Bloomberg เผย HongShan Capital เจรจาซื้อ Leica Camera AG มูลค่า 38,000 ล้านบาท พร้อมแผน IPO ใหม่

GogolicoNews2 มิถุนายน 256914 Views

Bloomberg รายงานเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ว่า HongShan Capital Group (HSG) กลุ่มทุนจากจีนอยู่ในขั้นเจรจานำเพื่อเข้าซื้อหุ้นของ Blackstone ที่ถือใน Leica Camera AG แบรนด์กล้องระดับพรีเมียมสัญชาติเยอรมัน โดยมูลค่ากิจการรวมจากการซื้อครั้งนี้ประเมินไว้ที่ราว 1,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 38,000 ล้านบาท

ปัจจุบัน Leica Camera AG มีผู้ถือหุ้นสองราย คือ Dr. Andreas Kaufmann นักลงทุนชาวออสเตรียถือหุ้น 55% ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัท และ Blackstone บริษัทลงทุนจากสหรัฐถือหุ้น 45% ที่เหลือ

การเจรจาในขณะนี้มุ่งเป้าที่หุ้น 45% ของ Blackstone ก่อน ขณะเดียวกัน HSG ยังแสดงความสนใจที่จะเข้าซื้อหุ้นส่วนของ Dr. Kaufmann เพิ่มเติม แม้ว่านักลงทุนรายนี้ยังไม่ได้ยืนยันจุดยืนในการขายอย่างชัดเจน

ทั้ง Blackstone และ HSG ปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ แหล่งข่าว Bloomberg ระบุว่าการประกาศอาจเกิดขึ้นได้ “ภายในไม่กี่สัปดาห์” หากทุกฝ่ายสามารถตกลงกันได้

แผน IPO หลังดีลปิด และบริบทอุตสาหกรรมกล้อง

HongShan Capital Group ซึ่งเดิมรู้จักในชื่อ Sequoia Capital สาขาจีน ก่อนแยกตัวออกมาในปี 2566 มีแผนพิจารณานำ Leica กลับเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง หลังจากที่บริษัทถูกถอดออกจากตลาดและกลายเป็นบริษัทเอกชนเต็มตัวในปี 2555

ที่น่าสนใจคือนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์กล้องระดับตำนานเปลี่ยนมือสู่กลุ่มทุนจีน ก่อนหน้านี้ Hasselblad แบรนด์กล้องสัญชาติสวีเดนถูก DJI ผู้ผลิตโดรนรายใหญ่ของจีนเข้าซื้อกิจการในปี 2560 ซึ่งสร้างบรรทัดฐานให้เห็นว่าแบรนด์กล้องพรีเมียมตะวันตกสามารถเปลี่ยนมือได้โดยไม่กระทบภาพลักษณ์ในระยะยาวมากนัก

ผลกระทบต่อทิศทาง Leica และผู้ใช้

หาก Dr. Andreas Kaufmann ตัดสินใจขายหุ้น จะหมายความว่า Leica จะสูญเสียผู้บริหารที่คุมทิศทางแบรนด์มาโดยตลอด เนื่องจากเขาดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดควบคู่กับการถือหุ้นใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ราคา และการวางตำแหน่งแบรนด์ในระยะยาว สำหรับผู้ใช้กล้อง Leica ซึ่งกล้องรุ่นพื้นฐานอย่าง Leica M11 มีราคาเริ่มต้นกว่า 300,000 บาทในไทย การเปลี่ยนผู้ควบคุมบริษัทจึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

การซื้อกิจการครั้งนี้ยังสะท้อนแนวโน้มที่กลุ่มทุนจีนหันมาลงทุนในแบรนด์พรีเมียมตะวันตกมากขึ้น ในฐานะการขยายอิทธิพลผ่านทรัพย์สินทางแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝั่งตะวันตกเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นในบริบทของการแข่งขันทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ข้อมูลจาก: Notebookcheck

Leave a reply

Loading Next Post...
Search Trending
Popular
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...