Microsoft Build 2026 เปิดตัว MAI-Thinking-1 และเครื่องมือ AI ครบวงจรสำหรับนักพัฒนา

GogolicoNews4 มิถุนายน 256955 Views

Microsoft เปิดงาน Microsoft Build 2026 พร้อมนำเสนอนวัตกรรม AI สำหรับนักพัฒนาในระดับที่กว้างที่สุดในรอบหลายปี ตั้งแต่ตระกูลโมเดล MAI รุ่นใหม่ 7 โมเดลที่พัฒนาขึ้นมาเอง ระบบ Microsoft IQ ที่เชื่อมข้อมูลองค์กรเข้ากับโลก ไปจนถึง Surface RTX Spark Dev Box เครื่องพัฒนาที่รันโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์

MAI-Thinking-1 โมเดลเหตุผลตัวแรกของ Microsoft พัฒนาใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น

ประเด็นสำคัญของงานปีนี้คือตระกูลโมเดล MAI (Microsoft AI) ที่ทีม Microsoft AI Superintelligence พัฒนาขึ้นมาใหม่ 7 โมเดล โดยไม่มีการถ่ายทอดความรู้จากโมเดลอื่น และใช้ชุดข้อมูลระดับองค์กรที่ได้รับอนุญาตด้านลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง

นำโดย MAI-Thinking-1 โมเดลเชิงเหตุผล (Reasoning Model) ตัวแรกของ Microsoft ที่มีพารามิเตอร์ทำงาน 35,000 ล้านพารามิเตอร์ และรองรับบริบทการประมวลผลขนาด 128,000 โทเค็น ตัวเลขที่น่าสนใจคือผลทดสอบแบบปิดโดยผู้ประเมินอิสระพบว่าโมเดลนี้ได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงกว่า Sonnet 4.6 และมีทักษะเขียนโค้ดบนมาตรฐาน SWE Bench Pro เทียบเท่ากับ Opus 4.6 ขณะนี้เปิดให้ทดลองใช้งานในระบบจำกัดกลุ่มบน Foundry แล้ว

โมเดลอื่นในตระกูล MAI ที่น่าจับตา

นอกจาก MAI-Thinking-1 ยังมี MAI-Image-2.5 และรุ่น Flash โมเดลแรกของ Microsoft ที่รองรับทั้งการแปลงข้อความเป็นภาพและภาพเป็นภาพ ซึ่งขณะนี้พร้อมใช้งานใน PowerPoint และ Foundry แล้ว ส่วน MAI-Code-1 โมเดลเขียนโค้ดที่ปรับแต่งสำหรับ GitHub นั้นพร้อมใช้งานบน Copilot และ VS Code ในปัจจุบัน และ MAI-Transcribe-1.5 ที่ถอดเสียงได้ครอบคลุม 43 ภาษา พร้อมระบบถอดเสียงแบบเรียลไทม์ที่กำลังจะตามมา

จุดที่แตกต่างจากโมเดลอื่นในตลาดคือ ตระกูล MAI ไม่ได้ถูกล็อกไว้เฉพาะบนแพลตฟอร์มของ Microsoft เท่านั้น แต่จะเปิดให้ใช้งานบน Fireworks AI, Baseten และ Open Router ด้วย ขณะที่ Fireworks AI เปิดให้บริการทั่วไปบน Foundry แล้ว

Microsoft IQ ชั้นข้อมูลบริบทที่เชื่อม AI เข้ากับความรู้ขององค์กรและโลก

ข้อมูลในองค์กรมักกระจัดกระจายอยู่หลายระบบและยากต่อการเชื่อมโยงกับโมเดล AI ที่มีอยู่ Microsoft IQ ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง โดยทำหน้าที่เป็นชั้นข้อมูลบริบทที่เชื่อมต่อระหว่างเอเจนต์ AI กับทั้งความรู้ภายในองค์กรและข้อมูลล่าสุดบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งขณะนี้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการบน GitHub Copilot, Microsoft Foundry และ Copilot Studio แล้ว

ระบบนี้ประกอบด้วยส่วนย่อยหลายส่วน ได้แก่ Work IQ ที่รวบรวมรูปแบบการทำงานจริงผ่าน Microsoft 365 โดย Work IQ APIs จะเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 16 มิถุนายนนี้, Fabric IQ สำหรับข้อมูลธุรกิจโครงสร้างซับซ้อน, Foundry IQ ที่ประสานแหล่งข้อมูลทั้งหมด และ Web IQ ระบบค้นหาเว็บรุ่นใหม่ที่ออกแบบสำหรับ AI โดยเฉพาะ รองรับโปรโตคอล MCP แบบเปิด และดึงข้อมูลได้เร็วกว่าระบบทั่วไปเกือบ 2.5 เท่า

Microsoft Scout เอเจนต์ส่วนตัวที่เรียนรู้สไตล์การทำงานของคุณ

ต่อยอดจาก Microsoft IQ มาสู่ Microsoft Scout เอเจนต์ AI ส่วนตัวสำหรับคนทำงาน ที่พัฒนาบน OpenClaw และ Work IQ โดยระบบสามารถเรียนรู้รูปแบบการทำงานของผู้ใช้และเชื่อมต่อกับ Teams และ Outlook เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนประชุม จัดการตารางนัดที่ชนกัน และงานประจำวันโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องสั่งการทุกครั้ง ขณะนี้เปิดให้กลุ่มลูกค้า Frontier ทดลองใช้แล้ว

Surface RTX Spark Dev Box รันโมเดล 120,000 ล้านพารามิเตอร์บนเครื่องส่วนตัว

ปัญหาที่นักพัฒนา AI เจออยู่ทุกวันคือต้องรอการประมวลผลจากคลาวด์เป็นชั่วโมงเพื่อทดสอบไอเดียใหม่ Surface RTX Spark Dev Box ถูกสร้างมาเพื่อตัดวงจรรอนั้นออก

ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยชิป NVIDIA RTX Spark มอบประสิทธิภาพ AI สูงสุด 1 Petaflop พร้อมหน่วยความจำรวม 128 GB ทำให้นักพัฒนาสามารถรันโมเดล AI ขนาดถึง 120,000 ล้านพารามิเตอร์ได้โดยตรงบนเครื่องส่วนตัว ทั้งหมดนี้ใช้พลังงานเพียง 100 วัตต์ ระบบมาพร้อม WSL 2 ที่รองรับการเข้าถึงการ์ดจอโดยตรง, CUDA เต็มรูปแบบ, Visual Studio Code และ GitHub Copilot ติดตั้งพร้อมใช้งานทันที คาดวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาช่วงปลายปีนี้ผ่าน Microsoft.com

ความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่ครอบคลุมทุกเอเจนต์ในองค์กร

การที่เอเจนต์ AI กระจายอยู่ทั่วองค์กรบนหลายแพลตฟอร์มสร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยอย่างมาก Agent 365 for Local Agents เข้ามาดูแลปัญหานี้โดยเชื่อมต่อกับ Entra, Defender และ Purview เพื่อให้ควบคุมเอเจนต์ทุกตัวจากที่เดียว ไม่ว่าจะติดตั้งบนแพลตฟอร์มใดหรืออยู่ที่ใดก็ตาม

Microsoft ยังเปิดโปรเจกต์โอเพนซอร์ส 2 โครงการเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ได้แก่ ASSERT สำหรับประเมินความปลอดภัยตามนโยบายองค์กร และ Agent Control Specification เพื่อกำหนดมาตรฐานกลางในการควบคุม AI ขณะทำงาน พร้อมกับ Codename MDASH ระบบรักษาความปลอดภัยที่ส่งเอเจนต์ AI กว่า 100 ตัวร่วมกันค้นหาช่องโหว่และส่งคำแนะนำแก้ไขไปยัง Defender Portal โดยอัตโนมัติ

Microsoft Discovery และ Majorana 2 วิทยาศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Microsoft Discovery เปิดให้ใช้งานทั่วไปอย่างเป็นทางการแล้วบน Azure เพื่อดูแลกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แบบครบวงจร โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง BHP ใช้ค้นหาวิธีสกัดทองแดงสำเร็จในไม่กี่เดือนแทนที่จะเป็นหลายปี, Syensqo ใช้เร่งวิจัยสารกึ่งตัวนำ และ GSK ใช้คิดค้นตัวยาใหม่

ด้านควอนตัมคอมพิวติง Majorana 2 ชิปรุ่นใหม่มีอายุการทำงานของคิวบิตเฉลี่ย 20 วินาที สูงสุด 1 นาที มีความเสถียรกว่ารุ่นก่อน 1,000 เท่า พร้อมแนวทางบรรจุคิวบิต 1 ล้านตัวบนชิปขนาดเท่าฝ่ามือ Microsoft ตั้งเป้าสร้างเครื่องควอนตัมพร้อมใช้งานจริงในระดับสเกลให้สำเร็จภายในปี 2572

Microsoft Build 2026 สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนว่า Microsoft กำลังสร้างระบบนิเวศ AI สำหรับนักพัฒนาที่ครอบคลุมตั้งแต่ชิปในเครื่องส่วนตัวไปถึงคลาวด์ระดับองค์กร ด้วยหลักการที่ยืดหยุ่น เปิดกว้าง และปลอดภัยในทุกชั้นของระบบพร้อมกัน

Loading Next Post...
Search Trending
Popular
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...