
OPPO จับมือ Discovery Channel ต่อเนื่องปีที่ 3 ในแคมเปญ “Culture in a Shot” ส่งธีมใหม่ปี 2026 “Meet Culture Anew, Make Your Moment” พาเชฟ Malcolm Lee แห่งร้านมิชลินสตาร์เปอรานากันแห่งแรกของโลกมาบอกเล่าเรื่องราวอาหารและวัฒนธรรมผ่านกล้อง OPPO Find N6 กับระบบ Hasselblad 200MP
แคมเปญครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การโปรโมตกล้องสมาร์ตโฟน แต่ตั้งคำถามว่า “เทคโนโลยีมีส่วนในการนิยามวัฒนธรรมได้อย่างไร” โดยใช้สิงคโปร์และวัฒนธรรมเปอรานากันเป็นบทพิสูจน์

วัฒนธรรมเปอรานากันเกิดจากการผสมผสานระหว่างชาวจีนอพยพและชาวมลายูท้องถิ่นในหมู่เกาะมลายูตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 คำว่า “เปอรานากัน” ในภาษามลายูหมายถึง “ผู้ที่เกิดในท้องถิ่น” สะท้อนถึงอัตลักษณ์ที่ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของทุกคนที่อยู่ร่วมกัน

วัฒนธรรมนี้แสดงออกผ่านอาหาร งานปักลูกปัด ภาษา และขนบธรรมเนียมในชีวิตประจำวัน โดยมีอาหารเป็นแกนหลักที่เชื่อมทุกอย่างเข้าหากัน การปรุงอาหารแบบเปอรานากันไม่มีสูตรตายตัว แต่เรียนรู้ผ่านการสังเกต การชิม และการส่งต่อแบบรุ่นสู่รุ่น

เชฟ Malcolm Lee คือหัวหน้าเชฟและเจ้าของร้าน Candlenut และ Pangium ทั้งสองแห่งได้รับดาวมิชลิน และ Candlenut ยังถือเป็นร้านอาหารเปอรานากันแห่งแรกของโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับนี้
เขาเริ่มต้นจากครัวที่บ้าน เรียนรู้จากแม่ที่รับสูตรมาจากอาม่าอีกทอดหนึ่ง ก่อนจะก่อตั้ง Candlenut ร่วมกับแม่และนำสูตรครัวบ้านมาตีความใหม่ในเชิงอาชีพ
“Candlenut คือตัวแทนของสิ่งที่ผมเติบโตมา แกงฝีมือแม่ที่สืบทอดจากอาม่ามาถึงผม มันมีอะไรมากกว่าแค่รสชาติ” เชฟลีกล่าว

เมนูอย่าง Aunt Caroline’s Babi Buah Keluak กระดูกหมูอ่อนเคี่ยวในซอสสีดำจากลูกกะรวก ไม่ใช่แค่จานอาหาร แต่เป็นการรำลึกถึงคนในครอบครัว และภารกิจสืบสานสูตรอาหารให้คงอยู่ต่อไป
สิ่งที่ทำให้ Candlenut ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร “ดั้งเดิม” คือแนวคิดของเชฟลีที่มองว่าการอนุรักษ์วัฒนธรรมไม่ใช่การแช่แข็งมัน
“ถ้าอยากให้อาหารเปอรานากันอยู่รอด มันจะหยุดนิ่งกับที่ไม่ได้ มันต้องมีวิวัฒนาการเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย โดยที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณเดิมเอาไว้” เขาระบุ

ผลลัพธ์คือเมนูอย่าง ซัมบัลลูกกะรวกคู่เนื้อวากิว, ซุปหางวัวสไตล์ rawon อินโดนีเซีย และไอศกรีม buah keluak ซึ่งเป็นการนำวัตถุดิบเอกลักษณ์มาสร้างประสบการณ์ใหม่โดยไม่ทิ้งรากเดิม
ในการผลิตแคมเปญครั้งนี้ OPPO Find N6 ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการบันทึกภาพและกระบวนการทำงานของเชฟลี ระบบกล้อง Hasselblad Master 200MP สามารถเก็บรายละเอียดตั้งแต่งานปักลูกปัดด้วยมือ ไปจนถึงผิวสัมผัสของวัตถุดิบสดในตลาดท้องถิ่นได้อย่างครบถ้วน

นอกจากกล้องแล้ว ฟีเจอร์ AI Chart บนตัวเครื่องยังช่วยให้เชฟลีแปลงแนวคิดและไอเดียเมนูที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นแผนผังความคิดที่ใช้งานได้จริง สะท้อนว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันไม่ได้แค่บันทึกวัฒนธรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์มันด้วย

แคมเปญ Culture in a Shot ปี 2026 ยังคงดำเนินต่อ และสิงคโปร์เป็นเพียงจุดแรกของการเดินทางที่จะบันทึกมรดกทางวัฒนธรรมที่กำลังปรับตัวอยู่ทั่วโลก
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






