk V4 Pro เพิ่มเติมได้ที่ Razer
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok