
ไมโครซอฟท์ ประกาศขยายขีดความสามารถของ Microsoft Sovereign Cloud นำเสนอโซลูชันแบบ full stack ที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานจนถึงโมเดล AI ขนาดใหญ่ สำหรับองค์กรและภาครัฐที่ต้องการอธิปไตยทางดิจิทัลสูงสุด พร้อมความสามารถในการทำงานแบบออฟไลน์สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา เป็นช่วงๆ หรือไม่เชื่อมต่อเลยก็ตาม
Azure Local disconnected operations คือรากฐานของโซลูชันนี้ ออกแบบให้โครงสร้างพื้นฐานระดับสำคัญเชิงกลยุทธ์สามารถทำงานได้ภายใต้นโยบายและการกำกับดูแลของ Azure โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคลาวด์สาธารณะเลย
องค์กรสามารถจัดการนโยบายและประมวลผลเวิร์กโหลดได้ภายในสภาพแวดล้อมที่ตนเองควบคุม รองรับได้ตั้งแต่การติดตั้งขนาดเล็กไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยไม่ต้องพึ่งการเชื่อมต่อภายนอกเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
ในด้านประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร Microsoft 365 Local นำเวิร์กโหลดเซิร์ฟเวอร์หลักอย่าง Exchange Server, SharePoint Server และ Skype for Business Server เข้าสู่คลาวด์ส่วนตัวภายใต้ขอบเขตอธิปไตยของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์
เวิร์กโหลดทั้งหมดนี้จะได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์อย่างน้อยจนถึงปี 2035 ทำให้ทีมงานสามารถสื่อสาร แชร์ข้อมูล และทำงานร่วมกันได้ภายในขอบเขตการควบคุมเดียวกัน โดยมีการควบคุมความยืดหยุ่นของข้อมูลและการปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเต็มที่
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของการอัปเกรดครั้งนี้คือ Foundry Local ที่ขยายการรองรับไปถึงโมเดล AI แบบ multimodal ขนาดใหญ่ ผ่านการผสานรวมกับ GPU รุ่นล่าสุดจาก NVIDIA องค์กรสามารถรันโมเดล AI ระดับองค์กรได้โดยตรงบนฮาร์ดแวร์ของตนเอง ภายในสภาพแวดล้อมที่ตัดการเชื่อมต่อสมบูรณ์
ไมโครซอฟท์ให้การสนับสนุนครบวงจรตั้งแต่การปรับใช้ การอัปเดต และการรักษาเสถียรภาพ โดยข้อมูลและฮาร์ดแวร์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรอย่างสมบูรณ์ แม้ความต้องการการประมวลผลจะเพิ่มสูงขึ้น
Azure Local disconnected operations และ Microsoft 365 Local disconnected พร้อมให้บริการแล้วทั่วโลก ส่วน Foundry Local สำหรับโมเดล AI ขนาดใหญ่เปิดให้บริการแก่ลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด องค์กรที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Microsoft Sovereign Cloud
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok