
OPPO Bubble อุปกรณ์เสริมจอเซลฟี่แม่เหล็กที่เคยผูกอยู่กับมือถือ OPPO เท่านั้น ขยายการใช้งานมาสู่ฝั่ง iPhone ได้แล้ว ตอนนี้ยังเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า สำหรับไทยตั้งราคาขายที่ 2,999 บาท
OPPO Bubble เป็นจอ AMOLED วงกลมขนาด 1.73 นิ้ว ติดกับด้านหลังตัวเครื่องด้วยระบบแม่เหล็กแบบ MagSafe หน้าที่หลักคือแสดงภาพพรีวิวสดจากกล้องหลังแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ใช้จัดองค์ประกอบภาพ เช็กแสง และควบคุมสีหน้าได้ก่อนกดถ่าย แทนที่จะต้องเดาทิศทางจากกล้องหน้าเพียงอย่างเดียว
ตัวเครื่องหนาเพียง 7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 27.5 กรัม พกพาง่ายและไม่เพิ่มความหนาให้ตัวเครื่องมากนัก แบตเตอรี 550mAh ใช้งานต่อเนื่องได้ราว 9.66 ชั่วโมง เพียงพอสำหรับการถ่ายภาพทั้งวันโดยไม่ต้องชาร์จซ้ำ ฟีเจอร์เด่นอีกอย่างคือลั่นชัตเตอร์ไร้สายได้ไกลถึง 10 เมตร เหมาะกับการถ่ายกลุ่มหรือถ่ายมุมที่เอื้อมมือไปกดเองไม่ถึง
นอกจากใช้งานเป็นจอเซลฟี่ OPPO Bubble ยังออกแบบให้เป็นเครื่องประดับได้ในตัว ผู้ใช้ตั้งวอลเปเปอร์บนหน้าจอได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวให้เข้ากับชุดหรืออารมณ์ในแต่ละวัน OPPO เรียกฟังก์ชันนี้ว่า “Mag E-Badge” และยังจับคู่กับเคสเฉพาะทาง ใช้เป็นพวงตกแต่งกระเป๋าได้เช่นกัน
เดิมที Bubble เปิดตัวพร้อมซีรีส์ Reno16 ของ OPPO เท่านั้น เวอร์ชันใหม่นี้เพิ่มการรองรับ iPhone X ขึ้นไปที่รัน iOS 15.0 หรือใหม่กว่า พร้อมแอปสำหรับเชื่อมต่อและตั้งค่าข้ามระบบนิเวศได้สะดวกขึ้น

ตลาดไทยมีโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้สั่งจองล่วงหน้า ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 และรับเครื่องภายในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 จะได้รับ OPPO Bubble Custom-fit Protective Case มูลค่า 699 บาทไปฟรี ช่วยปกป้องตัวจอจากรอยขีดข่วนระหว่างใช้งานประจำวัน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเรือธงรุ่นใหม่ควบคู่กันไป OPPO เปิดโปรโมชัน Bundle ราคาพิเศษ 1,999 บาท เมื่อจองคู่กับ Reno16 Series ซึ่งถือเป็นส่วนลดที่คุ้มค่ากว่าซื้อแยกชิ้นพอสมควร เหมาะกับผู้ใช้ที่วางแผนเปลี่ยนเครื่องในช่วงนี้พอดี
ตลาดอุปกรณ์เสริมลักษณะนี้ยังมีคู่แข่งอย่าง Insta360 Snap ที่ทำหน้าที่คล้ายกัน แต่ OPPO Bubble มีจุดต่างที่ดีไซน์บาง ระยะลั่นชัตเตอร์ไร้สายที่ไกลกว่า และฟังก์ชันแต่งตัวเครื่องที่ครบกว่า การที่ OPPO เปิดให้ iPhone ใช้งานได้ด้วยสะท้อนแนวโน้มที่แบรนด์มือถือเริ่มมองอุปกรณ์เสริมเป็นสินค้าข้ามระบบนิเวศมากขึ้น ไม่ผูกขาดเฉพาะผู้ใช้แบรนด์ตัวเองเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นทิศทางที่ผู้ผลิตรายอื่นพิจารณาตามในอนาคต
ข้อมูลจาก: Gizmochina
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok