รีวิว MAXBY MAX7200 SSD PCIe 4.0 แบรนด์ใหม่ อีกทางเลือกอัปเกรดคอมปี 2026

GogolicoGogolicoREVIEW26 ตุลาคม 202673 Views

ช่วงนี้ถ้าอยากซื้อ SSD สักตัวในปีนี้ อาจจะต้องเปลี่ยนความคิดกันหน่อย เพราะตลาดหน่วยความจำในปี 2026 เปลี่ยนไปพอสมควร ราคา SSD ของหลายแบรนด์ขยับสูงขึ้น ขณะที่สินค้าบางรุ่นก็หาซื้อได้ยากกว่าเดิม

อย่างที่เราทราบกันดีว่า การเติบโตของ AI และหน่วยความจำถูกฝั่งอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลกวาดไปจนทำให้ฝั่งผู้บริโภคอย่างเราได้รับผลกระทบ ปริมาณสินค้าไม่พอกับความต้องการ เมื่อของน้อยลงและราคาสูงขึ้น ทำให้แบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่จึงมีพื้นที่ให้คนหันมาลองมองมากกว่าเดิม

MAXBY เป็นแบรนด์สตอเรจน้องใหม่จากจีนที่เริ่มเข้ามาทำตลาดบ้านเรา วันนี้เราได้มีโอกาสลองกับรุ่น MAX7200 ด้วยสเปกที่น่าสนใจ ที่ระบุความเร็วอ่านสูงสุด 7,200 MB/s และเขียนสูงสุด 6,200 MB/s จัดว่าอยู่ในระดับต้นๆ ของมาตรฐาน PCIe 4.0 เลยทีเดียว

เห็นตัวเลขระดับนี้แล้ว คำถามแรกของผมคือใช้งานจริงจะได้แค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อมันมาจากแบรนด์ที่หลายคนเพิ่งรู้จัก 

ในรีวิวนี้ผมทดสอบกับรุ่น 512GB ใช้งานทั้งบน PC โหลดเกม ตัดต่อวิดีโอ รวมไปถึงลองใช้ใส่ Enclosure ทำเป็น External SSD แล้วเดี๋ยวเราจะกลับมาดูว่า MAX7200 ควรอยู่ในรายชื่อ SSD ที่น่าใช้หรือเปล่า

ทำความรู้จัก MAXBY MAX7200 ก่อนลองใช้งาน

MAX7200 เป็น SSD ขนาดมาตรฐาน M.2 2280 ใช้อินเทอร์เฟซ PCIe Gen4x4 และรองรับ NVMe 2.0 ภายในเป็นหน่วยความจำ 3D TLC NAND Flash มีให้เลือกสองความจุคือ 512GB และ 1TB

แผงวงจรเป็นแบบ Single-sided หรือติดตั้งชิปไว้ด้านเดียว ตัวแพ็กเกจมีคู่มือภาษาไทยมาให้ พร้อมกับแผ่น Themal pad สำหรับช่วยระบายความร้อนมาให้เรียบร้อย พร้อมใช้สำหรับติดตั้งบนเมนบอร์ดที่มีฮีทซิงก์ M.2 อยู่แล้วได้ทันที แต่คนที่ตั้งใจใช้กับ PS5 หรือต้องการใช้งานหนัก อาจจะต้องเตรียมหาเพิ่มเอง

สเปก MAXBY MAX7200

รูปแบบM.2 2280, Single-sided
อินเทอร์เฟซPCIe Gen4x4, NVMe 2.0
ความจุ512GB และ 1TB
NAND Flash3D TLC
ความเร็วอ่านสูงสุด7,200 MB/s
ความเร็วเขียนสูงสุด6,200 MB/s
การรับประกัน5 ปี
Themal padมีแถมให้ในกล่อง

สเปกอีกส่วนที่ผมมองว่าน่าสนใจสำหรับแบรนด์ใหม่คือการรับประกัน 5 ปี  เพราะว่านอกจากความเร็วสูงสุดแล้ว ตัวเงื่อนไขรับประกันก็ถือว่าสำคัญนะ

ผล CrystalDiskMark ทำได้ดีอย่างที่เคลมไว้

หลังจากที่ติดตั้งบน PC เป็นไดร์ฟใช้งานผมทดสอบด้วย CrystalDiskMark 8.0.6 x64 ตั้งไว้ 3 รอบและใช้ไฟล์ทดสอบขนาด 1GiB ผลแถว SEQ1M Q8T1 ขึ้นมาที่อ่าน 7,188.75 MB/s และเขียน 6,275.99 MB/s

ตัวเลขที่ได้ ผมถือว่า MAX7200 ทำการบ้านเรื่องประสิทธิภาพมาได้ดี ค่าการอ่านและเขียนอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสเปคที่แบรนด์แจ้งมา ถ้าถามสั้น ๆ ว่า “วิ่งถึงสเปกไหม” ผมตอบได้ว่าผลหลักใกล้เคียงมาก โดยรวมคือน่าพอใจเลยครับ

พอเอามาใช้กับ Windows เกม และงานตัดต่อ

ตัวเลขจากโปรแกรมจะมีความหมายก็ต่อเมื่อกลับมาใช้กับงานจริง การทดสอบผมใช้เป็นไดร์ฟเสริมสำหรับ เก็บไฟล์เกมขนาดใหญ่ และใช้เก็บวิดีโอฟุตเทจสำหรับใช้ทำงานตัดต่อวิดีโอที่ต้องอ่านเขียนไฟล์ต่อเนื่อง ผลที่พบคือระบบตอบสนองได้เร็ว โหลดข้อมูลได้โดยไม่เจออาการสะดุด และตลอดช่วงที่ลองยังไม่พบ Error

ถ้าถามว่า MAX7200 จะเอามาใช้เป็น Primary Drive สำหรับติดตั้ง Windows เลยนี่จะไหวมั้ย ส่วนตัวผมว่าเอาอยู่ ด้วยความเร็วเขียนอ่านที่เรียกว่าทำได้ระดับสุดของ PCIe 4.0 แล้ว ถ้าบอร์ดคุณรองรับ ผมแนะนำให้เอามาอัปเกรดเครื่องได้เลย ทุกอย่างจะเร็วขึ้นตั้งแต่การโหลด Windows การอ่านและเขียนข้อมูลที่เร็ว แน่นอนว่าการทำงานก็จะตอบสนองดีขึ้นกว่าเดิม

ลองใช้ใส่ Enclosure เป็น SSD พกพา

รูปแบบที่ผมทดสอบอีกอย่างคือการนำ MAX7200 ไปใส่ SSD Enclosure แล้วใช้เป็น External SSD เหมาะกับคนที่ต้องขนไฟล์งานขนาดใหญ่ไปมาระหว่างเครื่อง ทำงานทั้ง Windows และ Mac หรืออยากมีพื้นที่พกติดกระเป๋าโดยยังเลือก SSD ภายในเองได้

ทดสอบกับ Encloser แบบ USB 3.2 ถือว่าได้ความเร็วเต็มอยู่

ในการทดสอบต้องแยกกับครั้งแรกที่ติดตั้งกับ PC เพราะว่าความเร็วในการใช้กับ Enclosure ความเร็วจะถูกกำหนดด้วยมาตรฐานของตัวกล่อง สาย และพอร์ต USB หรือ Thunderbolt ที่ใช้อยู่ แต่ด้วยความเร็วระดับนี้ ก็สามารถใช้ได้เต็มความเร็วของ Enclosure ได้สูงสุดถึงระดับ Thunderbolt ได้แบบสบายๆ

แนะนำว่าถ้าจะประกอบไว้ใช้แบบนี้ ให้เลือก Enclosure ที่ทำจากอะลูมิเนียมหรือมีแผ่นถ่ายเทความร้อนที่สัมผัสกับตัว SSD อย่างน้อยตัวกล่องจะได้ทำหน้าที่ระบายความร้อนไปพร้อมกับปกป้องไดรฟ์ โดยเฉพาะเวลาย้ายไฟล์ก้อนใหญ่ต่อเนื่อง

เอาไปใส่ PS5 ได้ แต่ฮีทซิงก์ต้องมี

อีกรูปแบบการใช้งานที่คิดว่าหลายคนอยากจะเอาไปใช้คือ ใส่กับ PlayStation 5 ซึ่ง MAX7200 มีมาตรฐานตรงกับ PlayStation แนะนำ ทั้งขนาด M.2 2280 อินเทอร์เฟซ PCIe Gen4x4 และความเร็วอ่านที่สูงกว่าระดับ 5,500 MB/s 

แต่ต้องย้ำไว้ก่อนเลยว่า PlayStation กำหนดให้ M.2 SSD ที่ติดตั้งใน PS5 จะต้องมีโครงสร้างระบายความร้อน โดยที่ MAX7200 ในกล่องจะมีแผ่นถ่ายเทความร้อน (thermal pad) แถมมาให้ แต่จะไม่มีตัวฮีทซิงค์มาด้วย ถ้าซื้อ SSD รุ่นนี้เพื่อ PS5 ผมแนะนำให้หาซื้อฮีทซิงก์ที่มีขนาดพอดีกับช่องติดตั้งมาพร้อมกัน จะได้ประกอบและใช้งานต่อได้เลย

สรุป รีวิว MAXBY MAX7200 น่าสนมั้ย? ถ้าจะอัปเกรดคอมช่วงนี้

หลังจากลองครบทั้ง PC, Windows, เกม, งานตัดต่อวิดีโอ, และ Enclosure ถ้าคุณกำลังหา SSD PCIe 4.0 ความเร็วสูง สำหรับชื่อของ MAXBY MAX7200 ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่อยากได้ตัวเลือกใหม่ในช่วงที่ SSD หลายแบรนด์ราคาสูงขึ้นและสินค้าบางรุ่นหาได้ยาก

เหตุผลหลักมาจากประสิทธิภาพที่ทำได้ใกล้คียงตรงกับสเปก 7,200/6,200 MB/s มาก  ใช้งานหลายรูปแบบก็ไม่พบอาการสะดุดหรือ Error ประกอบกับการรับประกัน 5 ปีและตำแหน่งราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้มันมีเหตุผลพอที่จะขยับจากแบรนด์ที่คุ้น มาเป็นตัวเลือกสำหรับเปรียบเทียบก่อนซื้อ

สิ่งที่เป็นข้อควรรู้ไว้สำหรับคนที่ต้องการสำหรับทำงานหนักๆ ต่อเนื่อง ทั้งงานตัดต่อ เล่นเกม หรือใช้กับเครื่องเกมคอนโซล จำเ็นต้องหาฮีทซิงก์มาใช้ด้วยเพื่อลดอุณหภูมิระหว่างทำงาน 

สรุปแล้ว  MAX7200 เป็น SSD ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งานในระดับน่าพอใจ จะใช้เป็นไดร์ฟหลักสำหรับ Windows หรือเป็นไดร์ฟเสริมเก็บเกม ทำงานตัดต่อไฟล์ใหญ่ รวมถึงคนที่อยากนำไปประกอบเป็น External SSD ก็รับมือได้แบบไม่ต้องกังวล

จุดเด่น

  • ความเร็วอ่านและเชียนได้ใกล้เคียงตามระดับที่แจ้งมา 7,200 MB/s และ 6,200 MB/s
  • ใช้งานได้ทั้ง PC, Windows, เกม, งานตัดต่อวิดีโอ, Enclosure
  • ใช้ 3D TLC NAND Flash และรับประกัน 5 ปี
  • มีให้เลือกทั้งความจุ 512GB และ 1TB
  • ในแพ็กเกจมีแถม thermal pad มาให้ด้วย

ข้อจำกัด

  • ไม่มีฮีทซิงก์มาให้ในกล่อง ผู้ใช้ PS5 ต้องซื้อและติดตั้งฮีทซิงก์เพิ่ม
  • ความเร็วผ่าน Enclosure ขึ้นอยู่กับกล่อง สาย และพอร์ตเชื่อมต่อ

แถมท้าย ถ้ามีคอมเครื่องเก่ายังใช้ HDD อยู่ ลองดูนี่ MAXBY MS500E

ก่อนจบ อยากฝากอีกตัวเลือกไว้สำหรับเพื่อนที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปรุ่นเก่า เครื่องอาจไม่มีสล็อต M.2 PCIe หรือยังใช้ฮาร์ดดิสก์เป็นไดรฟ์หลักอยู่ กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องฝืนมอง MAX7200 เพราะ MAXBY มีรุ่น MS500E ที่ออกแบบมาสำหรับพอร์ต SATA เดิมของเครื่องกลุ่มนี้

MS500E เป็น SSD แบบ SATA III ขนาด 2.5 นิ้ว หนา 7 มิลลิเมตร ใช้หน่วยความจำ TLC ทำความเร็วอ่านสูงสุด 540 MB/s และเขียนสูงสุด 490 MB/s มีความจุให้เลือกตั้งแต่ 128GB และ 256GB พร้อมการรับประกัน 2 ปี

สำหรับเครื่องที่ยังเริ่มระบบและเปิดโปรแกรมจาก HDD การเปลี่ยนมาใช้ SATA SSD จะทำให้การเปิดเครื่อง โหลดโปรแกรม และเรียกไฟล์เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่อง ส่วนคนที่มีสล็อต M.2 PCIe 4.0 และต้องการความเร็วสำหรับเกมหรืองานไฟล์ใหญ่ ให้ขยับมาดู MAX7200 ตามสเปกของเครื่อง

สองรุ่นนี้จึงมีหน้าที่ต่างกันชัดเจน MAX7200 เป็นตัวเลือกความเร็วสูงสำหรับเครื่องรุ่นใหม่ ส่วน MS500E เป็นทางอัปเกรดที่ตรงไปตรงมาสำหรับเครื่องเก่าที่ยังอยู่กับ HDD หรือ SATA เลือกให้ตรงกับพอร์ตที่มี แล้วเงินที่จ่ายไปจะทำงานได้เต็มกับเครื่องของเรามากกว่าเลือกจากตัวเลขสูงสุดเพียงอย่างเดียว

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...