
HUAWEI เปิดตัว Pura 90s Pro 5G อย่างเป็นทางการ เริ่มเปิดให้พรีออร์เดอร์ที่มาเลเซียเป็นตลาดแรกตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 256 การมาของรุ่นนี้จึงเป็นสัญญาณกลับมาบุกตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมอีกครั้ง โดยมีแผนวางขายต่อในตะวันออกกลางและยุโรป และที่สำคัญรุ่นนี้รองรับใช้งาน 5G ได้แล้ว
ต่างจาก Pura 90s Pro Max ที่เปิดตัวพร้อมกัน Pura 90s Pro เลือกดึงจุดขายที่ดีไซน์สีเป็นหลัก ด้วยแนวคิดสีจากรสชาติผลไม้และเครื่องดื่มรวม 4 โทนคือ Guava soda, Coconut white, Orange soda และ Mulberry black
Guava soda, Orange soda ใช้เทคนิคไล่เฉดสี (gradient) ที่ให้เอฟเฟกต์ชัดเจนเมื่อจับต้องแสง ส่วนอีกสองสี เลือกความเรียบง่ายเป็นจุดขาย

หน้าจอของ Pura 90s Pro ใช้พาแนล OLED ขนาด 6.6 นิ้ว รองรับสีสูงสุด 1.07 พันล้านสี ครอบคลุมขอบเขตสี P3 wide color gamut (มาตรฐานสีกว้างที่ให้โทนภาพสมจริง) และปรับอัตรารีเฟรชหน้าจอแบบอัตโนมัติตามการใช้งาน ช่วยประหยัดพลังงานเมื่อใช้แอปที่ไม่ต้องการภาพเคลื่อนไหวลื่นมาก
กล้องหลักความละเอียด 50MP มาพร้อมรูรับแสงปรับได้ (variable aperture) ตั้งแต่ f/1.4 ถึง f/4.0 ทำให้ถ่ายภาพย้อนแสงหรือฉากที่มีแสงจัดได้คมชัดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์ช่วยมาก และมาพร้อมกันสั่นภาพแบบออปติคอล (OIS) ที่ลดภาพเบลอเวลาถ่ายมือสั่น
กล้องอัลตราไวด์ 12.5MP รูรับแสง f/2.2 ทำงานคู่กับกล้องมาโครเทเลโฟโต้ 50MP รูรับแสง f/2.1 ที่รองรับซูมดิจิทัลสูงสุด 100 เท่า ทั้งหมดผ่านเซนเซอร์ปรับสีรุ่นที่สอง (red maple) ที่ช่วยแก้สีให้ภาพออกมาสมจริงมากขึ้น ส่วนกล้องหน้าแบบเจาะรูใช้เซนเซอร์อัลตราไวด์ 13MP
Pura 90s Pro มาพร้อมแบตเตอรีความจุ 6000mAh รองรับชาร์จเร็วแบบมีสาย 66W ที่เติมพลังงานให้เครื่องได้อย่างรวดเร็วในช่วงเช้าก่อนออกจากบ้าน และรองรับชาร์จไร้สายแบบเร็ว 50W สำหรับผู้ที่ใช้แท่นชาร์จเป็นหลัก
Pura 90s Pro ที่มาเลเซียมีให้เลือก 2 ความจุ โดยรุ่น 256GB ราคา RM 3,699 (ประมาณ 30,400 บาท) และรุ่น 512GB ราคา RM 3,999 (ประมาณ 32,900 บาท) โดยทั้งสองความจุมาพร้อม RAM 12GB เท่ากัน
ก้าวต่อไปของ Pura 90s Pro คือคิวการวางขายในตะวันออกกลางที่จะตามมาในเร็ว ๆ นี้ ก่อนขยายเข้าสู่ตลาดยุโรป ส่วนประเทศไทยยังไม่มีการยืนยันช่องทางนำเข้าอย่างเป็นทางการจาก HUAWEI ทำให้ผู้ที่สนใจต้องติดตามประกาศเพิ่มเติมในระยะถัดไป
ข้อมูลจาก: Huawei Central
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok