OPPO วางจำหน่าย OPPO Reno16 Series 5G อย่างเป็นทางการในไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ราคาเริ่มต้น 15,999 บาท ชูจุดขายหลักที่กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP รุ่นใหม่ เก็บภาพคนได้กว้างขึ้นโดยสีผิวยังคงเป็นธรรมชาติทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ พร้อมเปิดโปรโมชันเปิดตัวถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ และจัดไลฟ์แกะกล่องพิเศษในค่ำวันเดียวกัน
จุดที่ OPPO ให้น้ำหนักมากที่สุดใน Reno16 Series คือการอัปเกรดกล้องมุมกว้างพิเศษเป็นความละเอียด 50MP มุมรับภาพ 0.6x ซึ่งกว้างขึ้นจากเดิม ช่วยให้ถ่ายภาพกลุ่มหรือฉากที่มีพื้นที่จำกัดได้ครบเฟรมโดยไม่ต้องถอยตัว ขณะที่การประมวลผลสีผิวยังคงโทนเป็นธรรมชาติทั้งในภาพนิ่งและวิดีโอ ไม่หลุดโทนเมื่อเทียบกับกล้องหลัก เสริมด้วยกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x สำหรับถ่ายภาพบุคคลระยะกลางที่ต้องการฉากหลังละลาย
นอกจากกล้องฮาร์ดแวร์ OPPO ใส่ฟีเจอร์ AI คอลลาจภาพและวิดีโอ ที่รวมหลายโมเมนต์ไว้ในเฟรมเดียวและตกแต่งได้ตามสไตล์ผู้ใช้ พร้อมโหมดกล้อง Pop Cam สไตล์ฟิล์มให้เลือกกว่า 9 สไตล์ ถ่ายแล้วแชร์ต่อโซเชียลได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดแอปแต่งภาพเพิ่ม สำหรับสายบันทึกวิดีโอ เครื่องรองรับการถ่าย 4K มุมกว้างพิเศษ 0.6x ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง พร้อมระบบปรับเฟรมตรงอัตโนมัติที่ช่วยรักษาเส้นขอบฟ้าให้ตรงแม้มือเอียงขณะถ่าย

ด้านรูปลักษณ์ OPPO ระบุว่าเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมที่ใช้ดีไซน์ดวงดาว 3 มิติแบบลอยเด่นมีมิติ มีให้เลือก 4 สี 4 สไตล์ ตัวเครื่องใช้กรอบอะลูมิเนียมเกรดอากาศยานเพื่อความบางเบาแต่แข็งแรง หน้าจอรองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz ในรุ่น Pro และ 120Hz ในรุ่นมาตรฐานกับรุ่น F ทำให้การเลื่อนหน้าจอและดูคอนเทนต์ลื่นไหลใกล้เคียงกันทั้งซีรีส์ ระบบปฏิบัติการมาพร้อม ColorOS 16 รองรับอัปเดตซอฟต์แวร์สูงสุด 5 เวอร์ชันและอัปเดตความปลอดภัยนาน 6 ปี ซึ่งยืดอายุการใช้งานเครื่องได้นานกว่าสมาร์ตโฟนระดับราคาเดียวกันหลายรุ่นในตลาด
ฝั่งพลังงาน Reno16 Series มีแบตเตอรีให้เลือกสูงสุดถึง 7000mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 80W SUPERVOOC ที่ทำให้เครื่องกลับมาใช้งานได้เร็วโดยไม่ต้องรอชาร์จนาน มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP69K ช่วยให้ใช้งานได้ในสภาพอากาศฝนหรือความชื้นสูงแบบไทยได้อย่างมั่นใจ ส่วนฟีเจอร์ AI อย่าง AI Mind Space และ AI Snap Key ถูกวางไว้ช่วยจัดการงานประจำวันและเรียกใช้ฟังก์ชันลัดให้ตอบสนองเร็วขึ้น
OPPO Reno16 Series 5G แบ่งเป็น 3 รุ่นตามกลุ่มผู้ใช้ เริ่มที่ OPPO Reno16 F 5G รุ่นเริ่มต้นที่ยังคงกล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x ความละเอียด 50MP และกล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP กว้าง 0.6x มีสีขาว Pop White ม่วง Dream Purple และม่วงเข้ม Twilight Violet ความจุให้เลือก 8+128GB และ 8+256GB ถัดมาคือ OPPO Reno16 5G รุ่นมาตรฐานที่อัปเกรดกล้องความละเอียด 50MP กว้าง 0.6x ครบทั้ง 3 ตัว สีเดียวกับรุ่น F แต่เพิ่มตัวเลือกความจุ 8+256GB และ 12+256GB ส่วนรุ่นบนสุดคือ OPPO Reno16 Pro 5G ที่ใช้กล้องหลักความละเอียดสูงถึง 200MP เจาะกลุ่มผู้ใช้สาย Vlog โดยเฉพาะ มีสีขาว Pop White และดำ Starlight Black ความจุ 12+256GB เพียงระดับเดียว

ลูกค้าที่ซื้อ OPPO Reno16 Series 5G ในช่วงเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 จะได้รับสิทธิ์ E-VIP Card ประกันหน้าจอแตกจำนวน 1 ครั้งภายใน 2 ปี ซึ่งมูลค่าต่างกันตามรุ่น คือ 16,000 บาทสำหรับรุ่น Pro, 13,000 บาทสำหรับรุ่นมาตรฐาน และ 9,000 บาทสำหรับรุ่น F พร้อมบริการ Refresh Service ติดฟิล์มกันรอยฟรีที่ศูนย์บริการ OPPO นาน 2 ปี มูลค่า 1,199 บาท รวมมูลค่าสิทธิพิเศษสูงสุดถึง 17,199 บาทสำหรับผู้ที่เลือกซื้อรุ่น Pro

ในวันเดียวกับที่เปิดขาย OPPO จัดไลฟ์สุดพิเศษ OPPO Reno16 Series 5G Live Unbox โดยมี ซี พฤกษ์ และ นุนิว ชวรินทร์ ร่วมแกะกล่องพูดคุยถึงฟีเจอร์ถ่ายภาพและดีไซน์ฝาหลังของเครื่อง ออกอากาศเวลา 17:00 น. เป็นต้นไป ทางเฟซบุ๊กและติ๊กต็อกของ OPPO Thailand
ด้วยการวางตำแหน่งที่เน้นกล้องมุมกว้างพิเศษและดีไซน์เป็นจุดขายหลัก บวกกับการรับประกันอัปเดตซอฟต์แวร์ระยะยาว OPPO Reno16 Series 5G วางตัวเองเป็นตัวเลือกสมาร์ตโฟนกลุ่มไลฟ์สไตล์ในช่วงราคาหมื่นปลายที่จะต้องแข่งขันกับคู่แข่งหลายค่ายในตลาดไทยตลอดครึ่งหลังของปีนี้
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok