
Nothing เปิดตัว Ear (3a) หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ในไลน์อัพราคาประหยัด พร้อมกับ Phone (4b) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางทางการของแบรนด์ จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ Nothing ยังตั้งราคาไว้เท่ารุ่นก่อนหน้า แต่อัดฟีเจอร์ใหม่เข้ามาเพียบ ทั้งระบบบันทึกเสียงอัจฉริยะ ฟีเจอร์อัดสายเรียกเข้าและประชุม รวมถึงระบบตัดเสียงรบกวนที่แรงขึ้นกว่าเดิม ทำให้Ear (3a) กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่ารุ่นก่อนในราคาเดิม

ฟีเจอร์เด่นที่สุดของ Ear (3a) คือ Audio Snapshot ระบบที่ให้ผู้ใช้บันทึกคลิปสั้นของเสียงที่กำลังฟังอยู่ได้ทันทีด้วยท่าบีบหูฟัง (pinch gesture) โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลย เหมาะกับจังหวะที่เพลงเปิดมาท่อนโดนใจหรือพอดแคสต์พูดประเด็นน่าสนใจแล้วอยากเก็บไว้ฟังซ้ำ
ตัวหูฟังมาพร้อมแฟลชสตอเรจในตัว 32MB สำหรับเก็บคลิปเสียงที่บันทึกไว้ชั่วคราว ก่อนจะซิงก์ขึ้นแอปเมื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์อีกครั้ง ทำให้ใช้งานฟีเจอร์นี้ได้แม้อยู่ในช่วงที่ไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวตลอดเวลา
คลิปที่บันทึกไว้จะถูกส่งต่อไปที่แอป Nothing X ซึ่งผู้ใช้สามารถเล่นซ้ำ ตัดต่อ แชร์ไปยังแอปอื่น หรือสั่งถอดเสียงเป็นข้อความได้ในที่เดียว ครบทั้งขั้นตอนตั้งแต่บันทึกจนถึงนำไปใช้ต่อ
นอกจาก Audio Snapshot แล้ว Ear (3a) ยังรองรับการอัดเสียงสายโทรและการประชุมได้ต่อเนื่องสูงสุด 2 ชั่วโมงต่อครั้ง เหมาะกับคนที่ต้องประชุมออนไลน์บ่อยและอยากมีบันทึกไว้ทบทวนภายหลัง โดยระบบจะส่งเสียงแจ้งเตือนดังให้ทุกฝ่ายในสายรับรู้ทันทีที่เริ่มอัด ช่วยลดปัญหาการอัดเสียงโดยอีกฝ่ายไม่รู้ตัว

ด้านคุณภาพเสียง Ear (3a) ใช้ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12mm รองรับ Hi-Res Audio Wireless และ LDAC พร้อมอีควอไลเซอร์ 8 แบนด์ให้ปรับแต่งโทนเสียงได้ละเอียดขึ้นตามความชอบส่วนตัว ส่วนระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) อัปเกรดเป็น 45dB ครอบคลุมช่วงความถี่กว้างขึ้น ซึ่งNothing ระบุว่าตัดเสียงรบกวนได้ดีขึ้นราว 17% จากรุ่นก่อนหน้า
การเชื่อมต่อขยับมาใช้ Bluetooth 6.0 พร้อมรองรับการจับคู่กับสองอุปกรณ์พร้อมกัน สลับฟังจากโน้ตบุ๊กไปมือถือได้โดยไม่ต้องตัดการเชื่อมต่อใหม่ ตัวเครื่องยังผ่านมาตรฐานกันฝุ่นกันน้ำ IP54 และมีจุกหูไซซ์เอ็กซ์ตร้าสมอลล์แถมมาให้เพิ่มเติมเพื่อให้พอดีกับช่องหูที่เล็กกว่าปกติ

Nothing ระบุว่า Ear (3a) ฟังต่อเนื่องได้ราว 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง เมื่อรวมกับเคสชาร์จจะขยายเวลาการใช้งานรวมไปถึง 42 ชั่วโมงในกรณีที่ปิดระบบตัดเสียงรบกวน หรือประมาณ 25 ชั่วโมงหากเปิด ANC ใช้งานตลอด ส่วนคนรีบก็แค่ชาร์จด่วน 5 นาทีก็ได้เวลาฟังเพิ่มอีกราว 1 ชั่วโมง เคสชาร์จยังมีไฟ LED สามระดับแสดงปริมาณแบตเตอรีที่เหลืออยู่ให้เช็กได้ง่าย

Nothing Ear (3a) วางราคาไว้ที่ 99 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับรุ่นก่อนหน้าทุกประการ ทั้งที่เพิ่มฟีเจอร์เข้ามาหลายจุด มีให้เลือกทั้งสี Black, White, Yellow และสีใหม่ Pink ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้ วางขายผ่านช่องทางทางการของ Nothing แล้วตั้งแต่วันเปิดตัว ผู้ที่สนใจนำเข้ามาใช้ในไทยคงต้องรอดูว่าตัวแทนจำหน่ายจะประกาศราคาและช่องทางในประเทศเมื่อใด
ข้อมูลจาก: Gizmochina
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






