
OPPO Find X10 Series วางแนวทางกล้องไว้ที่การเก็บรายละเอียด สี และแสงเงาให้ใกล้สิ่งที่เห็น โดยนำระบบกล้องที่พัฒนาร่วมกับ Hasselblad มาทำงานกับ LUMO True Image Engine ความละเอียดสูงจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ ตั้งแต่รับแสงไปจนถึงโทนของภาพที่ได้

True Color Camera เจเนอเรชันใหม่ตรวจวัดแสงแบบมัลติสเปกตรัม 24 ช่องสัญญาณ ทำงานกับ DAG และ DCG-HDR รองรับไดนามิกเรนจ์สูงสุด 17-stop เพื่อเก็บข้อมูลสีและรายละเอียดในแสงซับซ้อน เช่น แสงอุ่นผสมแสงเย็นหรือฉากย้อนแสง
จากนั้น LUMO True Color Engine นำข้อมูลสีไปใช้กับการประมวลผลสีและสมดุลแสงขาว เป้าหมายคือรักษาสีผิว ท้องฟ้า และใบไม้ให้ใกล้การรับรู้ของสายตา โดยไม่เร่งความอิ่มสีเกินจริง
การมีข้อมูลแสงตั้งแต่ต้นทางช่วยให้ระบบใช้บริบทของฉากประกอบการถ่ายทอดสี จึงเป็นอีกส่วนของแนวทางภาพสมจริงที่ทำงานควบคู่กับความละเอียดของเซนเซอร์


Find X10 ใช้ระบบกล้องคู่ 200MP ขณะที่ Find X10 Pro Max ใช้กล้อง 200MP สามตัวครอบคลุมช่วงทางยาวโฟกัสสำคัญ LUMO Hyper Pixel Engine เจเนอเรชันใหม่รองรับภาพ 26MP เป็นค่าเริ่มต้นตั้งแต่อัลตร้าไวด์จนถึงการซูม 9.9 เท่า
โหมดปกติให้ความสำคัญกับการบันทึกที่ 26MP เมื่อแสงเพียงพอ หากแสงน้อยจะสลับเป็น 12MP พร้อมรวมพิกเซลด้วย Pixel Binning เพื่อลดสัญญาณรบกวน การเปลี่ยนความละเอียดนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการคุณภาพภาพตามแสงที่พบ
เมื่ออยากเก็บภาพไว้ครอปหรือขยาย Hasselblad Hi-Res Mode รองรับ 50MP ใน 5 ช่วงทางยาวโฟกัสเมื่อแสงเหมาะสม และใช้การประมวลผลหลายเฟรมผ่าน LUMO Hyper Pixel Engine สร้างภาพเต็ม 200MP จากกล้องที่รองรับ พร้อมจัดสมดุลความคมชัด สัญญาณรบกวน และรายละเอียดโทนผิว


LUMO Natural Tone Engine พัฒนาต่อยอดจาก Hasselblad Master Mode ซึ่งเริ่มใช้ใน Find X7 Series แล้วนำมาตรฐานโทนภาพมาใช้กับโหมดอัตโนมัติ โดยรักษาสมดุลระหว่างส่วนสว่าง โทนกลาง และเงา แทนการปรับแสงเฉพาะส่วนมากเกินไป
ในการถ่ายย้อนแสง ระบบผสานการปรับแสงเฉพาะส่วนกับการจัดโทนภาพทั้งฉาก ให้ใบหน้าและตัวแบบยังมีรายละเอียด พร้อมเก็บความสว่างของไฮไลต์และมิติของเงาไว้ แนวทางนี้มุ่งรักษาบรรยากาศของช่วงเวลาพร้อมความชัดของตัวแบบ
LUMO ทั้งสามส่วนจึงแบ่งหน้าที่ตั้งแต่รายละเอียดไปจนถึงสีและโทนแสง โดยทำงานร่วมกับกล้อง Hasselblad ของ Find X10 Series ผู้สนใจแนวทางภาพถ่ายและรายละเอียดผลิตภัณฑ์ติดตามต่อได้ที่ OPPO Thailand
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok