
Nintendo ประกาศปรับราคา Switch 2 ขึ้น $50 ในสหรัฐฯ จาก $449.99 เป็น $499.99 มีผลวันที่ 1 กันยายน 2026 พร้อมกับแคนาดาที่ขึ้นจาก $629.99 เป็น $679.99 และยุโรปที่ปรับจาก €469.99 เป็น €499.99 บริษัทระบุเหตุผลว่าเป็นผลจาก “การเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดและภาพรวมธุรกิจระดับโลก”
ในญี่ปุ่น ผลกระทบจะกว้างกว่าและเร็วกว่าที่อื่น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ครอบคลุมทั้ง Switch 2 และ Switch ดั้งเดิมทุกรุ่น โดยมีรายละเอียดการปรับราคาดังนี้
| รุ่น | ราคาเดิม | ราคาใหม่ |
|---|---|---|
| Nintendo Switch 2 (Japanese-Language System) | ¥49,980 | ¥59,980 |
| Nintendo Switch (OLED Model) | ¥37,980 | ¥47,980 |
| Nintendo Switch | ¥32,978 | ¥43,980 |
| Nintendo Switch Lite | ¥21,978 | ¥29,980 |
ทั้งนี้ Nintendo Switch 2 รุ่น Multi-Language System ที่จำหน่ายผ่าน My Nintendo Store จะยังคงราคาเดิมไว้ นอกจากนี้ค่าบริการ Nintendo Switch Online ทุกแพ็กเกจทั้งรายบุคคล รายครอบครัว และ Expansion Pack ก็ถูกปรับขึ้นราคาในญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน
การตัดสินใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่ Nintendo กำลังเผชิญในตลาดบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนที่อ่อนค่าต่อเนื่องมาหลายปี

แม้ Switch 2 จะทำยอดขายได้ถึง 19.86 ล้านเครื่องในปีงบประมาณแรกนับตั้งแต่วางจำหน่าย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ แต่ Nintendo กลับคาดการณ์ว่าความต้องการจะลดลงในปีถัดไป
สัญญาณนี้ชัดเจนขึ้นจากการตัดสินใจลดกำลังการผลิต Switch 2 ลงถึง 1 ใน 3 เพื่อปรับสมดุลสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการที่ลดลง การขึ้นราคาในช่วงเวลานี้จึงอาจเป็นกลยุทธ์ชดเชยรายได้ที่จะหายไปจากยอดขายที่คาดว่าจะลดลง
Nintendo ไม่ได้เผชิญกับแรงกดดันนี้เพียงรายเดียว ทั้ง Sony ที่ปรับขึ้นราคา PlayStation 5 ในหลายตลาด และ Microsoft ที่ขึ้นราคา Xbox ไปแล้วถึงสองครั้งในปี 2025 ต่างแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเกมคอนโซลกำลังเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับผู้บริโภค การขึ้นราคาครั้งนี้ทำให้ Switch 2 ก้าวข้ามเส้น $500 เป็นครั้งแรก ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้ที่ยังลังเลอยู่ โดยเฉพาะในตลาดที่ภาวะเศรษฐกิจยังคงกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค
ส่วนในประเทศไทยตอนนี้ยังไม่มีการประกาศถึงการปรับราคา ถ้าใครอยากได้ตอนนนี้แนะนำให้ติดตามข่าว
ข้อมูลจาก: Neowin
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok