
Mastercard ขยายระบบ Mastercard Agentic Commerce สู่หลายประเทศในอาเซียน เปิดให้ AI Agent สามารถค้นหาสินค้าและชำระเงินแทนผู้ใช้ได้แบบอัตโนมัติ โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดนำร่อง ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC พร้อมแผนเปิดศูนย์ AI ระดับภูมิภาคในสิงคโปร์ก่อนสิ้นปีนี้
ระบบนี้เริ่มทดสอบจริงในสิงคโปร์และมาเลเซียก่อน จากนั้นขยายไปยังตลาดอื่นในภูมิภาค โดยมี ธนาคาร UOB เป็นพาร์ตเนอร์หลักในระยะแรก อาศัยเครือข่ายของ UOB ที่ครอบคลุมทั่วอาเซียนเพื่อทดสอบการใช้งานข้ามพรมแดน
Mastercard Agent Pay คือโครงสร้างพื้นฐานที่ให้ AI Agent ดำเนินธุรกรรมทางการเงินแทนผู้ใช้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลบัตรหรือยืนยันทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ระบบใช้ Tokenized Credentials แทนการส่งข้อมูลบัตรจริง และผสานกับ Payment Passkeys เพื่อยืนยันตัวตนอย่างปลอดภัย
จุดที่แตกต่างจากการชำระเงินออนไลน์ทั่วไปคือการเพิ่ม Verifiable Intent เข้ามาในกระบวนการ ระบบนี้พัฒนาร่วมกับ Google โดยทำหน้าที่บันทึกและยืนยันว่าผู้ใช้ได้ให้ความยินยอมจริงก่อนที่ AI จะดำเนินการใดๆ บันทึกดังกล่าวป้องกันการปลอมแปลงและใช้เป็นหลักฐานร่วมกันได้ระหว่างผู้บริโภค ร้านค้า และผู้ออกบัตร
ปัญหาหลักของ AI Agent ในการเงินคือความไม่แน่ใจว่า AI ดำเนินการตามคำสั่งผู้ใช้จริงหรือไม่ Verifiable Intent แก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างชั้นการยืนยันที่ตรวจสอบได้ ทำให้ทุกฝ่ายมีข้อมูลชุดเดียวกันว่าธุรกรรมนั้นเกิดขึ้นด้วยความยินยอมจริง ลดโอกาสที่ AI จะดำเนินการเกินขอบเขตที่ผู้ใช้กำหนด
กลไกนี้ยังช่วยให้ผู้ออกบัตรและร้านค้ามีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจว่าจะอนุมัติธุรกรรมหรือไม่ แทนที่จะต้องอาศัยการตรวจสอบหลังเกิดปัญหาเหมือนระบบเดิม
ในประเทศไทย มาสเตอร์การ์ด ร่วมกับ KTC ทดสอบการใช้ AI Agent จองและชำระค่าบริการรถรับส่งผ่านแพลตฟอร์ม Elife โดยเป้าหมายของโครงการนำร่องนี้คือการพิสูจน์ว่าการชำระเงินผ่าน AI สามารถทำงานได้จริงในบริบทของธุรกิจท่องเที่ยวและการเดินทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทย
ผลจากการทดสอบนี้จะเป็นรากฐานสำหรับการขยายความร่วมมือไปยังภาคส่วนอื่น โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของมาสเตอร์การ์ดเป็นแกนกลาง
ไทยมีจุดแข็งในฐานะตลาดท่องเที่ยวที่มีนักเดินทางต่างชาติจำนวนมาก ทำให้การทดสอบระบบ AI ในบริบทการเดินทางและขนส่งสามารถสะท้อนการใช้งานจริงได้ครอบคลุมกว่าตลาดที่มีลักษณะเฉพาะ นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลของไทยที่พัฒนาไปมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็เอื้อต่อการทดสอบระบบใหม่เช่นกัน
ภายในปลายปี 2569 มาสเตอร์การ์ด จะเปิดตัว AI Centre of Excellence ในสิงคโปร์ เพื่อเป็นศูนย์กลางด้าน AI ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และนวัตกรรมการชำระเงินสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ศูนย์นี้ต่อยอดจากฐาน AI ที่มาสเตอร์การ์ดสร้างมากว่าทศวรรษ ซึ่งเดิมใช้ในการตรวจจับการทุจริตและบริหารความเสี่ยงแบบเรียลไทม์
ทีมที่รองรับการดำเนินงานของศูนย์นี้ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล วิศวกร และที่ปรึกษาด้าน AI มากกว่า 2,000 คน ทั่วโลก โดยสิงคโปร์จะเป็นศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้
การเปิดศูนย์ดังกล่าวในช่วงที่หลายประเทศในอาเซียนกำลังวางนโยบาย AI สะท้อนให้เห็นว่ามาสเตอร์การ์ดมองภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งในสมรภูมิหลักของการพัฒนาระบบการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในระยะยาว
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok