
Marshall เปิดตัว Stockwell III ลำโพงบลูทูธแบบพกพารุ่นใหม่ในประเทศไทย ชูการอัปเกรดแบตเตอรีให้ใช้งานได้นานกว่า 40 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก Stockwell II พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง True Stereophonic และมาตรฐานป้องกันฝุ่นกับละอองน้ำ IP55
Stockwell III วางจำหน่ายแล้วใน ราคา 9,990 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black and Brass และ Cream โดยจุดเปลี่ยนสำคัญของรุ่นนี้อยู่ที่การเพิ่มระยะเวลาใช้งาน ควบคู่กับการปรับระบบเสียง การควบคุม และความทนทานให้เหมาะกับการพกพามากขึ้น
Marshall ระบุว่า Stockwell III สามารถเล่นเพลงแบบไร้สายได้นานกว่า 40 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จากรุ่นก่อนหน้าที่เปิดตัวในปี 2019 ซึ่งช่วยลดความถี่ในการชาร์จเมื่อนำไปใช้งานนอกบ้าน นอกจากนี้ พอร์ต USB-C ยังทำหน้าที่เป็น Power Bank สำหรับชาร์จสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์อื่นระหว่างเดินทางได้ด้วย
ด้านระบบเสียง Stockwell III ใช้เทคโนโลยี True Stereophonic เพื่อกระจายเสียงรอบทิศทาง 360 องศา ลดข้อจำกัดเรื่องตำแหน่งรับฟังภายในห้อง ส่วน Dynamic Loudness จะปรับสมดุลเสียงเบส เสียงกลาง และเสียงแหลมตามระดับความดัง โดยช่วยรักษารายละเอียดของเสียงเมื่อเปิดในระดับเบา ก่อนปรับสมดุลใหม่เมื่อเพิ่มความดัง

ตัวลำโพงยังคงรูปทรงแนวตั้งและรายละเอียดที่อ้างอิงจากอุปกรณ์ดนตรีของ Marshall ทั้งสายหิ้วหนัง PU ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสายกีตาร์ แผงควบคุมสีทองเหลือง และตะแกรงโลหะด้านหน้าและด้านหลัง ตัวเครื่องหุ้มด้วยซิลิโคนพื้นผิวสัมผัสเพื่อเพิ่มความทนทานในการใช้งาน
แผงควบคุมได้รับการออกแบบใหม่ โดยมี M-button สำหรับเรียกใช้การตั้งค่าที่บันทึกไว้ และปุ่ม Media Jog สำหรับควบคุมการเล่นเพลง ตัวลำโพงผ่านมาตรฐาน IP55 จึงป้องกันฝุ่นและละอองน้ำได้ เหมาะกับการนำไปใช้นอกบ้าน แต่ไม่ได้หมายถึงการป้องกันน้ำในระดับที่สามารถนำไปแช่น้ำได้
Marshall ออกแบบให้ชิ้นส่วนหลายรายการของ Stockwell III สามารถถอดเปลี่ยนได้ ทั้งแบตเตอรี ตะแกรงโลหะ ซิลิโคนหุ้มตัวเครื่อง และสายหิ้ว แนวทางนี้ช่วยให้สามารถซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่ชำรุด แทนการเปลี่ยนลำโพงทั้งเครื่องเมื่อใช้งานไปในระยะยาว
ตัวผลิตภัณฑ์ใช้วัสดุรีไซเคิลคิดเป็น 27% ของน้ำหนักเครื่อง โดยไม่รวมอุปกรณ์เสริมและบรรจุภัณฑ์ Stockwell III วางจำหน่ายแล้วผ่านเว็บไซต์ Ash Asia Thailand, Marshall Official Store บน Shopee และ Lazada รวมถึง LINE OA ของ ASH Asia ใน ราคา 9,990 บาท
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok