
Microsoft เปิดตัว Surface Laptop Ultra โน้ตบุ๊กสำหรับนักพัฒนา ครีเอเตอร์ และนักวิจัย AI ที่ต้องการกำลังประมวลผลระดับเวิร์กสเตชันในเครื่องพกพา รุ่นนี้ใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA RTX Spark พร้อมหน่วยความจำรวมสูงสุด 128GB สำหรับงาน AI บนเครื่อง เปิดพรีออเดอร์ในสหรัฐฯ ราคาเริ่ม 2,599.99 ดอลลาร์ และเตรียมเริ่มจัดส่งวันที่ 16 ตุลาคม 2569
Surface Laptop Ultra ออกแบบให้ประมวลผลโมเดล AI ที่ใช้ทรัพยากรมากและงานแบบ Agentic ซึ่งให้ AI Agent ทำงานโดยตรงบนอุปกรณ์ เพื่อลดการพึ่งพาการประมวลผลบนคลาวด์ ฮาร์ดแวร์หลักมีตัวเลือก CPU สองขนาดและ GPU สถาปัตยกรรม Blackwell ดังนี้
พื้นที่จัดเก็บมีตัวเลือกสูงสุด 2TB โดย SSD สามารถถอดเปลี่ยนหรืออัปเกรดได้ด้วยตัวเอง ช่วยให้ปรับความจุของเครื่องได้ภายหลังตามความต้องการใช้งาน
หน้าจอสัมผัส Mini-LED PixelSense Ultra ขนาด 15 นิ้ว ใช้อัตราส่วน 3:2 และมีความสว่างสูงสุด 2,000 นิต พร้อมทัชแพดแบบ Haptic ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับทัชแพดของ Surface Laptop ขนาด 15 นิ้วทั่วไป
การเชื่อมต่อมี USB-C, USB-A, HDMI, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และช่องอ่านการ์ด SD ขนาดเต็ม อีกพอร์ตสำคัญคือ Magnetic Connect ซึ่งเชื่อมต่อด้วยแม่เหล็กและรองรับทั้งการจ่ายไฟ ส่งข้อมูล และส่งสัญญาณภาพ
ตัวเครื่องหนา 18 มม. น้ำหนักประมาณ 4.5 ปอนด์ หรือราว 2.04 กิโลกรัม มีให้เลือกสองสี ได้แก่ Platinum และ Nightfall

Surface Laptop Ultra เริ่มต้นด้วยหน่วยความจำ 24GB และพื้นที่จัดเก็บ 512GB ส่วนรุ่นหน่วยความจำ 128GB ที่มีราคาเผยออกมาจับคู่กับพื้นที่จัดเก็บ 1TB โดยราคาแต่ละรุ่นในสหรัฐฯ เป็นดังนี้
Microsoft เปิดรับพรีออเดอร์ในสหรัฐฯ แล้ว และมีกำหนดเริ่มจัดส่งวันที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยรุ่นนี้มุ่งไปที่งานระดับมืออาชีพซึ่งต้องใช้กำลังประมวลผลบนเครื่องสูง
Surface Laptop Ultra น่าสนใจตรงที่นำแพลตฟอร์ม RTX Spark และหน่วยความจำรวมความจุสูงมาอยู่ในโน้ตบุ๊ก ทำให้แนวทางของรุ่นนี้ชัดเจนสำหรับคนที่พัฒนาโมเดล AI หรือทำงานกับ AI Agent บนอุปกรณ์ ขณะเดียวกัน SSD ที่อัปเกรดเองได้ก็เปิดทางให้เพิ่มพื้นที่จัดเก็บภายหลัง
ตัวเลือกหน่วยความจำตั้งแต่ 24GB ถึง 128GB มีช่วงราคาห่างกันมาก การเลือกรุ่นจึงผูกกับขนาดงานที่ต้องประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บที่ต้องใช้ โดยชุดราคาในสหรัฐฯ ช่วยให้เห็นระดับการลงทุนของแต่ละรุ่นก่อนเริ่มจัดส่งในวันที่ 16 ตุลาคมนี้
ที่มา: Gizmochina
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok