
เนสเพรสโซเปิดตัวเครื่องชงกาแฟรุ่นใหม่ Vertuo Up อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมจัดงาน Nespresso Vertuo World ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดให้ทดลองใช้งานเครื่องจริงและสัมผัสประสบการณ์กาแฟที่แบรนด์วางตำแหน่งเป็นระดับพรีเมียมสำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ


Vertuo Up มาพร้อมฟังก์ชัน Enhanced Connectivity ที่เชื่อมต่อกับแอป Nespresso Smart App ผ่านสมาร์ตโฟน ผู้ใช้ปรับอุณหภูมิและปริมาณน้ำได้เองจากมือถือโดยไม่ต้องกดปุ่มที่ตัวเครื่อง ระบบทำความร้อนใช้เวลาเพียง 3 วินาทีก่อนเริ่มชง ส่วนปุ่ม Coffee Creations ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ช่วยปรับการสกัดให้เข้มข้นขึ้นสำหรับเมนูที่ใส่นมหรือนมทางเลือก รวมถึงเมนูเย็นที่คนไทยดื่มกันมากในชีวิตประจำวัน
อมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เนสเพรสโซ ประเทศไทย ระบุว่าผู้บริโภคชาวไทยเปิดรับการดื่มกาแฟหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งรสชาติ วิธีชง และการปรับเมนูให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง จึงออกแบบ Vertuo Up ให้ตอบโจทย์ความยืดหยุ่นนี้ผ่านเทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย


เทคโนโลยี Centrifusion™ ที่เป็นเอกสิทธิ์ของเนสเพรสโซ อ่านข้อมูลเฉพาะของแคปซูลแต่ละแบบแล้วปรับรูปแบบการสกัดให้อัตโนมัติ ดึงรสชาติและกลิ่นของกาแฟแต่ละชนิดออกมาให้ชัดเจน พร้อมชั้นเครมม่าซิกเนเจอร์ที่ติดมากับทุกแก้ว
เครื่องยังมาพร้อมคันโยกดีไซน์ใหม่ที่กดใช้งานง่ายขึ้น รองรับแคปซูลกาแฟมากกว่า 50 รสชาติ ตั้งแต่เอสเพรสโซ กาแฟแก้วใหญ่ ไปจนถึงเมนูสร้างสรรค์อื่น ๆ ทำให้ผู้ใช้เปลี่ยนรสชาติได้ทุกวันโดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่


ในงานเปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานทดลองใช้ Vertuo Up ด้วยตัวเองและสำรวจโลกของกาแฟผ่านกิจกรรมที่ออกแบบเฉพาะสำหรับงานนี้ อีลิส ทัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เนสเพรสโซ ประเทศไทย กล่าวว่าการดื่มกาแฟทุกวันนี้ก้าวข้ามจากกิจวัตรประจำวันไปสู่ประสบการณ์ที่สะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมระบุว่าเนสเพรสโซวางแผนขับเคลื่อนอนาคตของการดื่มกาแฟผ่านนวัตกรรมต่อเนื่อง
ภายในงานมี คิม โก-อึน แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับเอเชียของเนสเพรสโซ ร่วมด้วยชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต และวิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ในฐานะ Friends of Nespresso มาร่วมพูดคุยมุมมองเรื่องไลฟ์สไตล์และความคิดสร้างสรรค์ผ่านโลกของกาแฟ
ผู้ที่สนใจสัมผัสเครื่อง Vertuo Up ทดลองได้แล้วที่เนสเพรสโซ บูติกทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และ TikTok ของแบรนด์
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok