
Insta360 เปิดตัว Mic Pro ไมโครโฟนไร้สายรุ่นเรือธงที่นำเทคโนโลยีใหม่ 2 อย่างซึ่งยังไม่เคยมีในตลาดมาก่อน ได้แก่ หน้าจอ E-Ink ปรับแต่งได้บนเครื่องส่งสัญญาณ และชุดไมค์ 3 ตัวที่เลือกรูปแบบรับเสียงได้ในอุปกรณ์เดียว พร้อมวางจำหน่ายแล้วในไทย เริ่มต้น 3,390 บาท
อุปกรณ์ชุดนี้ออกแบบมาสำหรับครีเอเตอร์ ผู้ผลิตภาพยนตร์ นักจัดรายการพอดแคสต์ และทีมโปรดักชันสายอีเวนต์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับมืออาชีพโดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสริมจำนวนมาก Insta360 ระบุว่า Mic Pro ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ข้อจำกัดที่สะสมมานานในตลาดไมโครโฟนไร้สาย ทั้งเรื่องการระบุอุปกรณ์ในกองถ่าย รูปแบบรับเสียงที่ตายตัว และปัญหาเสียงตัดในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
Mic Pro คือไมโครโฟนไร้สายตัวแรกในตลาดที่ติดตั้งหน้าจอ E-Ink แบบปรับแต่งได้บนเครื่องส่งสัญญาณแต่ละตัว ผู้ใช้สามารถอัปโหลดโลโก้ช่อง ชื่อผู้พูด หรืออาร์ตเวิร์กสำหรับงานโปรดักชันผ่านแอป Insta360 ได้โดยตรง และหน้าจอจะแสดงผลอย่างต่อเนื่องแม้ปิดเครื่องไว้แล้ว ซึ่งช่วยให้ทีมงานแยกและระบุเครื่องส่งสัญญาณแต่ละตัวได้ทันทีโดยไม่ต้องติดสติ๊กเกอร์หรือพึ่งการจำ
ข้อได้เปรียบสำคัญของ E-Ink เหนือจอ OLED คือการใช้พลังงานเฉพาะตอนที่รีเฟรชหน้าจอเท่านั้น ไม่ดึงแบตเตอริขณะแสดงภาพนิ่ง ส่งผลให้อายุการใช้งานแบตเตอริยาวนานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ต้องถ่ายทำต่อเนื่องหลายชั่วโมง นอกจากนี้ E-Ink ยังอ่านได้คมชัดกลางแสงแดดโดยไม่สะท้อนแสง ต่างจาก OLED ที่มักซีดจนมองไม่เห็นในสภาพแวดล้อมกลางแจ้ง ซึ่งเป็นจุดบกพร่องที่ผู้ใช้งานในภาคสนามรู้จักกันดี

ไมโครโฟนไร้สายทั่วไปในตลาดมักติดตั้งแคปซูลรับเสียงแบบรอบทิศทาง (Omnidirectional) เพียงตัวเดียว ทำให้รูปแบบการรับเสียงถูกกำหนดตายตัวและปรับไม่ได้ตามสภาพแวดล้อม Mic Pro แก้ปัญหานี้ด้วยการรวมไมโครโฟน 3 ตัวไว้ในเครื่องส่งสัญญาณแต่ละชิ้น พร้อมใช้การประมวลผลสัญญาณดิจิทัลเพื่อจำลองรูปแบบรับเสียงที่แตกต่างกัน 3 แบบ ได้แก่ Omnidirectional, Cardioid และ Figure-8
ระบบการบันทึกเสียงแบบ 32-Bit Float ใน Mic Pro รองรับช่วงไดนามิกที่กว้างกว่ามาตรฐาน 24-Bit ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ต่างจากระบบ 24-Bit ที่เสียงจะแตกหรือถูกตัดทันทีเมื่อระดับเสียงพุ่งเกินค่าที่กำหนด 32-Bit Float สามารถบันทึกทั้งเสียงกระซิบและเสียงตะโกนไว้ในไฟล์เดียวกันโดยไม่สูญเสียรายละเอียด ลดความจำเป็นในการปรับค่า Gain แบบเรียลไทม์ระหว่างการถ่ายทำ
ระบบตัดเสียงรบกวนด้วย AI ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป NPU ภายในตัวทำงานควบคู่กัน โดยลดเสียงลม เสียงฝูงชน และเสียงรบกวนรอบข้างโดยไม่กระทบคุณภาพเสียงพูด ซึ่งเป็นจุดที่ระบบตัดเสียงรบกวนทั่วไปมักทำให้เสียงดูแบนหรือทึบจนฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ
เครื่องส่งสัญญาณแต่ละตัวบันทึกเสียงลงหน่วยความจำในตัวขนาด 32GB ได้อย่างอิสระ พร้อมระบบบันทึกสำรองอัตโนมัติเมื่อสัญญาณไร้สายถูกรบกวน และแบ่งไฟล์ทุก 30 นาทีเพื่อป้องกันข้อจำกัดด้านขนาดไฟล์ Mic Pro ยังรองรับการบันทึกเสียงแบบ Stereo ภายในตัวซึ่งเป็นฟีเจอร์เฉพาะรุ่นนี้ในตลาดระดับเดียวกัน
Mic Pro รองรับ 2 โหมดการทำงานที่ทลายข้อจำกัดเดิม โหมด 4 ต่อ 1 เชื่อมต่อเครื่องส่งสัญญาณได้ถึง 4 ตัวกับตัวรับ 1 ตัว บันทึกและส่งออกเสียงแยกเป็น 4 แทร็กโดยไม่ต้องใช้มิกเซอร์เพิ่มเติม เหมาะสำหรับพอดแคสต์หรือรายการสัมภาษณ์ที่มีผู้ร่วมสนทนาหลายคน ส่วนโหมด 2 ต่อ 4 กระจายสัญญาณจากเครื่องส่ง 2 ตัวไปยังเครื่องรับได้สูงสุด 4 ตัวพร้อมกัน เหมาะสำหรับงานถ่ายทำหลายกล้องอย่างงานแต่งงาน อีเวนต์องค์กร และงานถ่ายทอดสด

แบตเตอริของเครื่องส่งสัญญาณแต่ละตัวใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง และยืดได้ถึง 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ ระบบชาร์จเร็วรองรับการชาร์จ 5 นาทีเพื่อใช้งานต่อเนื่องได้ 1 ชั่วโมง ช่วยให้กลับมาทำงานได้ทันทีระหว่างการเปลี่ยนฉาก Mic Pro ยังรองรับการซิงค์ไทม์โค้ดด้วยออสซิลเลเตอร์ TCXO ความแม่นยำสูง คลาดเคลื่อนน้อยกว่า 1 เฟรมภายใน 24 ชั่วโมง ช่วยให้การซิงค์เสียงกับวิดีโอในการถ่ายทำหลายกล้องมีความแม่นยำสูงและลดเวลาโพสต์โปรดักชัน
สำหรับครีเอเตอร์ที่อยู่ในระบบของ Insta360 อยู่แล้ว Mic Pro เชื่อมต่อโดยตรงกับกล้องรุ่น X5, X4 Air, Ace Pro 2 และ GO Ultra ผ่านบลูทูธโดยไม่ต้องใช้ตัวรับสัญญาณเพิ่ม นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับกล้อง DSLR และ Mirrorless ผ่านสาย 3.5 มม. และกับสมาร์ตโฟนผ่าน USB-C หรือ Lightning
Insta360 Mic Pro วางจำหน่ายแล้วในราคา 3 ตัวเลือก ดังนี้
สามารถสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ที่ Shopee Insta360 Thailand Store และ TikTok Insta360 Thailand Store รวมถึงหน้าร้าน Insta360 Brand Shop ทุกสาขา, Banana, Big Camera, Zoom Camera และ EC Mall
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok