
หูฟังทุกวันนี้ทำหน้าที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่เคย ทั้งตอนเดินทาง ประชุม หรือพยายามเก็บสมาธิอยู่กับเพลงสักเพลง แต่เมื่ออุปกรณ์เข้ามาอยู่ในจังหวะชีวิตมากขึ้น Nothing กลับตั้งคำถามอีกแบบว่าเทคโนโลยีจำเป็นต้องพาเราไปสู่การใช้งานเหมือนกันทั้งหมดหรือไม่ Nothing Ear (3a) จึงถูกวางมาในฐานะหูฟังราคา 3,999 บาท ที่ให้เสียงเป็นพื้นที่สำหรับเลือกปรับและเก็บไว้ในแบบของตัวเอง
Nothing ก่อตั้งขึ้นในลอนดอนเมื่อปี 2020 โดย Carl Pei ด้วยแนวคิดที่ต้องการลดระยะห่างระหว่างผู้คนกับเทคโนโลยี แบรนด์มองว่าอุปกรณ์ส่วนตัวควรกลับมาเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ สนุก และมีความหมายกับชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงกล่องฟังก์ชันที่บอกผู้ใช้ว่าควรใช้งานอย่างไร
แนวคิดนี้เริ่มจับต้องได้กับ Ear (1) ในปี 2021 หูฟังที่เลือกใช้ดีไซน์โปร่งใสและเผยรายละเอียดภายในออกมา สิ่งที่เคยเป็นงานวิศวกรรมหลังเปลือกตัวเครื่องจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาดีไซน์ และเป็นจุดตั้งต้นของวิธีที่ Nothing มองภาพ เสียง วัสดุ และการใช้งานให้เชื่อมเป็นประสบการณ์เดียวกัน

Nothing ทำงานร่วมกับ Teenage Engineering ในฐานะ Founding Partner ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น และให้ความสำคัญกับเสียงพอ ๆ กับรูปลักษณ์ สำหรับ Nothing Ear (3a) ฟีเจอร์จึงไม่ได้มีเป้าหมายแค่ทำให้เสียงออกมาดีในแบบเดียว แต่เปิดให้คนฟังเลือกว่าตัวเองอยากฟังอย่างไรผ่านแอป Nothing X
ผู้ใช้สามารถปรับ Advanced EQ แบบ 8 แบนด์ สร้างโปรไฟล์เสียงของตัวเอง และแชร์หรือค้นหาโปรไฟล์จากผู้ใช้รายอื่นได้ เสียงเพลงเดียวกันอาจอยู่ในบริบทที่ต่างกันสำหรับแต่ละคน เครื่องมือเหล่านี้จึงเป็นวิธีที่แบรนด์พยายามไม่กำหนดคำตอบสำเร็จรูปไว้ให้ตั้งแต่โรงงาน

Ear (3a) เพิ่ม Audio Snapshot เพื่อเก็บช่วงเสียงสำคัญด้วยการบีบก้านหูฟังทั้งสองข้าง ไฟล์จะถูกจัดเก็บไว้ในหน่วยความจำรวม 32MB หรือข้างละ 16MB ก่อนซิงก์เข้า Nothing X เพื่อกลับมาฟัง แก้ไข หรือถอดข้อความภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นประโยคจากการประชุม ไอเดียระหว่างทาง หรือบทสนทนาที่ไม่อยากให้เลือนหายไป
ส่วน Call Recording ช่วยบันทึกการสนทนาหรือการประชุมได้จากหูฟังโดยตรงโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา สำหรับ Nothing นี่คือการขยับบทบาทของหูฟังจากอุปกรณ์ที่รับเสียง ไปสู่เครื่องมือที่ผู้ใช้เลือกเก็บสิ่งที่ได้ยินกลับมาใช้ต่อได้

เส้นทางจาก Ear (1) ถึง Ear (3a) จึงเป็นการต่อยอดแนวคิดเดิมของ Nothing จากความโปร่งใสที่ทำให้เทคโนโลยีภายในมองเห็นได้ สู่เสียงที่ผู้ใช้เลือกปรับ เลือกบันทึก และทำให้เข้ากับชีวิตของตัวเองได้มากขึ้น
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok