
Nothing เปิดตัว Headphone (a) หูฟังครอบหูรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ ควบคู่ไปกับการเปิดตัวสมาร์ตโฟน Phone (4a) Series โดยนำเอาเอกลักษณ์การออกแบบของแบรนด์มาผสานกับสีสันที่สนุกสนานและสเปกที่น่าประทับใจ ทั้งแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 5 วัน และระบบตัดเสียงรบกวนที่ฉลาดกว่าเดิม
Headphone (a) ไม่ใช่แค่หูฟังที่ดูดี แต่ Nothing ออกแบบให้มันเป็นหูฟังที่อยู่กับผู้ใช้ได้ตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การออกกำลังกาย หรือการเดินทาง

มาใน 4 สี ได้แก่ Pink, Yellow, White และ Black ซึ่งแต่ละสีถูกเลือกมาเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจน การออกแบบยังคงรักษาภาษาดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Nothing ไว้อย่างครบถ้วน ทำให้ทราบได้ทันทีว่านี่คือผลิตภัณฑ์จากแบรนด์เดียวกัน
ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาเพียง 310 กรัม พร้อมเบาะรองหูแบบ memory foam ที่ระบายอากาศได้ดี เหมาะสำหรับการสวมใส่ต่อเนื่องยาวนานโดยไม่รู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังมาพร้อมมาตรฐาน IP52 ที่ช่วยป้องกันฝุ่น สิ่งสกปรก และละอองน้ำ ใช้งานได้ทุกสภาพแวดล้อม

จุดเด่นที่พูดถึงมากที่สุดของ Headphone (a) คือความอึดของแบตเตอรี่ที่ไม่มีคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน
เมื่อปิดระบบ ANC ตัวหูฟังรองรับการใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 135 ชั่วโมง หรือราว 5 วันเต็ม โดยไม่ต้องหยิบสายชาร์จออกมาเลย สำหรับคนที่แบตหมดกะทันหัน ระบบ Rapid Charge ชาร์จเพียง 5 นาที สามารถใช้งานต่อได้อีกถึง 5 ชั่วโมง แก้ปัญหาเรื่องพลังงานได้อย่างตรงจุด

Nothing ออกแบบระบบควบคุมให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ด้วย Roller, Paddle และ Button ที่ติดตั้งบนตัวหูฟัง ปรับระดับเสียง สลับเพลง หรือเปลี่ยนโหมด ANC ได้ทันที ฟีเจอร์ Channel Hop ช่วยให้สลับไปยังแอปหรือฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว ขณะที่ Camera Shutter Mode ยังให้ใช้ปุ่มบนหูฟังเป็นรีโมตถ่ายภาพจากสมาร์ตโฟนที่เชื่อมต่ออยู่ได้อีกด้วย
ในด้านการตัดเสียงรบกวน Adaptive ANC มี 3 ระดับคือ Low, Mid และ High ปรับได้ตามสภาพแวดล้อม พร้อม Transparency Mode สำหรับคนที่ต้องการยังคงได้ยินเสียงรอบข้างขณะสวมหูฟัง ระบบไมโครโฟน 3 ตัวที่ผ่านการเทรนด้วยสถานการณ์เสียงรบกวนกว่า 28 ล้านรูปแบบ ทำให้เสียงพูดในระหว่างการสนทนาชัดเจนแม้อยู่ในที่เสียงดัง

Headphone (a) รองรับ Hi-Resolution Audio Wireless และ LDAC codec พร้อมไดรเวอร์เคลือบไทเทเนียมขนาด 40 มม. ที่ให้เสียงมีพลังและคมชัดในทุกช่วงความถี่
ผู้ใช้สามารถปรับแต่งประสบการณ์การฟังได้ลึกขึ้นผ่านแอป Nothing X ที่มี Advanced EQ แบบ 8 แบนด์ สร้างและแชร์โปรไฟล์เสียงกับชุมชน Nothing ได้ นอกจากนี้ยังมีอัลกอริทึม Bass Enhancement แบบเรียลไทม์ ที่เพิ่มพลังเบสโดยไม่ทำให้เสียงกลางและเสียงแหลมเสียสมดุล
สำหรับผู้ที่สนใจ Nothing Headphone (a) สามารถติดตามรายละเอียดราคาและวันวางจำหน่ายในประเทศไทยได้ที่ Nothing Thailand
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok